กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พร้อมทดสอบภูมิคุ้มกันไวรัสกลายพันธุ์ในคนไทยที่ได้รับวัคซีนโควิด-19
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พร้อมทดสอบภูมิคุ้มกันไวรัสกลายพันธุ์ในคนไทยที่ได้รับวัคซีนโควิด-19
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พร้อมทดสอบวัคซีนโควิด-19 ที่นำเข้ามาใช้ในประเทศไทย ว่ามีการกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัส SARS-CoV-2 ทั้งสายพันธุ์ที่ก่อโรคในปัจจุบันและสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์ได้หรือไม่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่จะได้รับวัคซีนโควิด-19

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า อนุภาคไวรัสของเชื้อก่อโรคโควิด-19 SARS-CoV-2 นั้น ประกอบด้วยสารพันธุกรรมไวรัสชนิดอาร์เอนเอ (RNA) ที่หุ้มห่อด้วยโปรตีนเปลือกซึ่งมีส่วนโปรตีนหนามที่เรียกว่า Spike protein หรือ S protein ทำหน้าที่สำคัญในการจับกับเซลล์ของคนและพาไวรัสเข้าสู่เซลล์เพิ่มจำนวนก่อโรคได้ ซึ่งวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีการผลิตนำมาใช้ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่การสร้างภูมิคุ้มกันโดยการกระตุ้นร่างกายให้สร้างแอนติบอดีต่อส่วน S protein ดังนั้นเมื่อพบการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 ที่พบในประเทศอังกฤษ สเปน บราซิล และแอฟริกาใต้ ซึ่งมีการแพร่กระจายไปในหลายประเทศ รวมถึงอาจพบการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นตามมาอีก ทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าวัคซีนที่นำมาใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จะสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ได้หรือไม่
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันชีววัตถุ ซึ่งมีห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์เชื้อโรคและตรวจสอบระดับภูมิคุ้มกันในซีรั่ม ภายใต้ห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย ระดับ 3 (BSL3) รวมทั้งมีห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์เพื่อควบคุมคุณภาพวัคซีน จึงได้เตรียมการเพื่อตรวจสอบว่าวัคซีนที่นำเข้ามาใช้ในประเทศจะมีฤทธิ์ ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัส SARS-CoV-2 ทั้งสายพันธุ์ที่ก่อโรคในปัจจุบันรวมทั้งสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์ในประเทศได้หรือไม่
?ในระหว่างที่คนไทยยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถตรวจสอบภูมิคุ้มกันในเลือดคนไทยที่ติดเชื้อตามธรรมชาติมาทดสอบกับไวรัสกลายพันธุ์ที่พบในประเทศ เพื่อดูว่าภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นสามารถทำลายไวรัสกลายพันธุ์ได้หรือไม่ ทำให้สามารถรับทราบผลในเบื้องต้นจากซีรั่มคนที่ติดเชื้อในประเทศ ซึ่งวิธีที่ใช้เป็นวิธีมาตรฐานที่ตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันในการทำลายไวรัสกลายพันธุ์ในเซลล์เพาะเลี้ยงที่จำเพาะ โดยวิธี Plaque Reduction Neutralization Test (PRNT) ซึ่งใช้เวลาทดสอบภายใน 7 วันรู้ผล และเมื่อคนไทยได้รับวัคซีนโควิด-19 วิธีดังกล่าวสามารถนำมาใช้ในการตรวจภูมิคุ้มกันต่อไวรัสกลายพันธุ์ในคนไทยที่ได้รับวัคซีนได้ทันที ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินการ เพื่อเพิ่มจำนวนไวรัสที่กลายพันธุ์และตรวจหาปริมาณไวรัสที่เหมาะสมสำหรับการทดสอบ ก่อนนำมาทดสอบกับซีรั่มของคนที่ติดเชื้อตามธรรมชาติ คาดว่าจะทราบผลในเดือนเมษายน 2564 และวิธีนี้จะสามารถนำมาใช้กับการตรวจติดตามภูมิคุ้มกันในคนไทยที่ได้รับวัคซีนต่อไป? นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว
ข่าว/ภาพ-กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า อนุภาคไวรัสของเชื้อก่อโรคโควิด-19 SARS-CoV-2 นั้น ประกอบด้วยสารพันธุกรรมไวรัสชนิดอาร์เอนเอ (RNA) ที่หุ้มห่อด้วยโปรตีนเปลือกซึ่งมีส่วนโปรตีนหนามที่เรียกว่า Spike protein หรือ S protein ทำหน้าที่สำคัญในการจับกับเซลล์ของคนและพาไวรัสเข้าสู่เซลล์เพิ่มจำนวนก่อโรคได้ ซึ่งวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีการผลิตนำมาใช้ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มุ่งเป้าไปที่การสร้างภูมิคุ้มกันโดยการกระตุ้นร่างกายให้สร้างแอนติบอดีต่อส่วน S protein ดังนั้นเมื่อพบการกลายพันธุ์ของไวรัสโควิด-19 ที่พบในประเทศอังกฤษ สเปน บราซิล และแอฟริกาใต้ ซึ่งมีการแพร่กระจายไปในหลายประเทศ รวมถึงอาจพบการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นตามมาอีก ทำให้เกิดความไม่มั่นใจว่าวัคซีนที่นำมาใช้กันอยู่ในปัจจุบัน จะสามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ที่กลายพันธุ์ได้หรือไม่
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสถาบันชีววัตถุ ซึ่งมีห้องปฏิบัติการตรวจพิสูจน์เชื้อโรคและตรวจสอบระดับภูมิคุ้มกันในซีรั่ม ภายใต้ห้องปฏิบัติการชีวนิรภัย ระดับ 3 (BSL3) รวมทั้งมีห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์เพื่อควบคุมคุณภาพวัคซีน จึงได้เตรียมการเพื่อตรวจสอบว่าวัคซีนที่นำเข้ามาใช้ในประเทศจะมีฤทธิ์ ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันไวรัส SARS-CoV-2 ทั้งสายพันธุ์ที่ก่อโรคในปัจจุบันรวมทั้งสายพันธุ์ที่มีการกลายพันธุ์ในประเทศได้หรือไม่
?ในระหว่างที่คนไทยยังไม่ได้รับวัคซีนโควิด-19 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์สามารถตรวจสอบภูมิคุ้มกันในเลือดคนไทยที่ติดเชื้อตามธรรมชาติมาทดสอบกับไวรัสกลายพันธุ์ที่พบในประเทศ เพื่อดูว่าภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นสามารถทำลายไวรัสกลายพันธุ์ได้หรือไม่ ทำให้สามารถรับทราบผลในเบื้องต้นจากซีรั่มคนที่ติดเชื้อในประเทศ ซึ่งวิธีที่ใช้เป็นวิธีมาตรฐานที่ตรวจหาระดับภูมิคุ้มกันในการทำลายไวรัสกลายพันธุ์ในเซลล์เพาะเลี้ยงที่จำเพาะ โดยวิธี Plaque Reduction Neutralization Test (PRNT) ซึ่งใช้เวลาทดสอบภายใน 7 วันรู้ผล และเมื่อคนไทยได้รับวัคซีนโควิด-19 วิธีดังกล่าวสามารถนำมาใช้ในการตรวจภูมิคุ้มกันต่อไวรัสกลายพันธุ์ในคนไทยที่ได้รับวัคซีนได้ทันที ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนการดำเนินการ เพื่อเพิ่มจำนวนไวรัสที่กลายพันธุ์และตรวจหาปริมาณไวรัสที่เหมาะสมสำหรับการทดสอบ ก่อนนำมาทดสอบกับซีรั่มของคนที่ติดเชื้อตามธรรมชาติ คาดว่าจะทราบผลในเดือนเมษายน 2564 และวิธีนี้จะสามารถนำมาใช้กับการตรวจติดตามภูมิคุ้มกันในคนไทยที่ได้รับวัคซีนต่อไป? นายแพทย์ศุภกิจ กล่าว
ข่าว/ภาพ-กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พร้อมทดสอบภูมิคุ้มกันไวรัสกลายพันธุ์ในคนไทยที่ได้รับวัคซีนโควิด-19
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (7 views)
- เปิดรายชื่อ Premium Clinic ด้านทันตกรรม เพิ่มทางเลือกประชาชน เข้าถึงบริการทันตกรรมเฉพาะทางคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม (4 views)
- เปิด “คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ครบวงจร” One Stop Service เพิ่มทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนป่วย ด้วยราคาประชาชนเข้าถึงได้ (3 views)
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,364 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (33 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (9 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (10 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (16 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
