เตือนประชาชน ระวังป่วยโรคเมลิออยโดสิส พื้นที่ฝนตกน้ำท่วมขัง ผู้ที่มีบาดแผลให้หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลน
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
เตือนประชาชน ระวังป่วยโรคเมลิออยโดสิส พื้นที่ฝนตกน้ำท่วมขัง ผู้ที่มีบาดแผลให้หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลน
กรมควบคุมโรค พยากรณ์โรคฯ ฉบับที่ 42/2564 "เตือนประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ยังมีฝนตก อาจมีน้ำท่วมขังและดินชื้นแฉะ ระวังป่วยโรคเมลิออยโดสิส ผู้ที่มีบาดแผลให้หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลน
การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิสได้ เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ทำให้มีน้ำท่วมขังหรือดินชื้นแฉะ ซึ่งประชาชนที่มีความเสี่ยงป่วยโรคเมลิออยโดสิส ได้แก่ ผู้อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เกษตรกร ผู้ที่ต้องทำงานสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หรือสัมผัสสัตว์เลี้ยง เช่น แมว สุนัข หมู ม้า วัว ควาย แกะ หรือแพะ เป็นต้น ผู้ที่มีบาดแผลที่เท้า รวมถึงผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ธาลัสซีเมีย โรคไตวายเรื้อรัง โดยเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุจะอยู่ในดินและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทางคือ 1.ผ่านทางบาดแผลบนผิวหนัง 2.สูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป 3.ดื่มหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป หลังติดเชื้อผ่านไป 1-21 วัน บางรายอาจนานเป็นปี จะมีอาการเจ็บป่วย ซึ่งอาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะ แต่จะมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่นๆ หลายโรค เช่น มีไข้สูง มีฝีที่ผิวหนัง มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ อาจติดเชื้อเฉพาะทื่หรือติดเชื้อแพร่กระจายทั่วทุกอวัยวะทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ส่วนใหญ่มักจะเริ่มจากอาการไข้เป็นหลัก จึงทำให้วินิจฉัยโรคได้ยาก ต้องอาศัยการตรวจเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการเป็นหลัก เพื่อใช้ประกอบการตรวจวินิจฉัยและรักษา กรมควบคุมโรค ขอแนะนำวิธีการป้องกันโรคเมลิออยโดสิส ดังนี้ 1.ผู้ที่มีบาดแผลให้หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็นขอให้สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง กางเกงขายาวหรือชุดลุยน้ำและรีบทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่ 2.หากมีบาดแผลที่ผิวหนัง ควรรีบทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำจนกว่าแผลจะแห้งสนิท 3.รับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำ ต้มสุก 4.หลีกเลี่ยงการสัมผัสลมฝุ่น และการอยู่ท่ามกลางสายฝน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์
ฉบับที่ 42/2564 ประจำสัปดาห์ที่ 48 (วันที่ 28 พ.ย. - 4 ธ.ค. 64)
จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคโรคเมลิออยโดสิส (Melioidosis) ในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 19 พฤศจิกายน 2564 พบผู้ป่วย 2,082 ราย เสียชีวิต 6 ราย กลุ่มอายุที่พบอัตราป่วยมากที่สุดคือ กลุ่มอายุ 55-64 ปี รองลงมาคือ อายุ 45-54 ปี และอายุมากกว่า 65 ปี ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในวัยทำงานและกลุ่มผู้สูงอายุ โดยพบมากที่สุดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองลงมาคือภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ตามลำดับ พบในกลุ่มอาชีพเกษตรกรมากที่สุดฉบับที่ 42/2564 ประจำสัปดาห์ที่ 48 (วันที่ 28 พ.ย. - 4 ธ.ค. 64)
การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่าในช่วงนี้มีโอกาสพบผู้ป่วยโรคเมลิออยโดสิสได้ เนื่องจากขณะนี้ในพื้นที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ทำให้มีน้ำท่วมขังหรือดินชื้นแฉะ ซึ่งประชาชนที่มีความเสี่ยงป่วยโรคเมลิออยโดสิส ได้แก่ ผู้อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม เกษตรกร ผู้ที่ต้องทำงานสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หรือสัมผัสสัตว์เลี้ยง เช่น แมว สุนัข หมู ม้า วัว ควาย แกะ หรือแพะ เป็นต้น ผู้ที่มีบาดแผลที่เท้า รวมถึงผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ธาลัสซีเมีย โรคไตวายเรื้อรัง โดยเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุจะอยู่ในดินและน้ำ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทางคือ 1.ผ่านทางบาดแผลบนผิวหนัง 2.สูดหายใจเอาฝุ่นจากดินที่มีเชื้อเจือปนอยู่เข้าไป 3.ดื่มหรือรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อเข้าไป หลังติดเชื้อผ่านไป 1-21 วัน บางรายอาจนานเป็นปี จะมีอาการเจ็บป่วย ซึ่งอาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะ แต่จะมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่นๆ หลายโรค เช่น มีไข้สูง มีฝีที่ผิวหนัง มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ อาจติดเชื้อเฉพาะทื่หรือติดเชื้อแพร่กระจายทั่วทุกอวัยวะทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ส่วนใหญ่มักจะเริ่มจากอาการไข้เป็นหลัก จึงทำให้วินิจฉัยโรคได้ยาก ต้องอาศัยการตรวจเพาะเชื้อทางห้องปฏิบัติการเป็นหลัก เพื่อใช้ประกอบการตรวจวินิจฉัยและรักษา กรมควบคุมโรค ขอแนะนำวิธีการป้องกันโรคเมลิออยโดสิส ดังนี้ 1.ผู้ที่มีบาดแผลให้หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนหรือสัมผัสดินและน้ำโดยตรง หากจำเป็นขอให้สวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง กางเกงขายาวหรือชุดลุยน้ำและรีบทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่ 2.หากมีบาดแผลที่ผิวหนัง ควรรีบทำความสะอาดด้วยยาฆ่าเชื้อ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสดินและน้ำจนกว่าแผลจะแห้งสนิท 3.รับประทานอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำ ต้มสุก 4.หลีกเลี่ยงการสัมผัสลมฝุ่น และการอยู่ท่ามกลางสายฝน สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
เตือนประชาชน ระวังป่วยโรคเมลิออยโดสิส พื้นที่ฝนตกน้ำท่วมขัง ผู้ที่มีบาดแผลให้หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (23 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (4 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (3 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (74 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (17 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (68 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (41 views)
- Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง (71 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

