สธ.นำร่องการเข้าถึงยารักษาตับอักเสบ ซี จ.นนทบุรี พื้นที่แรก ผู้ติดเชื้อทุกรายได้รับยาโดย ไม่ติดเงื่อนไข
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
สธ.นำร่องการเข้าถึงยารักษาตับอักเสบ ซี จ.นนทบุรี พื้นที่แรก ผู้ติดเชื้อทุกรายได้รับยาโดย ไม่ติดเงื่อนไข
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดโครงการนำร่องเพิ่มการเข้าถึงยาต้านไวรัสตับอักเสบ ซี ?Test and Treat? เริ่มที่ จ.นนทบุรี เป็นจังหวัดแรก หลังปลดล็อกหลักเกณฑ์ให้ผู้ป่วยทุกรายเข้าถึงยาโดยไม่ติดเงื่อนไข โรงพยาบาลอำเภอและแพทย์ทั่วไปที่ผ่านการอบรมจ่ายยาได้ ดึง อปท.เข้าร่วมคัดกรอง พร้อมนำร่องเพิ่มอีก 3 จังหวัด ที่เชียงใหม่ อุดรธานี และนครศรีธรรมราช ก่อนขยายทั่วประเทศต่อไป
6 มิถุนายน 25656- ที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดโครงการนำร่องการเพิ่มการเข้าถึงยาต้านไวรัสเพื่อรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรัง ปี 2565 (Test and Treat) พร้อมมอบยาต้านไวรัสและชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เข้าร่วมดำเนินการในพื้นที่ จ.นนทบุรี
นายอนุทินกล่าวว่า โรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ ส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทย แม้จะมียาต้านไวรัสชนิดรับประทาน Sofosbuvir/Velpatasvir ที่มีประสิทธิภาพสูง รับประทานเพียง 12 สัปดาห์ สามารถรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ให้หายขาดร้อยละ 93-100 โดยขึ้นทะเบียนอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชี จ 2 แต่ยังมีปัญหาผู้ติดเชื้อที่ยังไม่สามารถเข้าถึงยาได้ โดยช่วงปี 2561-2564 มีผู้ติดเชื้อได้รับยาเพียง 14,503 ราย เนื่องจากหลักเกณฑ์การใช้ยาที่ไม่ครอบคลุมผู้ป่วยทุกราย เช่น ข้อจำกัดเรื่องค่าปริมาณไวรัสต้องมากกว่า 5,000 IU/ml และผู้ติดเชื้อต้องอายุไม่เกิน 70 ปี รวมถึงการสั่งยาต้องเป็นอายุรแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร หรืออายุรแพทย์ที่ปฏิบัติงานด้านระบบทางเดินอาหาร ซึ่งไม่มีในทุกโรงพยาบาล
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ได้มอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เร่งรัดแก้ไขหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคการเข้าถึงยา และมอบให้กรมควบคุมโรคร่วมกับกรมการแพทย์ กรมอนามัย และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เร่งพัฒนาศักยภาพแพทย์ทั่วไปของโรงพยาบาลชุมชน พัฒนาระบบการตรวจและรักษาของโรงพยาบาลทุกแห่งให้มีความพร้อมตรวจรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยมีแพทย์ในโรงพยาบาลจังหวัดเป็นผู้ดูแลให้คำปรึกษา คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติจึงมีมติเห็นชอบให้กรมควบคุมโรคดำเนินการ ?โครงการนำร่องการเพิ่มการเข้าถึงยาต้านไวรัส เพื่อรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ซี เรื้อรัง ด้วยวิธี Test and Treat? เพื่อให้ผู้ติดเชื้อรับยาต้านไวรัสโดยเร็วหลังได้รับการตรวจวินิจฉัยยืนยัน ซึ่งกรมควบคุมโรคได้จัดทำโครงการนำร่องในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี นครศรีธรรมราช และนนทบุรี เพื่อช่วยให้ผู้ติดเชื้อทุกรายได้รับการรักษา เข้าถึงยาโดยเร็ว โดยไม่ติดเงื่อนไข
?วันนี้เป็นการเปิดโครงการนำร่องที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี เป็นจังหวัดแรกที่เป็นต้นแบบดำเนินการ โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลในพื้นที่ นับเป็นก้าวสำคัญในการเริ่มต้นร่วมมือกันขับเคลื่อนให้ประเทศไทย สามารถกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ให้ได้ตามเป้าหมายในปี 2573 และอยากให้ อปท.เข้ามาร่วมสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มขึ้น และเร่งสร้างความตระหนักของประชาชนร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนที่ติดเชื้อได้รับการรักษาให้หายขาดจากโรคนี้โดยเร็ว? นายอนุทินกล่าว
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคสนับสนุนชุดตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ซี น้ำยาตรวจเพื่อยืนยันการติดเชื้อ และสนับสนุนยาต้านไวรัสให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการ โดยการนำร่องที่สถาบันบำราศนราดูรวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการประสานนโยบายความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่าย มี อปท.ร่วมดำเนินงาน ได้แก่ เทศบาลนครนนทบุรี เทศบาลเมืองบางกรวย เทศบาลเมืองบางคูรัด เทศบาลนครปากเกร็ด เทศบาลตำบลบางเลน และเทศบาลตำบลไทรน้อย จะร่วมคัดกรองหาผู้ติดเชื้อร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลบางกรวย โรงพยาบาลบางบัวทอง โรงพยาบาลปากเกร็ด โรงพยาบาลบางใหญ่ และโรงพยาบาลไทรน้อย ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ทั้ง 6 แห่ง ที่จะร่วมดำเนินงานสร้างระบบการดูแลรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ซี เรื้อรัง ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ให้มีประสิทธิภาพ โดยรูปแบบการจัดบริการ จะให้โรงพยาบาลระดับอำเภอและแพทย์ทั่วไปที่ผ่านการอบรมแล้วสามารถจ่ายยารักษาได้ และเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2565 ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข กับ กระทรวงมหาดไทย เพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินงานในพื้นที่ทั่วประเทศต่อไป

นายอนุทินกล่าวว่า โรคไวรัสตับอักเสบ บี และ ซี เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดภาวะตับอักเสบ ตับแข็ง และมะเร็งตับ ส่งผลกระทบต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศไทย แม้จะมียาต้านไวรัสชนิดรับประทาน Sofosbuvir/Velpatasvir ที่มีประสิทธิภาพสูง รับประทานเพียง 12 สัปดาห์ สามารถรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ให้หายขาดร้อยละ 93-100 โดยขึ้นทะเบียนอยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชี จ 2 แต่ยังมีปัญหาผู้ติดเชื้อที่ยังไม่สามารถเข้าถึงยาได้ โดยช่วงปี 2561-2564 มีผู้ติดเชื้อได้รับยาเพียง 14,503 ราย เนื่องจากหลักเกณฑ์การใช้ยาที่ไม่ครอบคลุมผู้ป่วยทุกราย เช่น ข้อจำกัดเรื่องค่าปริมาณไวรัสต้องมากกว่า 5,000 IU/ml และผู้ติดเชื้อต้องอายุไม่เกิน 70 ปี รวมถึงการสั่งยาต้องเป็นอายุรแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร หรืออายุรแพทย์ที่ปฏิบัติงานด้านระบบทางเดินอาหาร ซึ่งไม่มีในทุกโรงพยาบาล
นายอนุทินกล่าวต่อว่า ได้มอบให้สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เร่งรัดแก้ไขหลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคการเข้าถึงยา และมอบให้กรมควบคุมโรคร่วมกับกรมการแพทย์ กรมอนามัย และสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข เร่งพัฒนาศักยภาพแพทย์ทั่วไปของโรงพยาบาลชุมชน พัฒนาระบบการตรวจและรักษาของโรงพยาบาลทุกแห่งให้มีความพร้อมตรวจรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยมีแพทย์ในโรงพยาบาลจังหวัดเป็นผู้ดูแลให้คำปรึกษา คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติจึงมีมติเห็นชอบให้กรมควบคุมโรคดำเนินการ ?โครงการนำร่องการเพิ่มการเข้าถึงยาต้านไวรัส เพื่อรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ซี เรื้อรัง ด้วยวิธี Test and Treat? เพื่อให้ผู้ติดเชื้อรับยาต้านไวรัสโดยเร็วหลังได้รับการตรวจวินิจฉัยยืนยัน ซึ่งกรมควบคุมโรคได้จัดทำโครงการนำร่องในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ อุดรธานี นครศรีธรรมราช และนนทบุรี เพื่อช่วยให้ผู้ติดเชื้อทุกรายได้รับการรักษา เข้าถึงยาโดยเร็ว โดยไม่ติดเงื่อนไข
?วันนี้เป็นการเปิดโครงการนำร่องที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี เป็นจังหวัดแรกที่เป็นต้นแบบดำเนินการ โดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลในพื้นที่ นับเป็นก้าวสำคัญในการเริ่มต้นร่วมมือกันขับเคลื่อนให้ประเทศไทย สามารถกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ ซี ให้ได้ตามเป้าหมายในปี 2573 และอยากให้ อปท.เข้ามาร่วมสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มขึ้น และเร่งสร้างความตระหนักของประชาชนร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ประชาชนที่ติดเชื้อได้รับการรักษาให้หายขาดจากโรคนี้โดยเร็ว? นายอนุทินกล่าว
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรมควบคุมโรคสนับสนุนชุดตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ซี น้ำยาตรวจเพื่อยืนยันการติดเชื้อ และสนับสนุนยาต้านไวรัสให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการ โดยการนำร่องที่สถาบันบำราศนราดูรวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการประสานนโยบายความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่าย มี อปท.ร่วมดำเนินงาน ได้แก่ เทศบาลนครนนทบุรี เทศบาลเมืองบางกรวย เทศบาลเมืองบางคูรัด เทศบาลนครปากเกร็ด เทศบาลตำบลบางเลน และเทศบาลตำบลไทรน้อย จะร่วมคัดกรองหาผู้ติดเชื้อร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่ ได้แก่ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลบางกรวย โรงพยาบาลบางบัวทอง โรงพยาบาลปากเกร็ด โรงพยาบาลบางใหญ่ และโรงพยาบาลไทรน้อย ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ทั้ง 6 แห่ง ที่จะร่วมดำเนินงานสร้างระบบการดูแลรักษาโรคไวรัสตับอักเสบ ซี เรื้อรัง ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ให้มีประสิทธิภาพ โดยรูปแบบการจัดบริการ จะให้โรงพยาบาลระดับอำเภอและแพทย์ทั่วไปที่ผ่านการอบรมแล้วสามารถจ่ายยารักษาได้ และเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2565 ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการกำจัดโรคไวรัสตับอักเสบ ระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข กับ กระทรวงมหาดไทย เพื่อผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการดำเนินงานในพื้นที่ทั่วประเทศต่อไป
สธ.นำร่องการเข้าถึงยารักษาตับอักเสบ ซี จ.นนทบุรี พื้นที่แรก ผู้ติดเชื้อทุกรายได้รับยาโดย ไม่ติดเงื่อนไข
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (32 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (12 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (10 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (24 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
- Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง (76 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
