แพทย์เตือน LIS ความผิดปกติทางประสาทที่ทำให้เกิดเป็นอัมพาตในทุกส่วนของร่างกาย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แพทย์เตือน LIS ความผิดปกติทางประสาทที่ทำให้เกิดเป็นอัมพาตในทุกส่วนของร่างกาย
กรมการแพทย์ โดยสถาบันประสาทวิทยา เตือน สภาวะร่างกายอัมพาตทั้งตัวหรือกลุ่มอาการ LIS (Locked-in syndrome) หนึ่งในอาการที่น่ากลัวและนำไปสู่ความพิการรุนแรงที่สุดของโรคหลอดเลือดสมอง

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกยังคงเป็นภัยเงียบที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตและทุพพลภาพเฉียบพลันในประชากรไทยอยู่เสมอ ประเทศไทยพบผู้ป่วยใหม่จากโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกจำนวน 304,807 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ปีละไม่ต่ำกว่า 30,000 ราย และทำให้เกิดภาวะทุพพลภาพอย่างรุนแรงเกิดอัมพฤกษ์อัมพาต สูญเสียรายได้จากการไม่ได้ทำงานของผู้ป่วยเอง การจ้างคนดูแล และมีค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ต้องได้รับการดูแลตลอดชีวิต จึงมีการรณรงค์เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติรับรู้ถึงอาการผิดปกติของตนเองได้อย่างรวดเร็วซึ่งจะนำไปสู่การรักษาที่ทันท่วงที สำหรับอาการส่วนใหญ่ที่พบโดยทั่วไป มักเกิดจากการตีบหรือแตกของหลอดเลือดสมอง นำไปสู่อาการ ?พูดลำบาก ปากตก ยกไม่ขึ้น? แต่ยังมีอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวและนำไปสู่ความพิการและรุนแรงที่สุดของโรคหลอดเลือดสมองคือ ?อาการอัมพาตโดยสมบูรณ์? หรือ ?Locked-in syndrome
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติม อาการอัมพาตโดยสมบูรณ์เกิดจากการตีบหรือแตกของหลอดเลือดสมองที่เลี้ยงก้านสมอง ซึ่งมีหลอดเลือดผ่านเพียงเส้นเดียวทำให้เกิดความพิการถาวรอย่างรุนแรง ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดสมองตีบจนเกิดการตายของเนื้อก้านสมอง จะมีอาการแขนขาเป็นอัมพาตถาวรทั้งสองข้าง ไม่สามารถขยับแขนขาได้อีก รวมถึงไม่สามารถพูดคุยหรือแสดงการสื่อสารทางสีหน้าได้ ถึงแม้ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวดีตลอดเวลาและหายใจเองได้ แต่จะเคลื่อนไหวได้เพียงการกลอกตาเพื่อตอบสนองสิ่งเร้าเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดมากที่สุด และเมื่อเกิดภาวะนี้แล้วจะไม่สามารถฟื้นฟูผู้ป่วยให้หายได้ ทำให้พิการติดเตียง การป้องกันไม่ให้เกิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยสังเกตความผิดปกติแต่เนิ่นๆ อาการเริ่มแรกนอกจากพูดลำบาก ปากตก ยกไม่ขึ้น ยังมีอาการที่เพิ่มเติมได้แก่ ปวดศีรษะรุนแรง ซึมลง เวียนศีรษะเดินเซ ตามัวและเห็นภาพซ้อนเฉียบพลัน และกลืนลำบาก เป็นต้น ซึ่งกลุ่มอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นพร้อมกันรวดเร็วและรุนแรงทันทีทันใด ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและให้การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำหรือใส่สายสวนหลอดเลือดเพื่อเอาลิ่มเลือดที่อุดตันออกภายใน 6-24 ชั่วโมง ตั้งแต่ผู้ป่วยยังมีอาการน้อยจนอาจจะเกือบหายขาดสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ดังนั้น การป้องกันที่ขาดไม่ได้คือ การรักษาสุขภาพอยู่เสมอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ติดตามรักษาโรคประจำตัวที่สำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง งดสูบบุหรี่ ล้วนเป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุ ให้ห่างไกลอัมพฤกษ์อัมพาตมากที่สุด
ข่าว/ภาพ-สถาบันประสาทวิทยา

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกยังคงเป็นภัยเงียบที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตและทุพพลภาพเฉียบพลันในประชากรไทยอยู่เสมอ ประเทศไทยพบผู้ป่วยใหม่จากโรคหลอดเลือดสมองตีบและแตกจำนวน 304,807 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ปีละไม่ต่ำกว่า 30,000 ราย และทำให้เกิดภาวะทุพพลภาพอย่างรุนแรงเกิดอัมพฤกษ์อัมพาต สูญเสียรายได้จากการไม่ได้ทำงานของผู้ป่วยเอง การจ้างคนดูแล และมีค่าใช้จ่ายระยะยาวที่ต้องได้รับการดูแลตลอดชีวิต จึงมีการรณรงค์เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติรับรู้ถึงอาการผิดปกติของตนเองได้อย่างรวดเร็วซึ่งจะนำไปสู่การรักษาที่ทันท่วงที สำหรับอาการส่วนใหญ่ที่พบโดยทั่วไป มักเกิดจากการตีบหรือแตกของหลอดเลือดสมอง นำไปสู่อาการ ?พูดลำบาก ปากตก ยกไม่ขึ้น? แต่ยังมีอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวและนำไปสู่ความพิการและรุนแรงที่สุดของโรคหลอดเลือดสมองคือ ?อาการอัมพาตโดยสมบูรณ์? หรือ ?Locked-in syndrome
นพ.ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กล่าวเพิ่มเติม อาการอัมพาตโดยสมบูรณ์เกิดจากการตีบหรือแตกของหลอดเลือดสมองที่เลี้ยงก้านสมอง ซึ่งมีหลอดเลือดผ่านเพียงเส้นเดียวทำให้เกิดความพิการถาวรอย่างรุนแรง ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดสมองตีบจนเกิดการตายของเนื้อก้านสมอง จะมีอาการแขนขาเป็นอัมพาตถาวรทั้งสองข้าง ไม่สามารถขยับแขนขาได้อีก รวมถึงไม่สามารถพูดคุยหรือแสดงการสื่อสารทางสีหน้าได้ ถึงแม้ผู้ป่วยจะรู้สึกตัวดีตลอดเวลาและหายใจเองได้ แต่จะเคลื่อนไหวได้เพียงการกลอกตาเพื่อตอบสนองสิ่งเร้าเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดมากที่สุด และเมื่อเกิดภาวะนี้แล้วจะไม่สามารถฟื้นฟูผู้ป่วยให้หายได้ ทำให้พิการติดเตียง การป้องกันไม่ให้เกิดจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด โดยสังเกตความผิดปกติแต่เนิ่นๆ อาการเริ่มแรกนอกจากพูดลำบาก ปากตก ยกไม่ขึ้น ยังมีอาการที่เพิ่มเติมได้แก่ ปวดศีรษะรุนแรง ซึมลง เวียนศีรษะเดินเซ ตามัวและเห็นภาพซ้อนเฉียบพลัน และกลืนลำบาก เป็นต้น ซึ่งกลุ่มอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นพร้อมกันรวดเร็วและรุนแรงทันทีทันใด ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและให้การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ โดยการให้ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำหรือใส่สายสวนหลอดเลือดเพื่อเอาลิ่มเลือดที่อุดตันออกภายใน 6-24 ชั่วโมง ตั้งแต่ผู้ป่วยยังมีอาการน้อยจนอาจจะเกือบหายขาดสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ดังนั้น การป้องกันที่ขาดไม่ได้คือ การรักษาสุขภาพอยู่เสมอ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ติดตามรักษาโรคประจำตัวที่สำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง งดสูบบุหรี่ ล้วนเป็นการป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุ ให้ห่างไกลอัมพฤกษ์อัมพาตมากที่สุด
ข่าว/ภาพ-สถาบันประสาทวิทยา
แพทย์เตือน LIS ความผิดปกติทางประสาทที่ทำให้เกิดเป็นอัมพาตในทุกส่วนของร่างกาย
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (3 views)
- เปิดรายชื่อ Premium Clinic ด้านทันตกรรม เพิ่มทางเลือกประชาชน เข้าถึงบริการทันตกรรมเฉพาะทางคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม (2 views)
- เปิด “คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ครบวงจร” One Stop Service เพิ่มทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนป่วย ด้วยราคาประชาชนเข้าถึงได้ (1 views)
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,158 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (29 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (8 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (8 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (14 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google [Bot], GoogleOther และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
