เตือนประชาชนระมัดระวังอุบัติเหตุจากการจุดพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ในช่วงวันลอยกระทง
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เตือนประชาชนระมัดระวังอุบัติเหตุจากการจุดพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ในช่วงวันลอยกระทง
กรมควบคุมโรค เตือนประชาชนระมัดระวังอุบัติเหตุจากการจุดพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ในช่วงวันลอยกระทง พร้อมเน้นย้ำเที่ยวลอยกระทงปลอดภัย ห่างไกลโควิด 19
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงปีนี้ ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการจุดพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ หากบาดเจ็บรุนแรงอาจสูญเสียอวัยวะสำคัญได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน พร้อมเน้นย้ำเที่ยวลอยกระทงปลอดภัย ห่างไกลโควิด 19
29 ต.ค.63 นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วันลอยกระทงปี 2563 นี้ ตรงกับวันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2563 ซึ่งในแต่ละพื้นที่จะมีการจัดกิจกรรมตามประเพณีและมีประชาชนจำนวนมากร่วมงาน โดยทุกปีที่ผ่านมามักจะมีอุบัติเหตุจากการจุดพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ทำให้ได้รับบาดเจ็บตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย หากบาดเจ็บรุนแรงอาจสูญเสียอวัยวะสำคัญหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้
จากข้อมูลเฝ้าระวังการบาดเจ็บของกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ จำนวน 33 แห่ง พบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558-2562) มีผู้บาดเจ็บรุนแรงจากพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ จำนวน 1,770 ราย เสียชีวิต 2 ราย พบมากที่สุดในเพศชาย (ร้อยละ 92.8) โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 5-19 ปี (ร้อยละ 35.7) ในจำนวนนี้เกือบครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มเด็กอายุ 10-14 ปี ส่วนใหญ่เกิดเหตุในบ้านและบริเวณบ้าน (ร้อยละ 67.4) เดือนต.ค.-ม.ค.เกิดเหตุมากที่สุด (ร้อยละ 55.6) เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น ออกพรรษา ลอยกระทง ปีใหม่ ส่วนอวัยวะที่ได้รับการบาดเจ็บรุนแรงจากเปลวหรือสะเก็ดดอกไม้ไฟ หรือพลุมากที่สุด คือ บริเวณมือและข้อมือ (ร้อยละ 69.2) ในจำนวนนี้มีกระดูกแตกหักบริเวณมือและข้อมือ ร้อยละ 51 และบริเวณข้อมือและมือขาด ถูกตัด ร้อยละ 23 รองลงมาคือ บาดเจ็บที่ศีรษะและใบหน้า (ร้อยละ 14.1) ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่มีการบาดเจ็บของตาและเบ้าตา ร้อยละ 77.5
ส่วนปีที่ผ่านมา (ปี 2562) มีผู้บาดเจ็บรุนแรงจากพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ จำนวน 305 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยผู้บาดเจ็บสูงสุดอยู่ในกลุ่มเด็กอายุ 10-14 ปี (ร้อยละ 17.7) รองลงมาคือ 5-9 ปี และ 15-19 ปี ร้อยละ 8.5 และ 8.2 ตามลำดับ ส่วนใหญ่เกิดเหตุในบ้านและบริเวณบ้านเช่นกัน
สำหรับคำแนะนำเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากพลุ ประทัด และดอกไม้ มีดังนี้ 1.ผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กจุดพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟด้วยตนเอง และไม่ควรอยู่ใกล้บริเวณที่จุด 2.ควรสอนให้เด็กรู้ว่าพลุ ประทัดและดอกไม้ไฟ ไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นสิ่งที่อันตรายสำหรับเด็ก เช่น ถ้าสะเก็ดกระเด็นเข้าตาจะทำให้ตาบอดได้ หรืออาจทำให้นิ้วขาดกลายเป็นคนพิการ 3.ไม่เก็บพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ที่จุดแล้วไม่ติดมาเล่น เพราะอาจระเบิด โดยไม่คาดคิด และ 4.หากจำเป็นต้องจุดพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ในงานพิธีต่างๆ ควรอ่านคำแนะนำอย่างละเอียด และอยู่ห่างอย่างน้อย 1 ช่วงแขน ทั้งนี้ หากพบเห็นหรือเกิดอุบัติเหตุ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อนิ้วหรืออวัยวะใดอวัยวะหนึ่งขาดจากแรงระเบิด ให้รีบห้ามเลือดบริเวณที่อวัยวะขาด โดยใช้ผ้าสะอาดปิดบาดแผล และพันบาดแผลให้แน่น เพื่อป้องกันเลือดออก ไม่ควรใช้เชือกหรือสายรัดเหนือแผลเพราะจะทำให้เส้นประสาทหรือหลอดเลือดเสียหายได้และรีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669
อย่างไรก็ตาม ในการจัดงานประเพณีวันลอยกระทงในปีนี้ กรมควบคุมโรค ขอเน้นย้ำประชาชนเที่ยวงานวันลอยกระทงให้ปลอดภัยห่างไกลโควิด 19 โดยผู้เข้าร่วมทุกคน ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย 100% เมื่ออยู่ในสถานที่จัดงาน หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ส่วนผู้จัดงานควรมีเจ้าหน้าที่ในการตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมงาน และให้ลงทะเบียนแอพพลิเคชั่น ไทยชนะ ทุกครั้งก่อนเข้าและออกจากสถานที่จัดงาน ควรปรับเปลี่ยนให้มีพื้นที่ที่เหมาะสม กว้างขวาง ไม่แออัด และมีจุดบริการแอลกอฮอล์อย่างทั่วถึง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนในช่วงเทศกาลวันลอยกระทงปีนี้ ระมัดระวังอุบัติเหตุจากการจุดพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ หากบาดเจ็บรุนแรงอาจสูญเสียอวัยวะสำคัญได้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชน พร้อมเน้นย้ำเที่ยวลอยกระทงปลอดภัย ห่างไกลโควิด 19

จากข้อมูลเฝ้าระวังการบาดเจ็บของกองป้องกันการบาดเจ็บ กรมควบคุมโรค ในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ จำนวน 33 แห่ง พบว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2558-2562) มีผู้บาดเจ็บรุนแรงจากพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ จำนวน 1,770 ราย เสียชีวิต 2 ราย พบมากที่สุดในเพศชาย (ร้อยละ 92.8) โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุ 5-19 ปี (ร้อยละ 35.7) ในจำนวนนี้เกือบครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มเด็กอายุ 10-14 ปี ส่วนใหญ่เกิดเหตุในบ้านและบริเวณบ้าน (ร้อยละ 67.4) เดือนต.ค.-ม.ค.เกิดเหตุมากที่สุด (ร้อยละ 55.6) เนื่องจากในช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาลต่างๆ เช่น ออกพรรษา ลอยกระทง ปีใหม่ ส่วนอวัยวะที่ได้รับการบาดเจ็บรุนแรงจากเปลวหรือสะเก็ดดอกไม้ไฟ หรือพลุมากที่สุด คือ บริเวณมือและข้อมือ (ร้อยละ 69.2) ในจำนวนนี้มีกระดูกแตกหักบริเวณมือและข้อมือ ร้อยละ 51 และบริเวณข้อมือและมือขาด ถูกตัด ร้อยละ 23 รองลงมาคือ บาดเจ็บที่ศีรษะและใบหน้า (ร้อยละ 14.1) ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่มีการบาดเจ็บของตาและเบ้าตา ร้อยละ 77.5
ส่วนปีที่ผ่านมา (ปี 2562) มีผู้บาดเจ็บรุนแรงจากพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ จำนวน 305 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยผู้บาดเจ็บสูงสุดอยู่ในกลุ่มเด็กอายุ 10-14 ปี (ร้อยละ 17.7) รองลงมาคือ 5-9 ปี และ 15-19 ปี ร้อยละ 8.5 และ 8.2 ตามลำดับ ส่วนใหญ่เกิดเหตุในบ้านและบริเวณบ้านเช่นกัน
สำหรับคำแนะนำเพื่อป้องกันการบาดเจ็บจากพลุ ประทัด และดอกไม้ มีดังนี้ 1.ผู้ปกครองไม่ควรให้เด็กจุดพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟด้วยตนเอง และไม่ควรอยู่ใกล้บริเวณที่จุด 2.ควรสอนให้เด็กรู้ว่าพลุ ประทัดและดอกไม้ไฟ ไม่ใช่ของเล่น แต่เป็นสิ่งที่อันตรายสำหรับเด็ก เช่น ถ้าสะเก็ดกระเด็นเข้าตาจะทำให้ตาบอดได้ หรืออาจทำให้นิ้วขาดกลายเป็นคนพิการ 3.ไม่เก็บพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ที่จุดแล้วไม่ติดมาเล่น เพราะอาจระเบิด โดยไม่คาดคิด และ 4.หากจำเป็นต้องจุดพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ในงานพิธีต่างๆ ควรอ่านคำแนะนำอย่างละเอียด และอยู่ห่างอย่างน้อย 1 ช่วงแขน ทั้งนี้ หากพบเห็นหรือเกิดอุบัติเหตุ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อนิ้วหรืออวัยวะใดอวัยวะหนึ่งขาดจากแรงระเบิด ให้รีบห้ามเลือดบริเวณที่อวัยวะขาด โดยใช้ผ้าสะอาดปิดบาดแผล และพันบาดแผลให้แน่น เพื่อป้องกันเลือดออก ไม่ควรใช้เชือกหรือสายรัดเหนือแผลเพราะจะทำให้เส้นประสาทหรือหลอดเลือดเสียหายได้และรีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพ โทร.1669
อย่างไรก็ตาม ในการจัดงานประเพณีวันลอยกระทงในปีนี้ กรมควบคุมโรค ขอเน้นย้ำประชาชนเที่ยวงานวันลอยกระทงให้ปลอดภัยห่างไกลโควิด 19 โดยผู้เข้าร่วมทุกคน ต้องสวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย 100% เมื่ออยู่ในสถานที่จัดงาน หมั่นล้างมือ เว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร ส่วนผู้จัดงานควรมีเจ้าหน้าที่ในการตรวจวัดอุณหภูมิผู้เข้าร่วมงาน และให้ลงทะเบียนแอพพลิเคชั่น ไทยชนะ ทุกครั้งก่อนเข้าและออกจากสถานที่จัดงาน ควรปรับเปลี่ยนให้มีพื้นที่ที่เหมาะสม กว้างขวาง ไม่แออัด และมีจุดบริการแอลกอฮอล์อย่างทั่วถึง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
เตือนประชาชนระมัดระวังอุบัติเหตุจากการจุดพลุ ประทัด และดอกไม้ไฟ ในช่วงวันลอยกระทง
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (12 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (25 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
