เผยความคืบหน้ากรณีตรวจพบแรงงานเมียนมาติดเชื้อโควิด 19 ที่พัทลุง ผลตรวจเลือดพบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เผยความคืบหน้ากรณีตรวจพบแรงงานเมียนมาติดเชื้อโควิด 19 ที่พัทลุง ผลตรวจเลือดพบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
กรมควบคุมโรค เผยความคืบหน้ากรณีตรวจพบแรงงานเมียนมาติดเชื้อโควิด 19 ที่พัทลุง ผลตรวจเลือดพบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยกรณีตรวจพบแรงงานเมียนมาติดเชื้อโควิด 19 ที่พัทลุง 1 ราย ซึ่งพบสารพันธุกรรมของเชื้อในปริมาณน้อย และวันนี้ผลการตรวจเลือดพบภูมิคุ้มกันในร่างกาย แสดงให้เห็นว่าเป็นการติดเชื้อรายเก่าที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ได้ติดเชื้อโควิด 19 ในไทย ซึ่งคาดว่าผู้ป่วยรายนี้อาจรับเชื้อมาจากสถานที่ทำงานในมาเลเซียก่อนหลบหนีเข้ามาในไทย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จะดำเนินการตามขั้นตอนการสอบสวนและมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องให้ครบกระบวนการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และประชาชนชาวไทยทุกคน
31 ต.ค.63 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 เป็นแรงงานชาวเมียนมาในพื้นที่จังหวัดพัทลุง 1 ราย นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า กรมควบคุมโรค โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 จ.สงขลา) ซึ่งดูแลพื้นที่จังหวัดพัทลุง ได้ส่งทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อร่วมสอบสวนโรค ตรวจสอบรายละเอียดและค้นหาผู้สัมผัสเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้คำแนะนำการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ดังกล่าว
จากกสอบสวนโรคเพิ่มเติม พบว่าผู้ป่วยชายชาวเมียนมารายนี้ อายุ 26 ปี ไม่มีโรคประจำตัว เดินทางไปทำงานที่มาเลเซียตั้งแต่ปี 2561 อาชีพรับจ้างเข็นผักในตลาดแห่งหนึ่ง อาศัยบ้านเช่า ช่วงสถานการณ์โควิด 19 ตลาดที่ทำงานถูกปิด ผู้ป่วยไม่มีเอกสารเดินทางจึงต้องการกลับเมียนมาโดยเดินทางผ่านไทยไปเข้าทางอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ส่วนประวัติการเดินทาง วันที่ 26 ต.ค. 63 ผู้ป่วยเดินทางคนเดียวโดยรถบัสไปรัฐปีนัง มีนายหน้ารับขึ้นรถเพื่อข้ามฝั่งไปไทย กับเพื่อนร่วมทางอีก 8 คน โดยนอน 1 คืนที่เกาะลังกาวี จากนั้น 04.00 น. ของวันที่ 27 ต.ค. 63 ลงเรือใกล้ชายฝั่งที่จังหวัดสตูล จากนั้นจะเดินทางต่อด้วยรถยนต์ไปชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จนมาถูกตำรวจจับกุมที่ด่านอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานข่าว
จากรายงานข่าวก่อนหน้านี้ที่ผู้ป่วยรายดังกล่าว มีการตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อโควิดในปริมาณน้อย โดยวิธี RT-PCR เมื่อวันที่ 28 ต.ค.63 หลังเข้าไทยเพียง 1 วันก็พบเชื้อ แสดงว่าติดเชื้อมาก่อนแล้ว ไม่ได้ติดเชื้อโควิด 19 ในไทย และแจ้งให้รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกัน นั้น ในบ่ายวันนี้ผลการตรวจเลือด ปรากฏว่าพบภูมิคุ้มกันในร่างกาย แสดงให้เห็นว่าเป็นการติดเชื้อรายเก่าที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และความสามารถในการแพร่เชื้อมีโอกาสน้อยมาก ซึ่งผลการสอบสวนครั้งนี้คาดว่าผู้ป่วยอาจรับเชื้อมาจากมาเลเซีย ถึงแม้ไม่สามารถระบุแหล่งที่รับเชื้อได้ชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าผู้ป่วยอาศัยอยู่ในพื้นที่มีการระบาดเนื่องจากตลาดที่ผู้ป่วยทำงานถูกปิด ส่วนผู้สัมผัสกับผู้ป่วยผลตรวจก็ยังไม่พบเชื้อโควิด 19 แต่อย่างใด
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จะดำเนินการตามขั้นตอนการสอบสวนและมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องให้ครบกระบวนการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และประชาชนชาวไทยทุกคน อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนยังคงดูแลป้องกันตนเอง ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องเช่นเดิม ?สวมหน้ากาก ล้างมือ แยกของใช้ เว้นระยะห่าง ลดแออัด? จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยได้ หากพบผู้ติดเชื้อกระทรวงสาธารณสุขจะเข้าไปดำเนินการทันที
ขอเน้นย้ำว่าประเทศไทยมีหลายจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้หน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันเข้มงวดมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้เดินทางและเฝ้าระวังการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย และขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันเฝ้าระวังบุคคลแปลกหน้าที่เข้ามาในชุมชน อาจะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจนำเชื้อโควิด 19 เข้ามาในประเทศได้ หากสงสัยขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันต่อไป และขอแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ผู้ที่นำพาเข้ามาและนายจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายดังกล่าว จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเฉียบขาดกับผู้กระทำผิดทุกราย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยกรณีตรวจพบแรงงานเมียนมาติดเชื้อโควิด 19 ที่พัทลุง 1 ราย ซึ่งพบสารพันธุกรรมของเชื้อในปริมาณน้อย และวันนี้ผลการตรวจเลือดพบภูมิคุ้มกันในร่างกาย แสดงให้เห็นว่าเป็นการติดเชื้อรายเก่าที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ได้ติดเชื้อโควิด 19 ในไทย ซึ่งคาดว่าผู้ป่วยรายนี้อาจรับเชื้อมาจากสถานที่ทำงานในมาเลเซียก่อนหลบหนีเข้ามาในไทย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จะดำเนินการตามขั้นตอนการสอบสวนและมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องให้ครบกระบวนการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และประชาชนชาวไทยทุกคน
31 ต.ค.63 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด 19 เป็นแรงงานชาวเมียนมาในพื้นที่จังหวัดพัทลุง 1 ราย นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่า กรมควบคุมโรค โดยสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 จ.สงขลา) ซึ่งดูแลพื้นที่จังหวัดพัทลุง ได้ส่งทีมปฏิบัติการสอบสวนโรค ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อร่วมสอบสวนโรค ตรวจสอบรายละเอียดและค้นหาผู้สัมผัสเพิ่มเติม พร้อมทั้งให้คำแนะนำการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ดังกล่าว
จากกสอบสวนโรคเพิ่มเติม พบว่าผู้ป่วยชายชาวเมียนมารายนี้ อายุ 26 ปี ไม่มีโรคประจำตัว เดินทางไปทำงานที่มาเลเซียตั้งแต่ปี 2561 อาชีพรับจ้างเข็นผักในตลาดแห่งหนึ่ง อาศัยบ้านเช่า ช่วงสถานการณ์โควิด 19 ตลาดที่ทำงานถูกปิด ผู้ป่วยไม่มีเอกสารเดินทางจึงต้องการกลับเมียนมาโดยเดินทางผ่านไทยไปเข้าทางอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ส่วนประวัติการเดินทาง วันที่ 26 ต.ค. 63 ผู้ป่วยเดินทางคนเดียวโดยรถบัสไปรัฐปีนัง มีนายหน้ารับขึ้นรถเพื่อข้ามฝั่งไปไทย กับเพื่อนร่วมทางอีก 8 คน โดยนอน 1 คืนที่เกาะลังกาวี จากนั้น 04.00 น. ของวันที่ 27 ต.ค. 63 ลงเรือใกล้ชายฝั่งที่จังหวัดสตูล จากนั้นจะเดินทางต่อด้วยรถยนต์ไปชายแดนอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก จนมาถูกตำรวจจับกุมที่ด่านอำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ตามรายงานข่าว
จากรายงานข่าวก่อนหน้านี้ที่ผู้ป่วยรายดังกล่าว มีการตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อโควิดในปริมาณน้อย โดยวิธี RT-PCR เมื่อวันที่ 28 ต.ค.63 หลังเข้าไทยเพียง 1 วันก็พบเชื้อ แสดงว่าติดเชื้อมาก่อนแล้ว ไม่ได้ติดเชื้อโควิด 19 ในไทย และแจ้งให้รอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ตรวจเลือดหาภูมิคุ้มกัน นั้น ในบ่ายวันนี้ผลการตรวจเลือด ปรากฏว่าพบภูมิคุ้มกันในร่างกาย แสดงให้เห็นว่าเป็นการติดเชื้อรายเก่าที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และความสามารถในการแพร่เชื้อมีโอกาสน้อยมาก ซึ่งผลการสอบสวนครั้งนี้คาดว่าผู้ป่วยอาจรับเชื้อมาจากมาเลเซีย ถึงแม้ไม่สามารถระบุแหล่งที่รับเชื้อได้ชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าผู้ป่วยอาศัยอยู่ในพื้นที่มีการระบาดเนื่องจากตลาดที่ผู้ป่วยทำงานถูกปิด ส่วนผู้สัมผัสกับผู้ป่วยผลตรวจก็ยังไม่พบเชื้อโควิด 19 แต่อย่างใด
ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จะดำเนินการตามขั้นตอนการสอบสวนและมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องให้ครบกระบวนการ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่และประชาชนชาวไทยทุกคน อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนยังคงดูแลป้องกันตนเอง ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่องเช่นเดิม ?สวมหน้ากาก ล้างมือ แยกของใช้ เว้นระยะห่าง ลดแออัด? จะช่วยให้เกิดความปลอดภัยได้ หากพบผู้ติดเชื้อกระทรวงสาธารณสุขจะเข้าไปดำเนินการทันที
ขอเน้นย้ำว่าประเทศไทยมีหลายจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้หน่วยงานทุกภาคส่วนได้ร่วมมือกันเข้มงวดมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งผู้เดินทางและเฝ้าระวังการลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย และขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันเฝ้าระวังบุคคลแปลกหน้าที่เข้ามาในชุมชน อาจะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจนำเชื้อโควิด 19 เข้ามาในประเทศได้ หากสงสัยขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินมาตรการป้องกันต่อไป และขอแจ้งเตือนไปยังผู้ที่ลักลอบเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ผู้ที่นำพาเข้ามาและนายจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายดังกล่าว จะมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและเฉียบขาดกับผู้กระทำผิดทุกราย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
เผยความคืบหน้ากรณีตรวจพบแรงงานเมียนมาติดเชื้อโควิด 19 ที่พัทลุง ผลตรวจเลือดพบภูมิคุ้มกันในร่างกาย
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (13 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
