กรมการแพทย์เผยโฉมใหม่ห้องฉุกเฉินในยุค New Normal ER
- สุขภาพดีดอทคอม ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 29 พ.ย. 2020 8:54 pm
กรมการแพทย์เผยโฉมใหม่ห้องฉุกเฉินในยุค New Normal ER
กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ปรับห้องฉุกเฉินรูปแบบใหม่ (New Normal ER) รองรับการแพร่ระบาดของ COVID ? 19 เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 กรมการแพทย์ ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลการการแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
ในโรงพยาบาล โดยเฉพาะห้องฉุกเฉินที่ถือเป็นด่านแรกที่จะต้องพบผู้ป่วย ซึ่งนอกจากต้องคัดกรองความรุนแรง
อย่างรวดเร็วแล้ว ยังต้องพิจารณาเรื่องประวัติความเสี่ยง เช่น เคยไปสถานที่มีการระบาดมาก่อน เคยสัมผัสบุคคลติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ซึ่งตามปกติขั้นตอนในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล จะมีมาตรการตั้งแต่รับผู้ป่วยจากบ้าน มาถึงจุดคัดกรอง เข้าห้องฉุกเฉิน ทำการรักษา พออาการดีขึ้นหรือคงที่ จึงสามารถส่งไปยังแพทย์เฉพาะทาง
ซึ่งปกติจะมีโต๊ะบริการ พยาบาลคัดกรอง ประชาชนออกันเต็ม ไม่มีการเว้นระยะห่าง แต่หลังจากมีโควิด-19 ห้องฉุกเฉินทุกที่ปรับตัวในการรับสถานการณ์ เช่น จัดแบ่งพื้นที่ตั้งแต่จุดคัดกรองสำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง มีห้องแยกโรคความดันลบ เต้นท์ความดันลบ ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจความดันลบ ตู้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ มีการอบรมความรู้ให้กับบุคลากร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีการฝึกสวมใส่และถอดชุดอุปกรณ์ป้องกัน รวมถึงวางระบบด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค นอกจากนี้การนำเทคโนโลยีเข้ามาให้บริการตามแนวทางการแพทย์วิถีใหม่หรือ New Normal ER จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล เช่น พบแพทย์ทางออนไลน์ การจัดส่งยาถึงบ้าน เพื่อลดระยะเวลารอคอยและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวถึง วิธีปฏิบัติในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคในห้องฉุกเฉินดังนี้ 1. มีการป้องกันไม่ให้สัมผัสแตะต้องเนื้อตัวโดยจะเน้นการใช้ชุดอุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสม เพราะพยาบาลคัดกรองจะเป็นด่านแรก 2. ผู้ป่วยที่รอรับบริการ มีการรักษาระยะห่างตั้งแต่ 1- 2 เมตร 3.การปรับรูปแบบของรถกู้ชีพฉุกเฉิน 1669 โดยให้ทีมเจ้าหน้าที่พยาบาลใส่ชุดป้องกัน PPE ตั้งแต่ไปรับผู้ป่วยที่บ้านจนถึงโรงพยาบาล 4.การซ้อมทีมฉุกเฉิน เมื่อพบผู้ป่วยหมดสติ เช่น วิธีการใส่ท่อช่วยหายใจในห้องความดันลบ 5. การเข็นผู้ป่วยไปห้องไอซียูมีการใส่ชุดป้องกัน และมีการใช้เตียงขนส่งความดันลบ (negative transfer capsule ขนย้ายผู้ป่วยไปห้องผ่าตัดหรือไอซียู เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย ซึ่งมาตรการเหล่านี้คือสิ่งสำคัญในการป้องกันการแพร่กระจายของโรคขั้นพื้นฐานแต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ประชาชนต้องปฏิบัติทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน คือสวมหน้ากากอนามัยล้างมือบ่อย ๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่างทางสังคมจะทำให้ท่านห่างไกล COVID-19
ข่าว/ภาพ-กรมการแพทย์

นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19 กรมการแพทย์ ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ป่วยและบุคลการการแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด
ในโรงพยาบาล โดยเฉพาะห้องฉุกเฉินที่ถือเป็นด่านแรกที่จะต้องพบผู้ป่วย ซึ่งนอกจากต้องคัดกรองความรุนแรง
อย่างรวดเร็วแล้ว ยังต้องพิจารณาเรื่องประวัติความเสี่ยง เช่น เคยไปสถานที่มีการระบาดมาก่อน เคยสัมผัสบุคคลติดเชื้อ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค ซึ่งตามปกติขั้นตอนในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล จะมีมาตรการตั้งแต่รับผู้ป่วยจากบ้าน มาถึงจุดคัดกรอง เข้าห้องฉุกเฉิน ทำการรักษา พออาการดีขึ้นหรือคงที่ จึงสามารถส่งไปยังแพทย์เฉพาะทาง
ซึ่งปกติจะมีโต๊ะบริการ พยาบาลคัดกรอง ประชาชนออกันเต็ม ไม่มีการเว้นระยะห่าง แต่หลังจากมีโควิด-19 ห้องฉุกเฉินทุกที่ปรับตัวในการรับสถานการณ์ เช่น จัดแบ่งพื้นที่ตั้งแต่จุดคัดกรองสำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง มีห้องแยกโรคความดันลบ เต้นท์ความดันลบ ตู้เก็บสิ่งส่งตรวจความดันลบ ตู้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ มีการอบรมความรู้ให้กับบุคลากร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีการฝึกสวมใส่และถอดชุดอุปกรณ์ป้องกัน รวมถึงวางระบบด้านสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรค นอกจากนี้การนำเทคโนโลยีเข้ามาให้บริการตามแนวทางการแพทย์วิถีใหม่หรือ New Normal ER จะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยที่ไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล เช่น พบแพทย์ทางออนไลน์ การจัดส่งยาถึงบ้าน เพื่อลดระยะเวลารอคอยและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวถึง วิธีปฏิบัติในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคในห้องฉุกเฉินดังนี้ 1. มีการป้องกันไม่ให้สัมผัสแตะต้องเนื้อตัวโดยจะเน้นการใช้ชุดอุปกรณ์ป้องกันอย่างเหมาะสม เพราะพยาบาลคัดกรองจะเป็นด่านแรก 2. ผู้ป่วยที่รอรับบริการ มีการรักษาระยะห่างตั้งแต่ 1- 2 เมตร 3.การปรับรูปแบบของรถกู้ชีพฉุกเฉิน 1669 โดยให้ทีมเจ้าหน้าที่พยาบาลใส่ชุดป้องกัน PPE ตั้งแต่ไปรับผู้ป่วยที่บ้านจนถึงโรงพยาบาล 4.การซ้อมทีมฉุกเฉิน เมื่อพบผู้ป่วยหมดสติ เช่น วิธีการใส่ท่อช่วยหายใจในห้องความดันลบ 5. การเข็นผู้ป่วยไปห้องไอซียูมีการใส่ชุดป้องกัน และมีการใช้เตียงขนส่งความดันลบ (negative transfer capsule ขนย้ายผู้ป่วยไปห้องผ่าตัดหรือไอซียู เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และผู้ป่วย ซึ่งมาตรการเหล่านี้คือสิ่งสำคัญในการป้องกันการแพร่กระจายของโรคขั้นพื้นฐานแต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ประชาชนต้องปฏิบัติทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน คือสวมหน้ากากอนามัยล้างมือบ่อย ๆ ด้วยเจลแอลกอฮอล์ และเว้นระยะห่างทางสังคมจะทำให้ท่านห่างไกล COVID-19
ข่าว/ภาพ-กรมการแพทย์
กรมการแพทย์เผยโฉมใหม่ห้องฉุกเฉินในยุค New Normal ER
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (73 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (84 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (94 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (115 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (160 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (164 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (145 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (141 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Applebot [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
