แพทย์เตือน เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย รักษาสุขอนามัย ป้องกันวัณโรค
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
แพทย์เตือน เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย รักษาสุขอนามัย ป้องกันวัณโรค
กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนประชาชนหมั่นดูแลร่างกาย รักษาสุขอนามัย เลี่ยงสถานที่แออัด อากาศไม่ถ่ายเท ลด ละ เลิกสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ เพื่อสุขภาพที่ดีป้องกันการติดเชื้อวัณโรค แนะวัณโรคสามารถรักษาให้หายได้ หากรู้เร็วและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า วันที่ 24 มีนาคม ของทุกปีเป็นวันวัณโรคโลก (World Tuberculosis Day) ซึ่งวัณโรคเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง การติดต่อและการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคจะแพร่กระจายจากบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลอื่น แพร่กระจายสู่อากาศจากการไอ จาม ผู้ที่ใกล้ชิดสูดหายใจรับเชื้อวัณโรคเข้าไปจะมีโอกาสป่วยเป็นวัณโรคได้ นอกจากนี้วัณโรคสามารถเป็นได้ทุกส่วนของอวัยวะทั่วร่างกาย เช่น วัณโรคกระดูก วัณโรคลำไส้ วัณโรคเยื่อหุ้มสมอง แต่ที่พบมากที่สุดคือ ที่ปอด เรียกว่า วัณโรคปอด
นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยวัณโรคปอดและโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อาจมาด้วยอาการบางอย่างคล้ายคลึงกัน โดยผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะมีอาการไอ มีไข้ หายใจเหนื่อย มักเกิดในช่วง 1 - 14 วันหลังได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และอาจมีอาการของระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วงร่วมด้วย แต่ผู้ป่วยวัณโรคปอดมักมีอาการไอเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ อาจมีเสมหะปนเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด มีไข้ต่ำๆ มักจะเป็นตอนบ่าย เย็น หรือกลางคืน และเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ผิวหนังซีด เหลือง และเหงื่อออกตอนกลางคืน ดังนั้นอาการของวัณโรคและโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงแตกต่างกัน เพราะวัณโรคทำให้มีอาการทางระบบทางเดินหายใจแบบเรื้อรัง ส่วนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้มีอาการทางระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน ปัจจุบันสามารถวินิจฉัยโรควัณโรคได้จากการเอกซเรย์ปอดและการตรวจเสมหะผู้ป่วยเพื่อตรวจหาเชื้อวัณโรค และหากพบว่าป่วยเป็นวัณโรคผู้ป่วยควรป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อวัณโรค ดังนี้ 1.ไม่ควรนอนร่วมกับผู้อื่น 2.ควรสวมหน้ากากอนามัย ปิดปากและจมูกทุกครั้งเวลาไอหรือจาม 3.อยู่ในที่โปร่งโล่ง 4.ลด ละ เลิก สูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ 5.ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง 6.ตรวจสุขภาพ ปีละ 1-2 ครั้ง ข้อควรระวังและสำคัญ คือ ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ตามแผนการรักษาและไม่ควรหยุดยาเองแม้อาการจะทุเลาลง หากผู้ป่วยวัณโรคได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง คือหยุดยาก่อนกำหนดครบระยะรักษาหรือได้รับการรักษาไม่สม่ำเสมอ จะส่งผลให้เชื้อวัณโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ทนต่อยาที่เคยรักษา ทำให้ไม่สามารถรักษาด้วยยาเดิมที่เคยใช้ได้ เชื้อวัณโรคจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น กลายเป็นเชื้อวัณโรคดื้อยาได้ ทั้งนี้เนื่องในวันวัณโรคโลก สถาบันโรคทรวงอกได้มีการจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัณโรค เพื่อให้ความรู้กับประชาชนและผู้มารับบริการ ณ บริเวณอาคาร 8 ชั้น 1 สถาบันโรคทรวงอก
ข่าว/ภาพ-สถาบันโรคทรวงอก

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า วันที่ 24 มีนาคม ของทุกปีเป็นวันวัณโรคโลก (World Tuberculosis Day) ซึ่งวัณโรคเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง การติดต่อและการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคจะแพร่กระจายจากบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลอื่น แพร่กระจายสู่อากาศจากการไอ จาม ผู้ที่ใกล้ชิดสูดหายใจรับเชื้อวัณโรคเข้าไปจะมีโอกาสป่วยเป็นวัณโรคได้ นอกจากนี้วัณโรคสามารถเป็นได้ทุกส่วนของอวัยวะทั่วร่างกาย เช่น วัณโรคกระดูก วัณโรคลำไส้ วัณโรคเยื่อหุ้มสมอง แต่ที่พบมากที่สุดคือ ที่ปอด เรียกว่า วัณโรคปอด
นพ.เอนก กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยวัณโรคปอดและโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อาจมาด้วยอาการบางอย่างคล้ายคลึงกัน โดยผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จะมีอาการไอ มีไข้ หายใจเหนื่อย มักเกิดในช่วง 1 - 14 วันหลังได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และอาจมีอาการของระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อุจจาระร่วงร่วมด้วย แต่ผู้ป่วยวัณโรคปอดมักมีอาการไอเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ อาจมีเสมหะปนเลือด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด มีไข้ต่ำๆ มักจะเป็นตอนบ่าย เย็น หรือกลางคืน และเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ผิวหนังซีด เหลือง และเหงื่อออกตอนกลางคืน ดังนั้นอาการของวัณโรคและโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จึงแตกต่างกัน เพราะวัณโรคทำให้มีอาการทางระบบทางเดินหายใจแบบเรื้อรัง ส่วนโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้มีอาการทางระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน ปัจจุบันสามารถวินิจฉัยโรควัณโรคได้จากการเอกซเรย์ปอดและการตรวจเสมหะผู้ป่วยเพื่อตรวจหาเชื้อวัณโรค และหากพบว่าป่วยเป็นวัณโรคผู้ป่วยควรป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อวัณโรค ดังนี้ 1.ไม่ควรนอนร่วมกับผู้อื่น 2.ควรสวมหน้ากากอนามัย ปิดปากและจมูกทุกครั้งเวลาไอหรือจาม 3.อยู่ในที่โปร่งโล่ง 4.ลด ละ เลิก สูบบุหรี่ และแอลกอฮอล์ 5.ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง 6.ตรวจสุขภาพ ปีละ 1-2 ครั้ง ข้อควรระวังและสำคัญ คือ ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ตามแผนการรักษาและไม่ควรหยุดยาเองแม้อาการจะทุเลาลง หากผู้ป่วยวัณโรคได้รับการรักษาที่ไม่ถูกต้อง คือหยุดยาก่อนกำหนดครบระยะรักษาหรือได้รับการรักษาไม่สม่ำเสมอ จะส่งผลให้เชื้อวัณโรคที่ผู้ป่วยเป็นอยู่ทนต่อยาที่เคยรักษา ทำให้ไม่สามารถรักษาด้วยยาเดิมที่เคยใช้ได้ เชื้อวัณโรคจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น กลายเป็นเชื้อวัณโรคดื้อยาได้ ทั้งนี้เนื่องในวันวัณโรคโลก สถาบันโรคทรวงอกได้มีการจัดนิทรรศการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวัณโรค เพื่อให้ความรู้กับประชาชนและผู้มารับบริการ ณ บริเวณอาคาร 8 ชั้น 1 สถาบันโรคทรวงอก
ข่าว/ภาพ-สถาบันโรคทรวงอก
แพทย์เตือน เว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย รักษาสุขอนามัย ป้องกันวัณโรค
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (24 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (13 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (65 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (16 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (10 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (38 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (47 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (16 views)
