กรม สบส. เผยความเห็นประชาชนคิดอย่างไรเมื่อมีมาตรการปลดล๊อคสถานบันเทิง
- News ออนไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรม สบส. เผยความเห็นประชาชนคิดอย่างไรเมื่อมีมาตรการปลดล๊อคสถานบันเทิง
กรม สบส. เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการปลดล็อกสถานบันเทิง พบประชาชนร้อยละ 83.5 ไม่ไปสถานบันเทิง ด้วยเหตุผลไม่ชอบเที่ยวสถานบันเทิง หวั่นสถานบันเทิงไม่เข้มงวด กังวลโรคโควิด 19 และอาจนำเชื้อโควิด 19 มาแพร่กระจายสู่ครอบครัวได้ ส่วนประชาชนที่ไปสถานบันเทิงนิยมไปร้านนั่งชิลมากที่สุด ย้ำผู้ประกอบการและผู้รับบริการสถานบันเทิงปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข
นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้ให้สถานบันเทิงสามารถเปิดให้บริการได้โดยปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดยกองสุขศึกษาจึงได้ทำการสำรวจการเฝ้าระวังการตัดสินใจต่อมาตรการปลดล็อกสถานบันเทิงในพื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว ระหว่างวันที่ 17 ? 30 มิถุนายน 2565 ผ่านระบบออนไลน์ โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทยสำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาและวิทยาลัยเทคนิคในพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 7,507 ราย พบประชาชนร้อยละ 83.5 เลือกไม่ไปสถานบันเทิง โดยมีเหตุผล ดังนี้
1) ร้อยละ 92.58 ไม่ชอบเที่ยวสถานบันเทิง
2) ร้อยละ 87.97 กังวลผู้มาใช้บริการไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน
3) ร้อยละ 87.56 กังวลหากติดโควิด 19 จะส่งผลต่อครอบครัว และการทำงาน
4) ร้อยละ 85.31 กังวลหากติด โควิด 19 จะมีอาการลองโควิด ร่างกายจะไม่เหมือนเดิม
5) ร้อยละ 78.64 ไม่มั่นใจมาตรการป้องกันโควิด 19 ของสถานบันเทิง
ส่วนประชาชนที่เลือกไปสถานบันเทิง ร้อยละ 16.5 นิยมเข้าสถานบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ดังนี้
1) สถานบันเทิงแบบนั่งชิล ร้อยละ 83.43
2) สถานบันเทิงที่มีคาราโอเกะ ร้อยละ 47.37
3) สถานบันเทิงที่ติดแอร์ ร้อยละ 45.03
4) สถานบันเทิงที่มีกิจกรรมเต้นรำ และเต้นรวมกลุ่ม ร้อยละ 44.70
5) สถานบันเทิงที่ขายแอลกอฮอล์แบบพนักงานผสมเครื่องดื่มให้ ร้อยละ 40.66
6) สถานบันเทิงที่มีคู่บริการ เช่น พนักงานนั่งดริ๊งก์/เชียร์เครื่องดื่ม ร้อยละ 28.94 ตามลำดับ
ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่าจากข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ไปเที่ยวสถานบันเทิงจากเหตุผลส่วนตัวที่ไม่ชอบเที่ยวและยังมีความกังวลกับมาตรการป้องกันในสถานบันเทิงที่เปิดให้บริการที่อาจยังไม่เข้มงวดเท่าที่ควร โดยเฉพาะความกังวลกับโรคโควิด 19 ที่ยังคงอยู่ ซึ่งหากไปเที่ยวสถานบันเทิง อาจเป็นผู้นำเชื้อโรคดังกล่าวมาแพร่กระจายสู่ครอบครัวได้ ดังนั้นสถานบันเทิงที่เปิดให้บริการจึงต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขและข้อกำหนด ศบค. โดยจำกัดเวลาในการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ให้บริการไม่เกิน 24.00 น. และเข้มงวดกับมาตรการป้องกันการติดโรคโควิด 19 ขั้นสูงสุดแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention : UP) โดยเฉพาะล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงควรตรวจด้วย ATK ทุก 3 - 5 วัน เพื่อคัดกรองเบื้องต้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยการแพร่กระจายไปยังกลุ่มเพื่อน และในครอบครัวต่อไป สำหรับประชากรกลุ่มผู้ป่วย หรือกลุ่มเสี่ยง 608 ควรหลีกเลี่ยงการไปสถานบันเทิง


1) ร้อยละ 92.58 ไม่ชอบเที่ยวสถานบันเทิง
2) ร้อยละ 87.97 กังวลผู้มาใช้บริการไม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน
3) ร้อยละ 87.56 กังวลหากติดโควิด 19 จะส่งผลต่อครอบครัว และการทำงาน
4) ร้อยละ 85.31 กังวลหากติด โควิด 19 จะมีอาการลองโควิด ร่างกายจะไม่เหมือนเดิม
5) ร้อยละ 78.64 ไม่มั่นใจมาตรการป้องกันโควิด 19 ของสถานบันเทิง
ส่วนประชาชนที่เลือกไปสถานบันเทิง ร้อยละ 16.5 นิยมเข้าสถานบันเทิงในรูปแบบต่างๆ ดังนี้
1) สถานบันเทิงแบบนั่งชิล ร้อยละ 83.43
2) สถานบันเทิงที่มีคาราโอเกะ ร้อยละ 47.37
3) สถานบันเทิงที่ติดแอร์ ร้อยละ 45.03
4) สถานบันเทิงที่มีกิจกรรมเต้นรำ และเต้นรวมกลุ่ม ร้อยละ 44.70
5) สถานบันเทิงที่ขายแอลกอฮอล์แบบพนักงานผสมเครื่องดื่มให้ ร้อยละ 40.66
6) สถานบันเทิงที่มีคู่บริการ เช่น พนักงานนั่งดริ๊งก์/เชียร์เครื่องดื่ม ร้อยละ 28.94 ตามลำดับ
ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่าจากข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ไปเที่ยวสถานบันเทิงจากเหตุผลส่วนตัวที่ไม่ชอบเที่ยวและยังมีความกังวลกับมาตรการป้องกันในสถานบันเทิงที่เปิดให้บริการที่อาจยังไม่เข้มงวดเท่าที่ควร โดยเฉพาะความกังวลกับโรคโควิด 19 ที่ยังคงอยู่ ซึ่งหากไปเที่ยวสถานบันเทิง อาจเป็นผู้นำเชื้อโรคดังกล่าวมาแพร่กระจายสู่ครอบครัวได้ ดังนั้นสถานบันเทิงที่เปิดให้บริการจึงต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขและข้อกำหนด ศบค. โดยจำกัดเวลาในการบริโภคเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ให้บริการไม่เกิน 24.00 น. และเข้มงวดกับมาตรการป้องกันการติดโรคโควิด 19 ขั้นสูงสุดแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention : UP) โดยเฉพาะล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หากสงสัยว่าตนเองเสี่ยงควรตรวจด้วย ATK ทุก 3 - 5 วัน เพื่อคัดกรองเบื้องต้น ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยการแพร่กระจายไปยังกลุ่มเพื่อน และในครอบครัวต่อไป สำหรับประชากรกลุ่มผู้ป่วย หรือกลุ่มเสี่ยง 608 ควรหลีกเลี่ยงการไปสถานบันเทิง



กรม สบส. เผยความเห็นประชาชนคิดอย่างไรเมื่อมีมาตรการปลดล๊อคสถานบันเทิง
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (67 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (3 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (3 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (66 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (34 views)
- Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง (68 views)
- ซูเลียน เปิดเวที "THE SUCCESS VISION" พลิกวิสัยทัศน์ธุรกิจ สู่ชีวิตที่คุณเลือก (3 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า รับรางวัล AREA 2026 สาขา Health Promotion จากโครงการ "Happy Kidney, Happy Life" (5 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
