โรงพยาบาลศิริราชวอนขอผู้มีสุขภาพดี ร่วมแบ่งปันโลหิตให้ทุกชีวิตที่รอคอย
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
โรงพยาบาลศิริราชวอนขอผู้มีสุขภาพดี ร่วมแบ่งปันโลหิตให้ทุกชีวิตที่รอคอย

สถานการณ์ธนาคารเลือดศิริราชในปัจจุบันเริ่มคลี่คลายตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาแต่โรงพยาบาลศิริราชยังมีความจำเป็นต้องรับบริจาคเลือดเพื่อใช้ในการรักษาทั้งผู้ป่วยโรคเลือดผู้ป่วยผ่าตัดและผู้ป่วยเคสฉุกเฉินอย่างต่อเนื่องระบุแม้สถานการณ์ขณะนี้เริ่มดีขึ้นบ้าง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังคลังเลือดให้สมดุลกับภาวะเร่งด่วนทุกขณะ วอนผู้มีสุขภาพดี ร่วมบริจาคเลือดเพื่อแบ่งปันให้กับทุกชีวิตที่รอคอยความหวังด้วยกัน

รศ.ร.อ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุล หัวหน้าภาควิชาเวชศาสตร์การธนาคารเลือด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวถึงสถานการณ์ธนาคารเลือดของโรงพยาบาลศิริราชขณะนี้ว่า เริ่มดีขึ้นเมื่อเทียบจากช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยเป็นผลจากการเร่งประชาสัมพันธ์ขอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ละวันทำการมีผู้มาบริจาคเลือดกว่า 100 ยูนิต ส่วนวันหยุดเพิ่มขึ้นเป็น 150-200 ยูนิต ทำให้โรงพยาบาลศิริราชสามารถนัดคนไข้ซึ่งจำเป็นต้องรักษาและผ่าตัดบางราย ที่เลื่อนนัดไปก่อนหน้านี้กลับมาทำการรักษา เข้ามาใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ขาดแคลนเลือดยังคงค่อนข้างอ่อนไหว หากคนไข้ที่เข้ารับการรักษาต้องใช้เลือดกรุ๊ปเดียวกันหลายรายทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเลือดบางกรุ๊ปตามมา ซึ่งทีมงานทุกฝ่ายใน รพ. ได้พยายามวางแผนให้เกิดความแม่นยำทุกขณะเพื่อให้การบริหารจัดการเลือดในคลังเกิดความสมดุลที่สุด

ตลอดระยะ 2 ปี วิกฤตโควิด-19 กระทบต่อการรักษาและรับบริจาคเลือดอย่างมาก รพ.ศิริราชมีคนไข้อาการหนักที่จำเป็นต้องใช้เลือดทุก ๆ วัน ทั้งคนไข้โรคเลือดที่ต้องใช้เลือด คนไข้โรคมะเร็งที่ต้องผ่าตัดเร่งด่วน โรคหัวใจบางอย่างถ้าผ่าตัดถูกเลื่อนออกไปนานคนไข้อาจเสียชีวิตได้การปลูกถ่ายอวัยวะต้องรีบทำ ผู้ป่วยฉุกเฉิน เคสอุบัติเหตุร้ายแรง ผู้ป่วยอาการหนัก แม้กระทั่งผู้ติดเชื้อโควิดอาการหนักบางช่วง ล้วนต้องรอคอยความช่วยเหลือจากผู้บริจาคเลือดตลอดเวลา?
เลือดที่ขาดแคลนบ่อยใน รพ.ศิริราช คือเกล็ดเลือดกับเม็ดเลือดแดง เพราะอายุการจัดเก็บที่สั้น เม็ดเลือดแดงเก็บได้ไม่เกิน 42 วัน เกล็ดเลือดเก็บได้เพียงแค่ 5 วัน ส่วนพลาสมาเก็บได้เป็นปี ทั้งนี้ คนที่มาบริจาคเลือดส่วนใหญ่ จะสัมพันธ์กับความชุกในหมู่เลือดของประชากรคนไทย นั่นคือ เลือดกรุ๊ป A, B, O, AB หมู่เลือดที่ไม่ค่อยขาดคือกรุ๊ป AB กรุ๊ป ส่วนเลือดกรุ๊ป A และ O มักจะขาดแคลนเป็นระยะ เพราะมีคนไข้ที่ต้องถ่ายเลือดกรุ๊ปนี้จำนวนพอสมควร
ทั้งนี้ สัดส่วนคนไข้ของศิริราชเป็นโรคเลือด เช่น ธาลัสซีเมีย ลูคีเมีย ประมาณ 20-30% นอกจากนี้ยังมีคนไข้โรคมะเร็ง คนไข้อาการหนักที่ต้องเจาะเลือด เลือดออกทางเดินอาหาร กลุ่มปลูกถ่ายอวัยวะ ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ คนไข้สูตินรีเวช การคลอดลูก มะเร็งนรีเวช คนไข้เด็กที่เป็นโรคเลือด โดยกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้เลือดถึง 1 ใน 3 ของคลังสำรอง สำหรับกลุ่มคนไข้ผ่าตัดเคสใหญ่ คนไข้กลุ่มนี้ถ้าไม่มีเลือดสำรองจะผ่าตัดไม่ได้ ในฐานะที่เป็นรพ.ใหญ่จึงต้องมีความพร้อมเรื่องเลือดเพื่อช่วยชีวิตคนไข้ทุกคนให้ทันเวลาและปลอดภัยที่สุดทุกขณะ
?วันที่วิกฤตหนัก เลือดมีน้อยจนต้องใช้เฉพาะรายที่จำเป็นเร่งด่วนเท่านั้น เราต้องร้องขอความช่วยเหลือทางสื่อต่าง ๆ ทุกทางที่ทำได้ เพื่อให้ผู้คนตระหนักว่า นอกจากสถานการณ์โควิดที่กำลังวิกฤตแล้ว สถานการณ์ขาดเลือดก็วิกฤตไม่แพ้กัน ผู้บริจาคเลือดได้ทยอยเข้ามาช่วยบริจาคเลือด รวมทั้งได้รับการบริจาคเลือดจากทหารหน่วยต่าง ๆ ทำให้สถานการณ์เลือดในคลังค่อย ๆ พลิกฟื้นขึ้นมา ต้องขอขอบคุณทุกความช่วยเหลือที่ช่วยต่อชีวิตผู้ป่วย?
การถ่ายเลือดให้คนไข้ครั้งแรกในประเทศไทยเกิดขึ้นที่ รพ.ศิริราช และในปี พ.ศ.2489 มีการจัดตั้ง ?หน่วยถ่ายเลือด? เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยโรคเลือด หน่วยงานหลักที่ดูแลขณะนั้นคือ ฝ่ายศัลยแพทย์ ออร์โธปิดิกส์ และสูติแพทย์ ซึ่งจำเป็นต้องใช้เลือดในการผ่าตัดจำนวนมาก อาจารย์แพทย์ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาธนาคารเลือดของศิริราชให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศอื่น คือ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงทัศน์ยานี จันทนยิ่งยง ปัจจุบันหน่วยถ่ายเลือดศิริราช ขยายตัวตามขนาดของ รพ. และเปลี่ยนชื่อเป็น ?ศูนย์รับบริจาคเลือดศิริราช? มีการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ด้วยมาตรฐานสูงตามหลักสากล และถึงพร้อมด้วยนวัตกรรมทันสมัย เพื่อให้สามารถรักษาและช่วยเหลือคนไข้อย่างเร่งด่วน ด้วยความราบรื่นและปลอดภัยที่สุด สถานที่ใหม่ที่กว้างขวางทำให้สามารถดำเนินการรับบริจาคเลือดโดยมีระยะห่างที่ปลอดภัยในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่สำคัญเราสามารถหาเลือดสนับสนุนการรักษาคนไข้ของ รพ.ศิริราชเกือบ100%จึงช่วยแบ่งเบาภาระที่จะต้องขอเลือดจากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
ศูนย์รับบริจาคเลือดศิริราช มีระบบคัดกรองความเสี่ยงจากโควิด-19 ตามมาตรฐานสากล มีการประเมินความเสี่ยงทั้งเจ้าหน้าที่และผู้บริจาคเลือด ผู้ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ก็สามารถบริจาคเลือดได้ โดยเว้นระยะห่างก่อนและหลังฉีดวัคซีนโควิด 7 วัน แต่หลังฉีดวัคซีนหากพบว่ามีอาการข้างเคียง รอให้หายดีก่อนค่อยมาบริจาคเลือดในภายหลังได้โดยให้เว้นระยะ 14 วันหลังฉีดวัคซีน
ผู้สนใจสามารถบริจาคเลือดได้ที่ ศูนย์รับบริจาคเลือดศิริราช อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา ชั้น 3 รพ.ศิริราช ทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. หรือนัดผ่านแอพ Siriraj Connect ดำเนินตามขั้นตอน กรอกข้อมูล พร้อมนัดหมายวันเวลาบริจาคเลือดล่วงหน้า และหากต้องการบริจาคเป็นหมู่คณะ สามารถติดต่อผ่านหน่วยรับบริจาคเลือดนอกสถานที่ของศิริราช สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2414 0100, 0 2414 0102
รศ.ร.อ.พญ.ปาริชาติ เพิ่มพิกุล กล่าวว่า ?ในฐานะแพทย์ที่ดูแลธนาคารเลือด จึงขอเชิญชวนให้ท่านผู้มีจิตศรัทธา ที่มีสุขภาพแข็งแรง ช่วยกันมาบริจาคเลือดเพื่อคนไข้ที่รอคอยความหวัง ส่งผ่านความเมตตาและความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยทุกคน ให้มีโอกาสได้รับการรักษาที่เหมาะสม ถูกต้อง ตามเวลา โรคจะได้บรรเทาเบาบางและคนไข้ก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น เราจะผ่านช่วงวิกฤตไปได้ ก็ด้วยน้ำใจจากการบริจาคเลือดอย่างต่อเนื่อง เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเรามีความพร้อมตลอดเวลา ก็จะสามารถช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยได้มากที่สุด?
การบริจาคเลือดเป็นการแบ่งปันที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง เพียงท่านมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง งดดื่มสุรา งดอาหารที่มีไขมันสูง นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพออย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนการบริจาคเลือด มีน้ำหนัก 48 กิโลกรัมขึ้นไป อายุตั้งแต่ 18-65 ปี ไม่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคทางเพศสัมพันธ์ ไม่มีประวัติโรคติดต่อได้ผ่านการให้เลือด ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีความเสี่ยงเรื่องการติดเชื้อโควิด-19 ก็สามารถเข้ารับการคัดกรองเบื้องต้นเพื่อบริจาคโลหิตที่ ศูนย์รับบริจาคเลือดศิริราขได้ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
มาร่วมกันเป็นสะพานบุญ เพื่อแบ่งปันโลหิตให้ทุกชีวิตที่รอคอยด้วยกัน
โรงพยาบาลศิริราชวอนขอผู้มีสุขภาพดี ร่วมแบ่งปันโลหิตให้ทุกชีวิตที่รอคอย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (22 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (27 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (56 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (111 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (112 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (106 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (107 views)
- NIDA Environment Poll 2026 สะท้อนคนไทยห่วงอนาคตสิ่งแวดล้อม 65.6% มองอีก 10 ปีแย่ลง แม้ 88.2% เริ่มลงมือปรับพฤติกรรมแล้ว (123 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
