จุลินทรีย์ในลําไส้เชื่อมโยงกับโรคหลอดเลือดสมองที่รุนแรงขึ้น
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
จุลินทรีย์ในลําไส้เชื่อมโยงกับโรคหลอดเลือดสมองที่รุนแรงขึ้น
ผลการศึกษาครั้งใหม่พบว่าจุลินทรีย์ในลำไส้หลายสายพันธุ์มีความสัมพันธ์กับอาการของโรคหลอดเลือดสมองที่รุนแรงขึ้นและการฟื้นตัวที่ช้าลงหลังเกิดโรค บ่งชี้ว่าจุลินทรีย์ในลำไส้อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความเสี่ยงและผลของโรคหลอดเลือดสมอง
ผลการศึกษาครั้งใหม่ซึ่งได้รับการนำเสนอในการประชุมขององค์กรโรคหลอดเลือดสมองแห่งยุโรป (European Stroke Organisation Conference หรือ ESOC 2022) ได้ชี้ให้เห็นถึงแบคทีเรียกลุ่มหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับการฟื้นตัวของระบบประสาทที่ช้าลงหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด (Ischemic Stroke) ทั้งในระยะแรก (24 ชั่วโมง) และหลังผ่านพ้นไป 3 เดือน
ผลวิจัยระบุว่ามีแบคทีเรียหลายชนิดที่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด ซึ่งรวมถึงแบคทีเรียฟิวโซแบคทีเรียม (Fusobacterium) และแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ส่วนทางด้านแบคทีเรียเนกาทิวิบาซิลลัส (Negativibacillus) และเลนทิสเฟเรีย (Lentisphaeria) มีความสัมพันธ์กับอาการของโรคหลอดเลือดสมองที่รุนแรงขึ้นในระยะแรก (ณ 6 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมงตามลำดับ) ขณะที่แบคทีเรียแอซิดามิโนคอคคัส (Acidaminococcus) มีความสัมพันธ์กับการทำงานของระบบประสาทที่ย่ำแย่เมื่อผ่านไป 3 เดือน
ดร. มิเกล เลดอส (Dr. Miquel Lledos) จากห้องปฏิบัติการพันธุศาสตร์และเภสัชพันธุศาสตร์โรคหลอดเลือดสมองแห่งสถาบันวิจัยซานเปา (Sant Pau Research Institute) ในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า "จุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งครอบคลุมจุลินทรีย์และแบคทีเรียนับล้านล้านที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของคนเรา ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองและการฟื้นตัวของระบบประสาทหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อย่างไรก็ตาม การวิจัยส่วนใหญ่ในอดีตเป็นเพียงการศึกษาในสัตว์"
"สำหรับการศึกษาครั้งนี้ เราใช้ตัวอย่างจากอุจจาระของผู้ป่วย 89 คนที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด โดยเป็นตัวอย่างแรกที่เก็บหลังเกิดโรค และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม เราจึงสามารถระบุแบคทีเรียหลายกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด"
โรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด เกิดขึ้นจากหลอดเลือดแดงที่ลำเลียงเลือดไปเลี้ยงสมองเกิดการอุดตันจากลิ่มเลือดหรือสิ่งกีดขวางอื่น ๆ และเป็นโรคหลอดเลือดสมองชนิดที่พบมากที่สุด ในยุโรปมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองราว 1.3 ล้านคนต่อปี และถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับสอง
"การค้นพบในครั้งนี้เปิดมุมมองใหม่ที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก นั่นคือ ในอนาคตเราอาจสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดสมองหรือเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวของระบบประสาทด้วยการทดสอบจุลินทรีย์ในลำไส้ ทั้งนี้ ในสาขาอื่น ๆ ก็กำลังมีการทดลองทางคลินิกที่น่าสนใจ เช่น นักวิจัยได้แทนที่จุลินทรีย์ในลำไส้ด้วยการเปลี่ยนแปลงอาหารหรือการปลูกถ่ายอุจจาระจากผู้บริจาคที่มีสุขภาพดี ซึ่งเรื่องนี้ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในสาขาโรคหลอดเลือดสมองด้วย"
ผลการศึกษาครั้งใหม่ซึ่งได้รับการนำเสนอในการประชุมขององค์กรโรคหลอดเลือดสมองแห่งยุโรป (European Stroke Organisation Conference หรือ ESOC 2022) ได้ชี้ให้เห็นถึงแบคทีเรียกลุ่มหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับการฟื้นตัวของระบบประสาทที่ช้าลงหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด (Ischemic Stroke) ทั้งในระยะแรก (24 ชั่วโมง) และหลังผ่านพ้นไป 3 เดือน
ผลวิจัยระบุว่ามีแบคทีเรียหลายชนิดที่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด ซึ่งรวมถึงแบคทีเรียฟิวโซแบคทีเรียม (Fusobacterium) และแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) ส่วนทางด้านแบคทีเรียเนกาทิวิบาซิลลัส (Negativibacillus) และเลนทิสเฟเรีย (Lentisphaeria) มีความสัมพันธ์กับอาการของโรคหลอดเลือดสมองที่รุนแรงขึ้นในระยะแรก (ณ 6 ชั่วโมง และ 24 ชั่วโมงตามลำดับ) ขณะที่แบคทีเรียแอซิดามิโนคอคคัส (Acidaminococcus) มีความสัมพันธ์กับการทำงานของระบบประสาทที่ย่ำแย่เมื่อผ่านไป 3 เดือน
ดร. มิเกล เลดอส (Dr. Miquel Lledos) จากห้องปฏิบัติการพันธุศาสตร์และเภสัชพันธุศาสตร์โรคหลอดเลือดสมองแห่งสถาบันวิจัยซานเปา (Sant Pau Research Institute) ในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งเป็นผู้นำการวิจัยครั้งนี้ กล่าวว่า "จุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งครอบคลุมจุลินทรีย์และแบคทีเรียนับล้านล้านที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของคนเรา ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองและการฟื้นตัวของระบบประสาทหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อย่างไรก็ตาม การวิจัยส่วนใหญ่ในอดีตเป็นเพียงการศึกษาในสัตว์"
"สำหรับการศึกษาครั้งนี้ เราใช้ตัวอย่างจากอุจจาระของผู้ป่วย 89 คนที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด โดยเป็นตัวอย่างแรกที่เก็บหลังเกิดโรค และเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม เราจึงสามารถระบุแบคทีเรียหลายกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้นในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด"
โรคหลอดเลือดสมองชนิดสมองขาดเลือด เกิดขึ้นจากหลอดเลือดแดงที่ลำเลียงเลือดไปเลี้ยงสมองเกิดการอุดตันจากลิ่มเลือดหรือสิ่งกีดขวางอื่น ๆ และเป็นโรคหลอดเลือดสมองชนิดที่พบมากที่สุด ในยุโรปมีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองราว 1.3 ล้านคนต่อปี และถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตมากที่สุดเป็นอันดับสอง
"การค้นพบในครั้งนี้เปิดมุมมองใหม่ที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก นั่นคือ ในอนาคตเราอาจสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดสมองหรือเพิ่มความสามารถในการฟื้นตัวของระบบประสาทด้วยการทดสอบจุลินทรีย์ในลำไส้ ทั้งนี้ ในสาขาอื่น ๆ ก็กำลังมีการทดลองทางคลินิกที่น่าสนใจ เช่น นักวิจัยได้แทนที่จุลินทรีย์ในลำไส้ด้วยการเปลี่ยนแปลงอาหารหรือการปลูกถ่ายอุจจาระจากผู้บริจาคที่มีสุขภาพดี ซึ่งเรื่องนี้ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมในสาขาโรคหลอดเลือดสมองด้วย"
จุลินทรีย์ในลําไส้เชื่อมโยงกับโรคหลอดเลือดสมองที่รุนแรงขึ้น
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (12 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (15 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (42 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (100 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (96 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (98 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (105 views)
- NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมแล้ว (121 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 6 ท่าน
