อภ.เพิ่มกำลังการผลิตอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมียาใช้อย่างต่อเนื่อง
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
อภ.เพิ่มกำลังการผลิตอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมียาใช้อย่างต่อเนื่อง
อภ.เพิ่มกำลังการผลิตอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมียาใช้อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือโรงพยาบาลบริหารจัดการจัดสรรยาให้เหมาะสม
ดร.ภญ.มุกดาวรรณ ประกอบไวทยกิจ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า จากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก รวมถึงประเทศที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบของยา เช่น จีน อินเดีย อเมริกา และประเทศแถบยุโรป ซึ่งประเทศเหล่านั้นได้ใช้มาตรการปิดประเทศ ทำให้เกิดปัญหาในการจัดส่งวัตถุดิบยา บรรจุภัณฑ์ ประกอบกับหลายโรงพยาบาลเริ่มมีการใช้นโยบายจ่ายยาสำหรับโรคเรื้อรังล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำให้โรงพยาบาลมีการสำรองยามากกว่าปกติ ขณะเดียวกันต้องเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนยาจำเป็นที่ต้องใช้รักษาโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน 5-6 รายการด้วย ซึ่งเป็นสถานการณ์กะทันหันที่องค์การฯ ไม่ได้คาดคิดไว้ก่อน ในช่วงแรกนั้นส่งผลกระทบต่อการผลิตและสำรองยาอยู่บ้างในยาบ้างรายการ
เดิมในภาวะปกตินั้นองค์การฯจะมีแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆสำหรับการผลิตไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งอาจมีวัตถุดิบบางรายการต้องกำกับดูแลเป็นพิเศษ โดยจะมีการทยอยผลิตเป็นยาสำเร็จรูปสำรองไว้ในคลังในจำนวนที่ผู้ป่วยสามารถใช้ได้ 2-3 เดือนเป็นอย่างน้อย เมื่อเริ่มมีสถานการณ์โควิด-19 เข้ามา เมื่อปลายเดือนมกราคม 2563 องค์การฯได้มีการปรับแผนการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นกลุ่มยาจำเป็นโรคเรื้อรังเป็นสำคัญ โดยเร่งให้มีการส่งมอบวัตถุดิบและอุปกรณ์การผลิตต่างๆเร็วขึ้น หากวัตถุดิบบริษัทไหนติดขัดเรื่องการส่งมอบ จะทำการจัดซื้อจากแหล่งวัตถุดิบแห่งใหม่ 2-3 แห่ง ที่ได้รับการตรวจรับรองคุณภาพแล้ว เพื่อนำมาใช้ในการผลิตได้ทันและเพียงพอต่อความต้องการ พร้อมทั้งได้ติดตั้งเครื่องบรรจุยาลงแผงอัตโนมัติความเร็วสูงจากประเทศเยอรมันอีกหลายเครื่อง ขณะเดียวกันได้มีแสวงหาแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติมอีกหลายแห่ง เช่น ยาซิมวาสแตติน (Simvastatin) ใช้ลดระดับคลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดีและไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด ขณะนี้มีแหล่งวัตถุดิบจำนวน 5 ราย ในประเทศอินเดีย อภ.สามารถเพิ่มกำลังผลิต จาก 56 ล้านเม็ด/เดือน เป็น 62 ล้านเม็ด/เดือน ยาแอมโลดิพีน (Amlodipine) รักษาความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ ขณะนี้มีแหล่งวัตถุดิบ จำนวน 3 ราย ในประเทศอินเดีย อภ.เพิ่มกำลังผลิตจาก 50 ล้านเม็ด/เดือน เป็น 75 ล้านเม็ด/เดือน ในส่วนยาเมทฟอร์มิน (Metformin) ยาใช้รักษาโรคเบาหวาน อภ.สามารถเพิ่มกำลังผลิตจาก 75 ล้านเม็ด/เดือนเป็น106 ล้านเม็ด/เดือน ยาลอซาร์แทน (Losartan) ใช้ลดความดันโลหิตที่ออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ขณะนี้มีแหล่งวัตถุดิบ จำนวน 3 ราย ในประเทศจีน 1 รายและประเทศอินเดีย 2 ราย กำลังผลิตเป็น 27 ล้านเม็ด/เดือน ยาต้านไวรัสเอดส์ทั้ง 22 รายการ นั้นได้เพิ่มกำลังการผลิตทุกรายการด้วยแล้วเช่นกัน โดยในภาพรวมแล้วคาดว่าเดือนเมษายน องค์การฯจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เฉลี่ย 30 เปอร์เซ็นต์ และตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปจะเพิ่มกำลังการผลิตยาจำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังให้ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์
ไม่นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ของวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ซึ่งยังไม่มีความแน่นอนว่าจะยุติหรือเบาบางลงเมื่อไร จึงได้ทำการหาแหล่งวัตถุดิบแหล่งใหม่สำรองเพิ่มเติมไว้อย่างต่อเนื่องแล้ว มั่นใจได้ว่า องค์การฯยังคงสามารถผลิตยาได้ตามความต้องการและคงราคายาไว้ตามเดิมแม้สถานการณ์ต่างๆจะไม่เอื้ออำนวยมากนัก และผู้ป่วยโรคเรื้อรังจะยังคงมียาใช้อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือโรงพยาบาลต่างๆ ช่วยบริหารจัดการและจัดสรรทยอยส่งยาให้ผู้ป่วยตามรอบการรักษา สอดคล้องกับปริมาณยาที่องค์การฯจัดส่งไปสำรองทุก1- 2 เดือน โดยจัดส่งยาให้ผู้ป่วยทางไปรษณีย์ ซึ่ง สปสช. ได้จัดงบชดเชยให้หน่วยบริการเพิ่มเติมในอัตราไม่เกิน 50 บาท/ครั้ง หรือโครงการรับยาใกล้บ้าน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมียาใช้อย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์นี้
ดร.ภญ.มุกดาวรรณ ประกอบไวทยกิจ รองผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า จากปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก รวมถึงประเทศที่เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบของยา เช่น จีน อินเดีย อเมริกา และประเทศแถบยุโรป ซึ่งประเทศเหล่านั้นได้ใช้มาตรการปิดประเทศ ทำให้เกิดปัญหาในการจัดส่งวัตถุดิบยา บรรจุภัณฑ์ ประกอบกับหลายโรงพยาบาลเริ่มมีการใช้นโยบายจ่ายยาสำหรับโรคเรื้อรังล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำให้โรงพยาบาลมีการสำรองยามากกว่าปกติ ขณะเดียวกันต้องเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนยาจำเป็นที่ต้องใช้รักษาโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน 5-6 รายการด้วย ซึ่งเป็นสถานการณ์กะทันหันที่องค์การฯ ไม่ได้คาดคิดไว้ก่อน ในช่วงแรกนั้นส่งผลกระทบต่อการผลิตและสำรองยาอยู่บ้างในยาบ้างรายการ
เดิมในภาวะปกตินั้นองค์การฯจะมีแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่างๆสำหรับการผลิตไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งอาจมีวัตถุดิบบางรายการต้องกำกับดูแลเป็นพิเศษ โดยจะมีการทยอยผลิตเป็นยาสำเร็จรูปสำรองไว้ในคลังในจำนวนที่ผู้ป่วยสามารถใช้ได้ 2-3 เดือนเป็นอย่างน้อย เมื่อเริ่มมีสถานการณ์โควิด-19 เข้ามา เมื่อปลายเดือนมกราคม 2563 องค์การฯได้มีการปรับแผนการผลิตมาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นกลุ่มยาจำเป็นโรคเรื้อรังเป็นสำคัญ โดยเร่งให้มีการส่งมอบวัตถุดิบและอุปกรณ์การผลิตต่างๆเร็วขึ้น หากวัตถุดิบบริษัทไหนติดขัดเรื่องการส่งมอบ จะทำการจัดซื้อจากแหล่งวัตถุดิบแห่งใหม่ 2-3 แห่ง ที่ได้รับการตรวจรับรองคุณภาพแล้ว เพื่อนำมาใช้ในการผลิตได้ทันและเพียงพอต่อความต้องการ พร้อมทั้งได้ติดตั้งเครื่องบรรจุยาลงแผงอัตโนมัติความเร็วสูงจากประเทศเยอรมันอีกหลายเครื่อง ขณะเดียวกันได้มีแสวงหาแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติมอีกหลายแห่ง เช่น ยาซิมวาสแตติน (Simvastatin) ใช้ลดระดับคลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดีและไตรกลีเซอไรด์ในหลอดเลือด ขณะนี้มีแหล่งวัตถุดิบจำนวน 5 ราย ในประเทศอินเดีย อภ.สามารถเพิ่มกำลังผลิต จาก 56 ล้านเม็ด/เดือน เป็น 62 ล้านเม็ด/เดือน ยาแอมโลดิพีน (Amlodipine) รักษาความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ ขณะนี้มีแหล่งวัตถุดิบ จำนวน 3 ราย ในประเทศอินเดีย อภ.เพิ่มกำลังผลิตจาก 50 ล้านเม็ด/เดือน เป็น 75 ล้านเม็ด/เดือน ในส่วนยาเมทฟอร์มิน (Metformin) ยาใช้รักษาโรคเบาหวาน อภ.สามารถเพิ่มกำลังผลิตจาก 75 ล้านเม็ด/เดือนเป็น106 ล้านเม็ด/เดือน ยาลอซาร์แทน (Losartan) ใช้ลดความดันโลหิตที่ออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ขณะนี้มีแหล่งวัตถุดิบ จำนวน 3 ราย ในประเทศจีน 1 รายและประเทศอินเดีย 2 ราย กำลังผลิตเป็น 27 ล้านเม็ด/เดือน ยาต้านไวรัสเอดส์ทั้ง 22 รายการ นั้นได้เพิ่มกำลังการผลิตทุกรายการด้วยแล้วเช่นกัน โดยในภาพรวมแล้วคาดว่าเดือนเมษายน องค์การฯจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เฉลี่ย 30 เปอร์เซ็นต์ และตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไปจะเพิ่มกำลังการผลิตยาจำเป็นสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังให้ได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์
ไม่นิ่งนอนใจต่อสถานการณ์ของวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ซึ่งยังไม่มีความแน่นอนว่าจะยุติหรือเบาบางลงเมื่อไร จึงได้ทำการหาแหล่งวัตถุดิบแหล่งใหม่สำรองเพิ่มเติมไว้อย่างต่อเนื่องแล้ว มั่นใจได้ว่า องค์การฯยังคงสามารถผลิตยาได้ตามความต้องการและคงราคายาไว้ตามเดิมแม้สถานการณ์ต่างๆจะไม่เอื้ออำนวยมากนัก และผู้ป่วยโรคเรื้อรังจะยังคงมียาใช้อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอความร่วมมือโรงพยาบาลต่างๆ ช่วยบริหารจัดการและจัดสรรทยอยส่งยาให้ผู้ป่วยตามรอบการรักษา สอดคล้องกับปริมาณยาที่องค์การฯจัดส่งไปสำรองทุก1- 2 เดือน โดยจัดส่งยาให้ผู้ป่วยทางไปรษณีย์ ซึ่ง สปสช. ได้จัดงบชดเชยให้หน่วยบริการเพิ่มเติมในอัตราไม่เกิน 50 บาท/ครั้ง หรือโครงการรับยาใกล้บ้าน ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมียาใช้อย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์นี้
อภ.เพิ่มกำลังการผลิตอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังมียาใช้อย่างต่อเนื่อง
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (79 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (74 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
