แพทย์แผนไทย แนะ ประโยชน์ของกล้วยตามภูมิปัญญาไทย ช่วยลดปัญหาสุขภาพแบบประหยัด
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
แพทย์แผนไทย แนะ ประโยชน์ของกล้วยตามภูมิปัญญาไทย ช่วยลดปัญหาสุขภาพแบบประหยัด
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยสรรพคุณของกล้วยตามมุมมองด้านภูมิปัญญาไทย ชี้ประโยชน์ของกล้วย ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูโรค แบบภูมิปัญญาไทย เป็นวิธีที่ประหยัด และเกิดประโยชน์สูง ส่งผลช่วยลดค่าใช้จ่ายสุขภาพทางสาธารณสุข
นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การดูแลสุขภาพแบบภูมิปัญญาไทยด้วยการนำกล้วยมาใช้ในการดูแลสุขภาพเป็นวิถีชีวิตที่มีมาตั้งแต่เกิดจนชรา อีกทั้งกล้วยยังมีประโยชน์เกือบทุกส่วน ที่สามารถนำมาใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพ ตามหลักการแพทย์แผนไทยได้ด้วย กล้วยนั้น มีสารสำคัญหลายชนิดเช่น โพแทสเซียม มีไฟเบอร์สูงและมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้นหากมองในมุมประโยชน์ของกล้วยที่สามารถนำมาใช้ในทางสาธารณสุขจึงทำให้เกิดประโยชน์ของกล้วย 4 ด้าน ดังนี้ กล้วยกับการส่งเสริมสุขภาพ กล้วยกับการป้องกันโรค กล้วยกับการรักษาโรค และกล้วยกับการฟื้นฟูสุขภาพ
กล้วยกับการส่งเสริมสุขภาพ กล้วยมีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยลดริ้วรอยและความเสื่อมของเซลล์ วิถีภูมิปัญญาจึงนำกล้วยสุก 1 ผลมาบดผสมน้ำผึ้งพอกหน้า 15 นาที แล้วล้างออก เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ผิวจะเนียนนุ่ม แต่ต้องระวังไม่ให้เข้าตา เปลือกกล้วย ช่วยแก้ปัญหาข้อศอกด้าน ข้อเข่าด้าน วิธีการทำ หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายแล้ว ให้นำเปลือกกล้วยโดยนำด้านในของเปลือกกล้วยมาขัดถูและพอกบริเวณข้อศอกหรือข้อเข่า ทิ้งไว้ 10 -15 นาที แล้วล้างออก เนื่องจากเปลือกกล้วยมีสารลูทีน (Lutein) วิตามิน A และ E จะช่วยผลัดเซลล์ผิวและช่วยให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื้น กล้วยกับการป้องกันโรค กล้วยมีสารทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นฮอร์โมนเซโรโทนิน ที่ช่วยให้เกิดความสุขและอารมณ์ดี การกินกล้วยจึงช่วยปรับสมดุลร่างกาย คลายความเครียด นอกจากนี้กากใยของกล้วยช่วยทำให้ขับถ่ายง่าย จึงควรกินกล้วยสุกวันละ 1 ผล ทุกเช้า กล้วยกับการรักษาโรค ผลของกล้วย ทั้งผลกล้วยสุกและกล้วยดิบ มีสรรพคุณตามรสของตัวยาอยู่ 2 อย่างหลัก ๆ คือ 1.ผลกล้วยน้ำว้าดิบหรือห่าม จะมีรสฝาด ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อหรือท้องเสียที่เกิดจากธาตุในร่างกายไม่สมดุล เช่น การรับประทานอาหารรสเปรี้ยวในปริมาณที่มากหรือการรับประทานอาหารที่ระบบทางเดินอาหารไม่คุ้นชินแล้วทำให้มีอาการท้องเสีย กรณีนี้จะสามารถใช้ กล้วยน้ำว้าดิบ หรือห่ามบรรเทาอาการได้ เนื่องจากสารแทนนินในกล้วยน้ำว้าดิบหรือห่าม มีสรรพคุณช่วยลดการหดเกร็งและลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ จะช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้ วิธีรับประทาน ให้รับประทาน ครั้งละ ? ? 1 ผล หรือฝานเป็นแว่น ๆ ตากแดดให้แห้ง รับประทานครั้งละ 10 กรัม ชงในน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น 120 ? 200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร หรือเมื่อมีอาการ 2.ผลกล้วยน้ำว้าสุก มีรสหวาน มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เนื่องจากกล้วยน้ำว้าสุกอุดมไปด้วยกากใยอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ จึงสามารถช่วยระบายท้องได้ วิธีรับประทาน ให้รับประทาน ครั้งละ 1-2 ผล แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ กล้วยกับการฟื้นฟูสุขภาพ คุณแม่หลังคลอดหัวปลีของกล้วยมีสารอาหารที่สำคัญได้แก่ แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงโลหิตในคุณแม่หลังคลอดและปลีกล้วยมีสารซาโปนิน(Saponins) และแทนนิน(Tannins) ที่อาจช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรแลคตินในเลือด กระตุ้นต่อมน้ำนมให้มีการสร้างน้ำนมของคุณแม่หลังคลอด จึงควรนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารให้กับคุณแม่หลังคลอด เช่น แกงเลียงหัวปลี ต้มยำหัวปลี และยำหัวปลี นอกจากนี้กล้วยมีสารซีโรโทนินที่ช่วยควบคุมความอยากอาหาร ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากการรับประทานกล้วยจะทำให้รู้สึกอิ่มนาน จึงเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานและผู้มีโรคอ้วน และยังช่วยให้นอนหลับสบาย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับอีกด้วย
กล้วยจึงเป็นผลไม้ที่ควรนำมาดูแลสุขภาพได้ประโยชน์สูงด้วยภูมิปัญญาไทย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค ลดปัญหาทางการแพทย์และการสาธารณสุข หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยหรือการใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรค สามารถติดต่อที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หมายเลขโทรศัพท์ 0 2149 5678 หรือช่องทางออนไลน์ที่ FACEBOOK กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก www.facebook.com/dtam.moph และ line @DTAM
นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การดูแลสุขภาพแบบภูมิปัญญาไทยด้วยการนำกล้วยมาใช้ในการดูแลสุขภาพเป็นวิถีชีวิตที่มีมาตั้งแต่เกิดจนชรา อีกทั้งกล้วยยังมีประโยชน์เกือบทุกส่วน ที่สามารถนำมาใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสุขภาพ ตามหลักการแพทย์แผนไทยได้ด้วย กล้วยนั้น มีสารสำคัญหลายชนิดเช่น โพแทสเซียม มีไฟเบอร์สูงและมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย ดังนั้นหากมองในมุมประโยชน์ของกล้วยที่สามารถนำมาใช้ในทางสาธารณสุขจึงทำให้เกิดประโยชน์ของกล้วย 4 ด้าน ดังนี้ กล้วยกับการส่งเสริมสุขภาพ กล้วยกับการป้องกันโรค กล้วยกับการรักษาโรค และกล้วยกับการฟื้นฟูสุขภาพ
กล้วยกับการส่งเสริมสุขภาพ กล้วยมีเบต้าแคโรทีนที่ช่วยลดริ้วรอยและความเสื่อมของเซลล์ วิถีภูมิปัญญาจึงนำกล้วยสุก 1 ผลมาบดผสมน้ำผึ้งพอกหน้า 15 นาที แล้วล้างออก เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ผิวจะเนียนนุ่ม แต่ต้องระวังไม่ให้เข้าตา เปลือกกล้วย ช่วยแก้ปัญหาข้อศอกด้าน ข้อเข่าด้าน วิธีการทำ หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายแล้ว ให้นำเปลือกกล้วยโดยนำด้านในของเปลือกกล้วยมาขัดถูและพอกบริเวณข้อศอกหรือข้อเข่า ทิ้งไว้ 10 -15 นาที แล้วล้างออก เนื่องจากเปลือกกล้วยมีสารลูทีน (Lutein) วิตามิน A และ E จะช่วยผลัดเซลล์ผิวและช่วยให้ผิวพรรณนุ่มชุ่มชื้น กล้วยกับการป้องกันโรค กล้วยมีสารทริปโตเฟน (Tryptophan) ซึ่งเป็นสารตั้งต้นฮอร์โมนเซโรโทนิน ที่ช่วยให้เกิดความสุขและอารมณ์ดี การกินกล้วยจึงช่วยปรับสมดุลร่างกาย คลายความเครียด นอกจากนี้กากใยของกล้วยช่วยทำให้ขับถ่ายง่าย จึงควรกินกล้วยสุกวันละ 1 ผล ทุกเช้า กล้วยกับการรักษาโรค ผลของกล้วย ทั้งผลกล้วยสุกและกล้วยดิบ มีสรรพคุณตามรสของตัวยาอยู่ 2 อย่างหลัก ๆ คือ 1.ผลกล้วยน้ำว้าดิบหรือห่าม จะมีรสฝาด ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อหรือท้องเสียที่เกิดจากธาตุในร่างกายไม่สมดุล เช่น การรับประทานอาหารรสเปรี้ยวในปริมาณที่มากหรือการรับประทานอาหารที่ระบบทางเดินอาหารไม่คุ้นชินแล้วทำให้มีอาการท้องเสีย กรณีนี้จะสามารถใช้ กล้วยน้ำว้าดิบ หรือห่ามบรรเทาอาการได้ เนื่องจากสารแทนนินในกล้วยน้ำว้าดิบหรือห่าม มีสรรพคุณช่วยลดการหดเกร็งและลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ จะช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้ วิธีรับประทาน ให้รับประทาน ครั้งละ ? ? 1 ผล หรือฝานเป็นแว่น ๆ ตากแดดให้แห้ง รับประทานครั้งละ 10 กรัม ชงในน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น 120 ? 200 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง ก่อนอาหาร หรือเมื่อมีอาการ 2.ผลกล้วยน้ำว้าสุก มีรสหวาน มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก เนื่องจากกล้วยน้ำว้าสุกอุดมไปด้วยกากใยอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่ายให้เป็นปกติ จึงสามารถช่วยระบายท้องได้ วิธีรับประทาน ให้รับประทาน ครั้งละ 1-2 ผล แล้วดื่มน้ำตามมาก ๆ กล้วยกับการฟื้นฟูสุขภาพ คุณแม่หลังคลอดหัวปลีของกล้วยมีสารอาหารที่สำคัญได้แก่ แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงโลหิตในคุณแม่หลังคลอดและปลีกล้วยมีสารซาโปนิน(Saponins) และแทนนิน(Tannins) ที่อาจช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนโปรแลคตินในเลือด กระตุ้นต่อมน้ำนมให้มีการสร้างน้ำนมของคุณแม่หลังคลอด จึงควรนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารให้กับคุณแม่หลังคลอด เช่น แกงเลียงหัวปลี ต้มยำหัวปลี และยำหัวปลี นอกจากนี้กล้วยมีสารซีโรโทนินที่ช่วยควบคุมความอยากอาหาร ช่วยปรับระดับน้ำตาลในเลือด เนื่องจากการรับประทานกล้วยจะทำให้รู้สึกอิ่มนาน จึงเหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานและผู้มีโรคอ้วน และยังช่วยให้นอนหลับสบาย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการนอนไม่หลับอีกด้วย
กล้วยจึงเป็นผลไม้ที่ควรนำมาดูแลสุขภาพได้ประโยชน์สูงด้วยภูมิปัญญาไทย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค ลดปัญหาทางการแพทย์และการสาธารณสุข หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการแพทย์แผนไทยหรือการใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรค สามารถติดต่อที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก หมายเลขโทรศัพท์ 0 2149 5678 หรือช่องทางออนไลน์ที่ FACEBOOK กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก www.facebook.com/dtam.moph และ line @DTAM
แพทย์แผนไทย แนะ ประโยชน์ของกล้วยตามภูมิปัญญาไทย ช่วยลดปัญหาสุขภาพแบบประหยัด
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (21 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (10 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (64 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (15 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (9 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (36 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (46 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (15 views)

