แพทย์ผิวหนัง แนะนำ การฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
แพทย์ผิวหนัง แนะนำ การฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย
กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง แนะนำการฉีดฟิลเลอร์(Filler) หรือการฉีดสารเติมเต็มเข้าสู่ผิวหนัง เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผิว ริ้วรอยร่องลึก บริเวณต่าง ๆ ของใบหน้านั้น ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังก่อนฉีด และปฏิบัติตามข้อแนะนำก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ เพื่อลดโอกาสเกิดความผิดปกติหรือการเกิดภาวะแทรกซ้อน
นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ ให้ข้อมูลว่า การฉีดฟิลเลอร์ คือ การฉีดสารเติมเต็ม ใช้สำหรับเติมเต็มเพื่อแก้ปัญหาผิว ริ้วรอยร่องลึก บริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ชนิดชั่วคราว และชนิดกึ่งถาวร โดยชนิดชั่วคราวส่วนใหญ่ จะเป็นสารกลุ่มไฮยาลูรอนิค แอซิด (Hyaluronic Acid) หรือ (HA) ในการฉีดครั้งหนึ่งจะอยู่ได้นานประมาณ 1 ? 2 ปี ส่วนชนิดกึ่งถาวร ในการฉีดครั้งหนึ่งอาจอยู่ได้ยาวนานเป็น 10 ปี ซึ่งโดยส่วนใหญ่แพทย์จะไม่ค่อยแนะนำชนิดกึ่งถาวร เนื่องจากโดยส่วนใหญ่มักไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติเหมือนกลุ่มไฮยาลูรอนิค แอซิด เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาทำให้การรักษาค่อนข้างยาก ดังนั้น ข้อควรปฏิบัติหรือสิ่งที่ควรทราบก่อนการฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่ 1. ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวิเคราะห์ปัญหา และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม 2. หากมีโรคประจำตัว มียาหรือวิตามินที่ต้องรับประทานประจำควรแจ้งแพทย์ก่อนทำการรักษาทุกครั้ง 3. ควรเลือกยี่ห้อและชนิดของฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานและสามารถตรวจสอบข้อมูลจากบรรจุภัณฑ์ได้ และ 4. ควรตรวจสอบสถานพยาบาลหรือคลินิกที่ได้มาตรฐานและมีใบอนุญาตถูกต้อง
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ให้กล่าวเพิ่มเติมว่า การฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน ฉีดไม่ถูกตำแหน่ง หรือการเลือกใช้ตัวของผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดการไหลของฟิลเลอร์ ผิวหนังบิดเบี้ยวหรือบวมหนาผิดรูป และมีปัญหาภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ โดยจะมีวิธีการสังเกตภาวะแทรกซ้อนหรือความผิดปกติหลังการฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่ 1. สีผิวบริเวณตำแหน่งที่ทำการรักษาผิดปกติ เช่น ซีด หรือแดงคล้ำ 2. มีอาการปวด บวม แดงหรือช้ำมากกว่าปกติ 3. มีอาการชา 4. มีอาการบวม แดง กดเจ็บ หรือทีหนอง ที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อหรืออักเสบที่ผิวหนัง หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์โดยทันที
ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า หลังฉีดฟิลเลอร์เสร็จ ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อน ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ ควรงดการทำหัตถการบริเวณใบหน้า เช่น นวดหน้า หรือการใช้เครื่องมือที่อาจมีความร้อน รวมถึงหมั่นสังเกตความผิดปกติบริเวณใบหน้าโดยเฉพาะตำแหน่งที่ทำการรักษา ทั้งนี้ ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ หากต้องการคำแนะนำในการดูแลรักษาผิวพรรณที่ถูกวิธีแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยตรง


พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ให้กล่าวเพิ่มเติมว่า การฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน ฉีดไม่ถูกตำแหน่ง หรือการเลือกใช้ตัวของผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดการไหลของฟิลเลอร์ ผิวหนังบิดเบี้ยวหรือบวมหนาผิดรูป และมีปัญหาภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ โดยจะมีวิธีการสังเกตภาวะแทรกซ้อนหรือความผิดปกติหลังการฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่ 1. สีผิวบริเวณตำแหน่งที่ทำการรักษาผิดปกติ เช่น ซีด หรือแดงคล้ำ 2. มีอาการปวด บวม แดงหรือช้ำมากกว่าปกติ 3. มีอาการชา 4. มีอาการบวม แดง กดเจ็บ หรือทีหนอง ที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อหรืออักเสบที่ผิวหนัง หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์โดยทันที
ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า หลังฉีดฟิลเลอร์เสร็จ ควรหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อน ทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ ควรงดการทำหัตถการบริเวณใบหน้า เช่น นวดหน้า หรือการใช้เครื่องมือที่อาจมีความร้อน รวมถึงหมั่นสังเกตความผิดปกติบริเวณใบหน้าโดยเฉพาะตำแหน่งที่ทำการรักษา ทั้งนี้ ควรดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ หากต้องการคำแนะนำในการดูแลรักษาผิวพรรณที่ถูกวิธีแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยตรง

-
- ฟิลเลอร์ MD. ออฟไลน์
แพทย์ผิวหนัง แนะนำ การฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย
การฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้มาตรฐาน ฉีดไม่ถูกตำแหน่ง หรือการเลือกใช้ตัวของผลิตภัณฑ์ไม่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดการไหลของฟิลเลอร์ ผิวหนังบิดเบี้ยวหรือบวมหนาผิดรูป และมีปัญหาภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมาได้ โดยจะมีวิธีการสังเกตภาวะแทรกซ้อนหรือความผิดปกติหลังการฉีดฟิลเลอร์ ได้แก่
1. สีผิวบริเวณตำแหน่งที่ทำการรักษาผิดปกติ เช่น ซีด หรือแดงคล้ำ
2. มีอาการปวด บวม แดงหรือช้ำมากกว่าปกติ
3. มีอาการชา
4. มีอาการบวม แดง กดเจ็บ หรือทีหนอง ที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อหรืออักเสบที่ผิวหนัง
หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์โดยทันที
1. สีผิวบริเวณตำแหน่งที่ทำการรักษาผิดปกติ เช่น ซีด หรือแดงคล้ำ
2. มีอาการปวด บวม แดงหรือช้ำมากกว่าปกติ
3. มีอาการชา
4. มีอาการบวม แดง กดเจ็บ หรือทีหนอง ที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อหรืออักเสบที่ผิวหนัง
หากมีอาการเหล่านี้ควรไปพบแพทย์โดยทันที
แพทย์ผิวหนัง แนะนำ การฉีดฟิลเลอร์อย่างไรให้ปลอดภัย
iBeauty Forums | เว็บบอร์ดความงาม เคล็ดลับความงาม เว็บบอร์ดเครื่องสำอาง ผิว แฟชั่น นวด สปา
iBeauty Forums | เว็บบอร์ดความงาม เคล็ดลับความงาม เว็บบอร์ดเครื่องสำอาง ผิว แฟชั่น นวด สปา
- ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อผิวหนังอย่างไร (77 views)
- รู้จัก 3 ประเภทหลักของหลุมสิว และแนวทางการรักษาหลุมสิว (212 views)
- วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบเซรั่มสาหร่ายทะเลขนาดเล็ก “Phyceae Facial Serum” ยกระดับผิวแข็งแรงด้วยสารสกัดแคโรทีนอยด์ (120 views)
- ตาแห้ง สาเหตุ อาการ และวิธีดูแลรักษาที่ควรรู้ (9 views)
- การปกป้องผิวหนังจากแสงแดดในหน้าร้อน การใช้ครีมกันแดดให้ถูกหลัก (72 views)
- Ulthera SPT vs Ulthera Prime เปรียบเทียบตัวช่วยยกกระชับผิว (19 views)
- EndoliftX ที่ไหนดี? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย เห็นผล และคุ้มค่า (138 views)
- หน้าไม่เท่ากัน แก้ยังไง? รวมวิธีปรับรูปหน้าให้สมดุล ดูเป็นธรรมชาติ (23 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
