จะรับมืออย่างไรเมื่อ COVID-19 รบกวนชีวิตผู้ป่วยเบาหวาน
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
จะรับมืออย่างไรเมื่อ COVID-19 รบกวนชีวิตผู้ป่วยเบาหวาน
รับมืออย่างไรเมื่อ COVID-19 รบกวนชีวิตผู้ป่วยเบาหวาน

ไม่ได้เสี่ยงมากกว่า แต่ถ้าติด COVID-19 ขึ้นมาจะรุนแรง
"ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าผู้ป่วยเบาหวานจะติดโควิดง่ายกว่า โดยทั่วไปแล้วอัตราการติดโควิดก็ใกล้เคียงกับคนทั่วไปค่ะ แต่ที่จัดเป็นโรคกลุ่มเสี่ยง เพราะว่าถ้าติดเชื้อไปแล้วผู้ป่วยเบาหวานมีสิทธิ์จะอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่คุมเบาหวานได้ไม่ดี น้ำตาลในเลือดสูง และบางคนมีโรคแทรกซ้อนหรือโรคร่วมอื่นๆอยู่ด้วย เช่น โรคหัวใจ โรคไตเสื่อมเรื้อรัง รวมถึงผู้ป่วยเบาหวานก็มักจะเป็นผู้สูงวัยหรือกลุ่มที่น้ำหนักเกินอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรงมากขึ้นค่ะ"
น้ำตาลยิ่งมาก ภูมิต้านทานยิ่งน้อย การอักเสบในร่างกายยิ่งสูง
?ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูง ภูมิคุ้มกันร่างกายที่ใช้ในการกำจัดเซลล์ไวรัสจะยิ่งน้อยลง เมื่อร่างกายจัดการกับไวรัสได้ไม่ดี ก็มีโอกาสที่โควิดจะมีอาการรุนแรงหรือไปที่ปอดได้มากขึ้น ร่วมกับเวลาติดโควิดร่างกายเราจะเกิดการอักเสบในหลายๆตำแหน่ง เช่น ปอด กล้ามเนื้อหัวใจ เส้นเลือดต่างๆ ซึ่งการที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูง จะทำให้การอักเสบตรงนี้เพิ่มขึ้นได้ เวลาร่างกายมีการอักเสบเยอะ น้ำตาลก็จะยิ่งสูง แล้วพอน้ำตาลยิ่งสูง การอักเสบก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยเบาหวานหรือคนที่มีความเสี่ยงเบาหวานมีโอกาสเป็นโควิดแบบรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป
ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน นอกจากดูแลเว้นระยะห่าง ล้างมือ หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชนแล้ว หมอแนะนำให้ควบคุมโรคให้ดีค่ะ แนะนำให้น้ำตาลตอนเช้าก่อนมื้ออาหารควรไม่เกิน 130 mg/dL หลังกินอาหาร2 ชม. แล้วน้ำตาลควรไม่เกิน 180 mg/dL ถ้าเจาะน้ำตาลสะสมไม่ควรเกิน 7% ซึ่งตัวเลขเหล่านี้เป็นเป้าหมายสำหรับผู้ป่วยเบาหวานทั่วไปอยู่แล้วค่ะ ถ้าทำได้ก็จะช่วยป้องกันการเป็นโควิดแบบรุนแรงได้ระดับนึงเลยค่ะ?
การจัดการเมื่อผู้ป่วยเบาหวานติด COVID-19
"ถ้าป่วยด้วยโควิดแล้วอาการหนักต้องนอนโรงพยาบาล หมอมักจะให้ยาชนิดฉีดแทน แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยเบาหวานติด COVID-19 แล้วต้องทำ Home Isolation เบื้องต้นสามารถดูแลตัวเองแบบคนอื่นๆ ได้ ทานยารักษา COVID-19 ตามที่แพทย์สั่ง แนะนำให้เตรียมยาโรคประจำตัวให้เพียงพอ ในส่วนของยาเบาหวาน หากเป็นยาฉีดสามารถฉีดต่อได้ ส่วนยารับประทาน บางตัวสามารถกินต่อได้บางตัวต้องหยุด ตรงนี้แนะนำให้ปรึกษาหมอที่ดูแลอีกทีค่ะว่าตัวไหนยังสามารถทานต่อได้
อีกอย่างที่ต้องระวังก็คือถ้าป่วยเป็น COVID-19 ต้องระวังทั้งน้ำตาลสูงและน้ำตาลต่ำผิดปกติค่ะ ผู้ป่วยอาจจะดื่มน้ำได้น้อยบวกกับการติดเชื้อ ทำให้น้ำตาลสูงขึ้นกว่าปกติและทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรดจากน้ำตาลสูงในเบาหวานได้ และผู้ป่วยบางรายที่กินอาหารได้น้อย อาจมีภาวะน้ำตาลต่ำได้ ดังนั้นควรดื่มน้ำให้มากๆ ลิตรครึ่งถึงสองลิตรต่อวัน ถ้าปัสสาวะออกปกติ พยายามทานอาหารให้ครบสามมื้อ โดยเลือกเป็นอาหารที่ไม่หวาน ควบคุมปริมาณข้าวแป้งในแต่ละมื้อ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและของหวาน แต่ควรมีน้ำหวานหรือลูกอมติดบ้านไว้รับประทานเมื่อมีน้ำตาลต่ำ
แนะนำให้หาเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้วติดไว้ที่บ้านนะคะ สำหรับไว้เจาะน้ำตาลดู เพราะตอนนี้การไปรพ.ทำได้ยาก ในช่วงที่ป่วยแนะนำเช็กน้ำตาลปลายนิ้วอย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง ถ้ามีอาการผิดปกติค่ะ?
นอกจากคุมเบาหวาน ยังต้องสังเกตการณ์โรคแทรกซ้อน
?อย่างที่บอกค่ะ ผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นโควิด อาจมีปัญหาน้ำตาลสูงผิดปกติหรือน้ำตาลต่ำได้ค่ะ ดังนั้นควรจะสังเกตอาการไว้ด้วยค่ะ อาการเวลาน้ำตาลสูงมากๆ เช่น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลดผิดปกติ อ่อนเพลียมาก หอบเหนื่อย คลื่นไส้อาเจียน หากมีอาการให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และเจาะน้ำตาลปลายนิ้วดู ถ้ามากกว่า 300 mg/dL แนะนำปรึกษาแพทย์หรือไปรพ.
ส่วนน้ำตาลต่ำให้สังเกตอาการ เช่น หวิว หิว ใจสั่น เหงื่อออก พูดคุยไม่รู้เรื่อง หรือหมดสติ และเจาะน้ำตาลปลายนิ้วดูค่ะ ถ้าค่าน้อยกว่า 80 mg/dL ให้รีบทานอาหารหรือน้ำหวานจนกว่าอาการจะดีขึ้นค่ะ แต่ถ้าไม่มีที่เจาะน้ำตาล ถ้าอาการไม่รุนแรงให้รับประทานอาหารหรือน้ำหวาน แล้วสังเกตอาการ ถ้าหมดสติควรรีบพาไปรพ.
นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ที่ควรสังเกตเช่นกัน พวกอาการทางหัวใจ เช่น เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก อาการทางตับ เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง เบื่ออาหาร เพราะเราต้องทานยาหลายชนิดร่วมกัน ต้องคอยระวังไว้ด้วยค่ะ?
ยารักษาโควิด สำหรับผู้ป่วยเบาหวาน?เหมือนกันแต่ไม่เหมือนกัน
?จริงๆ การรักษาหลักเหมือนกันค่ะ ก็คือเป็นยาต้านไวรัส และถ้าคนไข้มีอาการติดเชื้อเยอะก็จะได้รับยาลดการอักเสบที่เป็นยากดภูมิกลุ่มสเตียรอยด์ที่ช่วยลดการอักเสบ ซึ่งยาอาจจะทำให้น้ำตาลสูงขึ้นได้ ในบางเคส แพทย์อาจจะต้องปรับยาเบาหวานเพิ่มขึ้น หรือมีการปรับใช้เป็นยาฉีดอินซูลินชั่วคราวได้ค่ะ อย่างที่ได้บอกไปหาก Home isolation แนะนำหาเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้วไว้เพื่อดูระดับน้ำตาลใกล้ชิด?
?ส่วนสมุนไพรต่างๆ ที่นิยมกินแก้โควิด อาจต้องระวังอย่ารับประทานมากเกินไป เพราะว่าบางชนิดมีผลต่อตับ โดยเฉพาะถ้ามียาที่รับประทานประจำค่อนข้างเยอะ ต้องระวังว่าการกินสมุนไพรบางชนิดอาจจะไปลดหรือเพิ่มการออกฤทธิ์ของยาบางตัวได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายได้ค่ะ?
Telemedicine ตัวช่วยไม่ให้ขาดยาช่วงเบาหวาน
?ไม่ควรขาดยาเลยค่ะ ควรเตรียมยาให้เพียงพออย่างน้อย 1-3 เดือน หรือตามความสะดวกในการเดินทางไปรพ.ของแต่ละคนค่ะ ถ้ายาหมดต้องพยายามหาที่รับยา เช่น ผ่านทาง Telemedicine หรือบางรพ.มีบริการส่งยาทางไปรษณีย์ ปัจจุบันก็มีการใช้มากขึ้นค่ะ ในกรณีน้ำตาลไม่ดี ปกติหมอมักจะนัดบ่อย ในช่วงนี้อาจปรึกษาแพทย์ขอยาล่วงหน้าจากแพทย์ไปเลย 3-6 เดือน และพูดคุยปรับยากับแพทย์ทาง Telemedicine แทน อย่างนี้ก็สามารถทำได้ค่ะ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละรพ.ด้วย ถ้าผู้ป่วยมีเครื่องเจาะน้ำตาลปลายนิ้วก็จะสะดวกมากขึ้นค่ะ แต่ถ้าคนไข้สะดวกจะมาปรึกษาหมอที่โรงพยาบาลก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ อย่าลืมเตรียมผลน้ำตาล ผลเลือดต่างๆก่อนหน้านี้ ถ้ามี รวมถึงเตรียมยาเดิมที่รับประทาน ทั้งชื่อยาและขนาดยามาด้วยค่ะ?
สุดท้าย กันไว้ยังไงก็ดีกว่าแก้
?ถึงแม้การคุมน้ำตาลให้ดีจะลดความรุนแรงของโควิดได้ แต่ถ้าไม่ติดก็จะดีที่สุดค่ะ ดังนั้นต้องอย่าลืม ป้องกันตัวเองให้ดี ใส่หน้ากาก ล้างมือด้วยสบู่หรือเจอแอลกอฮอล์ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน แนะนำให้ทุกคนไปรับวัคซีนโควิดเพราะวัคซีนสามารถช่วยลดการติดและอาการที่จะรุนแรงได้ค่ะ นอกจากนี้อาจดูแลสุขภาพตัวเองง่ายๆ เริ่มต้นจากการอยู่บ้าน ดูแลเรื่องอาหาร ลองปรุงอาหารเอง จะได้คุมทั้งคุณภาพของอาหารให้ครบหมวดหมู่ และยังควบคุมน้ำตาลด้วย เลือกรับประทานข้าวกล้องข้าวไม่ขัดสีหรือขนมปังโฮลวีต ทานข้าวมื้อละประมาณทัพพี หรือทัพพีครึ่ง ระวังอย่ารับประทานจุกจิก ในกรณีสำหรับคนทำงาน ต้อง work from home ถ้าต้องนั่งทำงานที่บ้านนานๆ ระหว่างวัน แนะนำให้ตั้งเวลาเพื่อให้ตัวเองลุกขึ้นมาเดิน ทุกๆ 1-2ชั่วโมง เดินวนภายในบริเวณบ้านเราเอง หรือจะเลือกออกกำลังกายตามคลิปที่กำลังเป็นที่นิยมกันก็ได้ ปรับได้ตามความชอบได้เลยค่ะ?
?หากท่านสังเกตตัวเองว่าเริ่มมีอาการผิดปกติ เช่น หิวน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลด หรือมีอาการที่กังวลว่าจะเป็นเบาหวาน รพ.วิมุต พร้อมให้คำปรึกษา และดูแล โดยทีมแพทย์ผู้เฉพาะทางด้านเบาหวาน ที่พร้อมให้คำแนะนำเรื่องเบาหวานทั้งกับผู้ที่มีความเสี่ยงเบาหวาน และผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานแล้ว ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล มีการติดตามดูแลการรักษาอย่างต่อเนื่องร่วมกับทีมบุลคลากรที่มีประสบการณ์หลายสาขาวิชาชีพ การใช้อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อใช้ในการให้บริการตรวจภาวะแทรกซ้อนเบาหวานที่ครบวงจร ทั้งเทคโนโลยีการตรวจตาด้วยการถ่ายภาพจอประสาทตา (Fundus Camera) การตรวจเส้นเลือดเลี้ยงปลายเท้าด้วยเครื่องมือเฉพาะ การตรวจความรู้สึกของเท้า การรักษาแผลที่เท้าด้วยเครื่อง hyperbaric chamber พร้อมทั้งบริการสปาเท้าดูแลทำความสะอาดเท้า และยังมีบริการด้านการดูแลอาหารของผู้ป่วยเบาหวานโดยนักกำหนดอาหารที่ได้รับการรับรอง มีทีมนักกายภาพ (Wellness Trainer) ให้คำแนะนำการออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับแต่ละบุคคล?

ด้วยความปรารถนาดี จากโรงพยาบาลวิมุต อีกระดับของการรักษาด้วยความใส่ใจ
จะรับมืออย่างไรเมื่อ COVID-19 รบกวนชีวิตผู้ป่วยเบาหวาน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (3 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (23 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (32 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (59 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (113 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (116 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (106 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (108 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
