กรมควบคุมโรค เตือนผู้ป่วยวัณโรคกินยารักษาให้ครบสูตร ป้องกันวัณโรคดื้อยาหลายขนาน
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
กรมควบคุมโรค เตือนผู้ป่วยวัณโรคกินยารักษาให้ครบสูตร ป้องกันวัณโรคดื้อยาหลายขนาน
กรมควบคุมโรค เตือนผู้ป่วยวัณโรคให้กินยารักษาให้ครบสูตร อย่าหยุดยาเองอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อวัณโรคดื้อยาหลายขนาน ขณะนี้พบผู้ป่วยแล้ว 1,221 ราย ชี้ทำให้การรักษายุ่งยาก ใช้เวลานานขึ้น ให้ผลสำเร็จการรักษาน้อย เชื้อแพร่คนอื่นได้ แนะประชาชนให้สังเกตสัญญานป่วยวัณโรค หากมีอาการไอแห้งๆติดต่อกัน 2 สัปดาห์ขึ้นไป ผอมลง มีไข้ช่วงบ่ายๆค่ำๆ ให้รีบไปตรวจรักษาที่สถานพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่ง และใช้ระยะเวลาในการรักษาประมาณ 6-8 เดือน
22 ส.ค.64-นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงปัญหาของโรควัณโรคว่า โรคนี้เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เกิดจากเชื้อแบคที่เรียที่มีชื่อว่า มัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซีส (Mycobacterium Tuberculosis) เกิดได้ทุกอวัยวะแต่ส่วนใหญ่จะเกิดที่ปอด สถานการณ์ขณะนี้มีแนวโน้มลดลง ในปีที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยใหม่และผู้ขึ้นทะเบียนรักษารวมจำนวน 87,879 ราย ลดจากปี 2559 ที่มีจำนวน 119,000 ราย เสียชีวิต 6,802 ราย ปัญหาวัณโรคของไทยขณะนี้แยกเป็น 3 กลุ่มคือ ประชาชนทั่วไป วัณโรคดื้อยาหลายขนาน (Multi Drug Resistant Tuberculosis :MDR-TB) และวัณโรคในผู้ติดเชื้อเอชไอวีซึ่งมีจำนวน 6,798 ราย
สำหรับในกลุ่มของผู้ป่วยวัณโรคดื้อยานั้น พบในผู้ป่วยรายใหม่ประมาณร้อยละ 2 ซึ่งปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วย 1,221 ราย บางรายดื้อยาที่ใช้รักษาถึง 4 ขนาน สาเหตุสำคัญของเชื้อวัณโรคดื้อยาเกิดมาจากสองสาเหตุหลักคือ ผู้ป่วยกินยาไม่ครบตามสูตรที่แพทย์กำหนด และกินยาไม่ต่อเนื่อง โดยมักเกิดขึ้นหลังจากที่ได้กินยารักษาไปแล้ว 2 สัปดาห์ อาการจะดีขึ้น ทำให้ผู้ป่วยคิดว่าหายแล้วจึงไม่กินยาต่อ ทำให้เชื้อที่อยู่ในปอดไม่ตาย และพัฒนาตัวเองเป็นชนิดดื้อยา และผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อชนิดดื้อยานี้สู่คนรอบข้างได้ จากการไอจามโดยเชื้อจะอยู่ในละอองน้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วย ส่งผลให้การรักษามีความยุ่งยากขึ้น ต้องใช้ยาที่แรงขึ้นและใช้เวลารักษานานขึ้น อย่างน้อย 20 เดือน และอัตราการรักษาหายขาดมีประมาณร้อยละ 50 เท่านั้น
ด้าน พญ.ผลิน กมลวัทน์ ผู้อำนวยการกองวัณโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันปัญหาเชื้อวัณโรคดื้อยาหลายขนาน สามารถทำได้ไม่ยาก โดยขอให้ผู้ป่วยวัณโรคทุกราย กินยาให้ครบตามจำนวนที่แพทย์สั่งรักษา อย่าขาดยาหรือหยุดยาเองอย่างเด็ดขาด และไปพบแพทย์ตามนัดจนกว่าแพทย์จะสั่งหยุดยา โดยยาที่ใช้รักษาในปัจจุบันมีประสิทธิภาพดีมาก ใช้ระยะเวลารักษาประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งเร็วกว่าเดิมที่ต้องใช้เวลา 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี หากกินยาได้ครบถ้วน จะหายขาด100 %
สำหรับอาการของวัณโรค ประชาชนสามารถสังเกตอาการเด่นๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ได้คือ มีอาการไอแห้งๆ ติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ขึ้นไป และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำหนักตัวลด เจ็บหน้าอก ไอแล้วมีเลือดปนออกมาด้วย หรือมีไข้ต่ำๆ มักเกิดขึ้นในช่วงบ่ายๆ และค่ำ หากมีคนในครอบครัวหรือคนข้างบ้าน มีอาการดังกล่าว ขอให้พาไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านหรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อเข้าสู่ระบบการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
การป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นวัณโรค มีคำแนะนำดังนี้
1.ควรตรวจสุขภาพ และเอ็กซเรย์ปอดทุกปี
2.เด็กแรกเกิดทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนบีซีจีเพื่อป้องกันวัณโรค
3.หากมีอาการสงสัยว่าจะเป็นวัณโรคตามอาการที่กล่าวมา ขอให้ไปตรวจที่สถานพยาบาลทุกแห่ง
4.รักษาสุขภาพให้แข็งแรง
5.ดูแลบ้านเรือนให้สะอาด อากาศหมุนเวียนถ่ายเทดี
6.หลีกเลี่ยงเข้าไปในสถานที่แออัด
7.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี
8.ไม่คลุกคลีกับผู้ที่กำลังป่วยเป็นวัณโรค
ส่วนผู้ที่ป่วยแล้ว ขอให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนอื่น กินยาให้ครบตามแพทย์สั่ง รับประทานอาหารได้ทุกชนิด งดดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และสารเสพติดทุกชนิด และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด โดยการเว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล งดการรวมกลุ่ม งดออกนอกบ้าน เพราะหากผู้ป่วยวัณโรคติดเชื้อโควิด 19 จะทำให้มีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองวัณโรค โทร 0 2212 2279 ต่อ 1280-1 วันจัทร์-ศุกร์ หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

สำหรับในกลุ่มของผู้ป่วยวัณโรคดื้อยานั้น พบในผู้ป่วยรายใหม่ประมาณร้อยละ 2 ซึ่งปีที่ผ่านมาพบผู้ป่วย 1,221 ราย บางรายดื้อยาที่ใช้รักษาถึง 4 ขนาน สาเหตุสำคัญของเชื้อวัณโรคดื้อยาเกิดมาจากสองสาเหตุหลักคือ ผู้ป่วยกินยาไม่ครบตามสูตรที่แพทย์กำหนด และกินยาไม่ต่อเนื่อง โดยมักเกิดขึ้นหลังจากที่ได้กินยารักษาไปแล้ว 2 สัปดาห์ อาการจะดีขึ้น ทำให้ผู้ป่วยคิดว่าหายแล้วจึงไม่กินยาต่อ ทำให้เชื้อที่อยู่ในปอดไม่ตาย และพัฒนาตัวเองเป็นชนิดดื้อยา และผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อชนิดดื้อยานี้สู่คนรอบข้างได้ จากการไอจามโดยเชื้อจะอยู่ในละอองน้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วย ส่งผลให้การรักษามีความยุ่งยากขึ้น ต้องใช้ยาที่แรงขึ้นและใช้เวลารักษานานขึ้น อย่างน้อย 20 เดือน และอัตราการรักษาหายขาดมีประมาณร้อยละ 50 เท่านั้น
ด้าน พญ.ผลิน กมลวัทน์ ผู้อำนวยการกองวัณโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันปัญหาเชื้อวัณโรคดื้อยาหลายขนาน สามารถทำได้ไม่ยาก โดยขอให้ผู้ป่วยวัณโรคทุกราย กินยาให้ครบตามจำนวนที่แพทย์สั่งรักษา อย่าขาดยาหรือหยุดยาเองอย่างเด็ดขาด และไปพบแพทย์ตามนัดจนกว่าแพทย์จะสั่งหยุดยา โดยยาที่ใช้รักษาในปัจจุบันมีประสิทธิภาพดีมาก ใช้ระยะเวลารักษาประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งเร็วกว่าเดิมที่ต้องใช้เวลา 1 ปีครึ่งถึง 2 ปี หากกินยาได้ครบถ้วน จะหายขาด100 %
สำหรับอาการของวัณโรค ประชาชนสามารถสังเกตอาการเด่นๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้ได้คือ มีอาการไอแห้งๆ ติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ขึ้นไป และมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำหนักตัวลด เจ็บหน้าอก ไอแล้วมีเลือดปนออกมาด้วย หรือมีไข้ต่ำๆ มักเกิดขึ้นในช่วงบ่ายๆ และค่ำ หากมีคนในครอบครัวหรือคนข้างบ้าน มีอาการดังกล่าว ขอให้พาไปพบแพทย์ที่สถานพยาบาลใกล้บ้านหรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อเข้าสู่ระบบการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยเร็ว และสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
การป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นวัณโรค มีคำแนะนำดังนี้
1.ควรตรวจสุขภาพ และเอ็กซเรย์ปอดทุกปี
2.เด็กแรกเกิดทุกคนต้องได้รับการฉีดวัคซีนบีซีจีเพื่อป้องกันวัณโรค
3.หากมีอาการสงสัยว่าจะเป็นวัณโรคตามอาการที่กล่าวมา ขอให้ไปตรวจที่สถานพยาบาลทุกแห่ง
4.รักษาสุขภาพให้แข็งแรง
5.ดูแลบ้านเรือนให้สะอาด อากาศหมุนเวียนถ่ายเทดี
6.หลีกเลี่ยงเข้าไปในสถานที่แออัด
7.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี
8.ไม่คลุกคลีกับผู้ที่กำลังป่วยเป็นวัณโรค
ส่วนผู้ที่ป่วยแล้ว ขอให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนอื่น กินยาให้ครบตามแพทย์สั่ง รับประทานอาหารได้ทุกชนิด งดดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และสารเสพติดทุกชนิด และให้ปฏิบัติตามคำแนะนำการป้องกันโรคโควิด 19 อย่างเคร่งครัด โดยการเว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล งดการรวมกลุ่ม งดออกนอกบ้าน เพราะหากผู้ป่วยวัณโรคติดเชื้อโควิด 19 จะทำให้มีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองวัณโรค โทร 0 2212 2279 ต่อ 1280-1 วันจัทร์-ศุกร์ หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
กรมควบคุมโรค เตือนผู้ป่วยวัณโรคกินยารักษาให้ครบสูตร ป้องกันวัณโรคดื้อยาหลายขนาน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (28 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (7 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (5 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (75 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (20 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (70 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
- Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง (74 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
