กรม สบส.ย้ำผู้ป่วยโควิด 19 ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
กรม สบส.ย้ำผู้ป่วยโควิด 19 ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
กรม สบส.ย้ำผู้ป่วยโควิด 19 ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากถูกเรียกเก็บค่ารักษาแจ้งได้ที่สายด่วน 1426
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ย้ำผู้ป่วยโรคโควิด 19 เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินสถานพยาบาลต้องให้การรักษาอย่างทันท่วงที ห้ามเอาค่าใช้จ่ายมาเป็นเงื่อนไขการให้บริการ หากประชาชนพบเห็นหรือทราบเบาะแสการฝ่าฝืนกฎหมายให้แจ้งสายด่วน 1426 เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณี ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลถึงหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งนำบิดาที่ป่วยด้วยอาการโรคโควิด 19 เข้ารักษากับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แต่กลับถูกเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลหลักแสน อีกทั้งยังมีการระบุว่าโรงพยาบาลฯ ให้ญาติผู้ป่วยดำเนินการเบิกจ่ายจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ด้วยตนเองนั้น ตนขอชี้แจงว่า การที่โรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขนั้น ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายสถานพยาบาล และยิ่งในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ที่มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลซึ่งเป็นปราการสำคัญในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 ยิ่งจะต้องให้ความสำคัญต่อบทบาทหน้าที่ดังกล่าว โดยจากการสอบถามข้อเท็จจริง พบว่าการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลนั้นเกิดจากความเข้าใจผิดว่าผู้ป่วยปฏิเสธการรักษาตามสิทธิจากโรงพยาบาลแห่งแรก จึงทำการเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วย ทางกรม สบส.และ สปสช.ได้ประสานและทางโรงพยาบาลเอกชนจะคืนเงินให้ผู้ป่วย พร้อมส่งเรื่องเบิกค่ารักษาไปที่ สปสช. ตามหลักเกณฑ์ และเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรม สบส.ก็จะดำเนินการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมอีกด้วย
อย่างไรก็ดี กรม สบส.ต้องขอเน้นย้ำให้โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากกรม สบส.พบว่าโรงพยาบาลเอกชนมีการปฏิเสธการรักษา หรือเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยหรือญาติ กรม สบส.จะดำเนินการเอาผิดตามที่พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541กำหนด ซึ่งผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยถูกโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บหรือให้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลโรคโควิด 19 ขอให้แจ้งมาที่สายด่วน กรม สบส. 1426 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายทันที (ข้อมูล ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 มีโรงพยาบาลที่ถูกร้องเรียนกรณีเรียกเก็บค่ารักษาโรคโควิด 19 จำนวน 65 แห่ง โรงพยาบาลคืนเงินครบแล้ว จำนวน 44 แห่ง อีก 21 แห่ง อยู่ระหว่างการพิจารณาสอบสวน โดย กรม สบส.)
ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า สำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด 19 นั้น โรงพยาบาลเอกชนจะต้องรวบรวมเอกสารหลักฐานสรุปค่าใช้จ่ายส่งให้กับ สปสช.เอง มิใช่ให้ผู้ป่วยหรือญาติเป็นผู้รวบรวมเอกสารส่งเบิกฯ โดยเมื่อ สปสช.ได้รับเอกสารจากโรงพยาบาลเอกชนครบถ้วนแล้ว ก็จะมีการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร เพื่อแจ้งให้กองทุนของผู้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามกฎหมายซึ่งประกอบด้วย 3 กองทุน ได้แก่ 1.กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2.กองทุนรักษาพยาบาลประกันสังคม และ3.กองทุนรักษาพยาบาลสวัสดิการข้าราชการทราบ ดำเนินการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในอัตราตามบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขฯ ให้กับโรงพยาบาลเอกชนโดยที่ผู้ป่วยหรือญาติ ไม่ต้องสำรองจ่ายแต่อย่างใด
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ย้ำผู้ป่วยโรคโควิด 19 เป็นผู้ป่วยฉุกเฉินสถานพยาบาลต้องให้การรักษาอย่างทันท่วงที ห้ามเอาค่าใช้จ่ายมาเป็นเงื่อนไขการให้บริการ หากประชาชนพบเห็นหรือทราบเบาะแสการฝ่าฝืนกฎหมายให้แจ้งสายด่วน 1426 เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณี ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อโซเชียลถึงหญิงสาวรายหนึ่งซึ่งนำบิดาที่ป่วยด้วยอาการโรคโควิด 19 เข้ารักษากับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง แต่กลับถูกเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลหลักแสน อีกทั้งยังมีการระบุว่าโรงพยาบาลฯ ให้ญาติผู้ป่วยดำเนินการเบิกจ่ายจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ด้วยตนเองนั้น ตนขอชี้แจงว่า การที่โรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด 19 ซึ่งถือเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขนั้น ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายสถานพยาบาล และยิ่งในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ที่มีผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลซึ่งเป็นปราการสำคัญในการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด 19 ยิ่งจะต้องให้ความสำคัญต่อบทบาทหน้าที่ดังกล่าว โดยจากการสอบถามข้อเท็จจริง พบว่าการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลนั้นเกิดจากความเข้าใจผิดว่าผู้ป่วยปฏิเสธการรักษาตามสิทธิจากโรงพยาบาลแห่งแรก จึงทำการเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วย ทางกรม สบส.และ สปสช.ได้ประสานและทางโรงพยาบาลเอกชนจะคืนเงินให้ผู้ป่วย พร้อมส่งเรื่องเบิกค่ารักษาไปที่ สปสช. ตามหลักเกณฑ์ และเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย กรม สบส.ก็จะดำเนินการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมอีกด้วย
อย่างไรก็ดี กรม สบส.ต้องขอเน้นย้ำให้โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากกรม สบส.พบว่าโรงพยาบาลเอกชนมีการปฏิเสธการรักษา หรือเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยหรือญาติ กรม สบส.จะดำเนินการเอาผิดตามที่พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541กำหนด ซึ่งผู้ประกอบกิจการและผู้ดำเนินการสถานพยาบาล จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยถูกโรงพยาบาลเอกชนเรียกเก็บหรือให้สำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลโรคโควิด 19 ขอให้แจ้งมาที่สายด่วน กรม สบส. 1426 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายทันที (ข้อมูล ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2564 มีโรงพยาบาลที่ถูกร้องเรียนกรณีเรียกเก็บค่ารักษาโรคโควิด 19 จำนวน 65 แห่ง โรงพยาบาลคืนเงินครบแล้ว จำนวน 44 แห่ง อีก 21 แห่ง อยู่ระหว่างการพิจารณาสอบสวน โดย กรม สบส.)
ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า สำหรับการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคโควิด 19 นั้น โรงพยาบาลเอกชนจะต้องรวบรวมเอกสารหลักฐานสรุปค่าใช้จ่ายส่งให้กับ สปสช.เอง มิใช่ให้ผู้ป่วยหรือญาติเป็นผู้รวบรวมเอกสารส่งเบิกฯ โดยเมื่อ สปสช.ได้รับเอกสารจากโรงพยาบาลเอกชนครบถ้วนแล้ว ก็จะมีการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร เพื่อแจ้งให้กองทุนของผู้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามกฎหมายซึ่งประกอบด้วย 3 กองทุน ได้แก่ 1.กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2.กองทุนรักษาพยาบาลประกันสังคม และ3.กองทุนรักษาพยาบาลสวัสดิการข้าราชการทราบ ดำเนินการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในอัตราตามบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขฯ ให้กับโรงพยาบาลเอกชนโดยที่ผู้ป่วยหรือญาติ ไม่ต้องสำรองจ่ายแต่อย่างใด
กรม สบส.ย้ำผู้ป่วยโควิด 19 ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (13 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (11 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (25 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
- Cosmopack CBE ASEAN 2026 จับมือ 5 แบรนด์ Supply Chain ความงามชั้นนำ เดินเครื่องโรงงานผลิตเครื่องสำอางจำลอง (77 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
