เมอร์ค สนับสนุน สถาบันเจนเนอร์ บรรลุเป้าหมายแรกของการผลิตวัคซีนโควิด-19
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
เมอร์ค สนับสนุน สถาบันเจนเนอร์ บรรลุเป้าหมายแรกของการผลิตวัคซีนโควิด-19
- แพลตฟอร์มการผลิตที่พัฒนาขึ้นล่าสุด จะสามารถรองรับการผลิตในปริมาณมาก
- ทีมนักวิจัยร่วมของสององค์กรย่นระยะเวลาในการพัฒนากระบวนการผลิตจาก 1 ปี เหลือเพียง 2 เดือน นับเป็นก้าวสำคัญของการผลิตวัคซีนโควิด-19 ในปริมาณมาก
- ?เรานำอนาคตของการผลิตวัคซีนมาสู่ปัจจุบัน? อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารของเมอร์ค และซีอีโอกลุ่มธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ กล่าว
เมอร์ค (Merck) บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ ร่วมกับสถาบันเจนเนอร์ (The Jenner Institute) ประกาศว่า สถาบันเจนเนอร์ได้วางรากฐานสำหรับการผลิตวัคซีนตัวเลือก ChAdOx1 nCoV-19 ในปริมาณมาก เพื่อใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19
เนื่องจากมีผู้ป่วยลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการทดลองทางคลินิก การพัฒนากระบวนการผลิตขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นก้าวสำคัญในการส่งมอบวัคซีนจากห้องปฏิบัติการไปถึงผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
?เรานำอนาคตของการผลิตวัคซีนมาสู่ปัจจุบัน? อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารของเมอร์ค และซีอีโอกลุ่มธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ (Life Science) กล่าว ?นี่เป็นก้าวสำคัญสำหรับการรักษาโควิด-19 และโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก งานนี้นับเป็นหมุดหมายที่สำคัญในเส้นทางการพัฒนาการผลิตวัคซีน ในขณะที่การทดลองทางคลินิกจะยังคงก้าวหน้าต่อไป?
ด้วยการใช้ประโยชน์จากผลงานก่อนหน้านี้ของเมอร์ค ทำให้สถาบันเจนเนอร์มีพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับแผนการขยายการผลิตวัคซีนตัวเลือกโควิด-19 โดยปกติแล้ว การพัฒนากระบวนการผลิตอาจกินเวลาอย่างน้อยหกเดือนถึงหนึ่งปี แต่ภายในเวลาเพียงสองเดือน เมอร์คได้ให้การสนับสนุนทีมงานและผู้ร่วมโครงการของสถาบันเจนเนอร์ ในการประเมินแพลตฟอร์มการผลิตที่มีอยู่เดิม เพื่อนำมาใช้กับวัคซีนตัวใหม่ และยกระดับกระบวนการที่สำคัญ
ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของเมอร์คกับสถาบันเจนเนอร์ได้ก่อให้เกิดการพัฒนาแพลตฟอร์มที่รวดเร็วและสามารถปรับขยายได้ ตามแนวปฏิบัติด้านการผลิตที่ดีและการใช้เทคโนโลยีแบบใช้แล้วทิ้งสำหรับแพลตฟอร์มอะดีโนไวรัสของทางสถาบัน ด้วยเหตุที่ผลงานแรกเริ่มถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการผลิตวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นมาแพลตฟอร์มนี้จึงถูกนำมาใช้ยืนยันผลการตรวจโครงสร้างอะดีโนไวรัสที่แตกต่างกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการพัฒนาและการผลิตวัคซีนในอนาคต ความรวดเร็วถือเป็นความท้าทายที่สำคัญเมื่อเผชิญกับการระบาดใหม่ เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งนี้ เมื่อเดือนเมษายน 2561 สององค์กรได้ประกาศความร่วมมือเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและสามารถปรับขยายได้ตามความต้องการ
?ในช่วงเวลาที่เราไม่เคยพบเจอมาก่อน ทีมนักวิจัยของสถาบันเจนเนอร์สามารถพัฒนากระบวนการผลิตขนาด 10 ลิตร โดยต่อยอดมาจากแพลตฟอร์มเดิมที่สร้างขึ้นก่อนหน้านี้กับเมอร์ค ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเราสำหรับการดำเนินการขยายการผลิตในรอบต่อไป? ดร.แซนดี ดักลาส ผู้นำโครงการขยายขนาดการผลิตวัคซีนประจำสถาบันเจนเนอร์ กล่าว ?ความร่วมมือของอุตสาหกรรม เช่น ความร่วมมือของเรากับเมอร์ค แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของความพยายามในการเร่งการรับมือกับการแพร่ระบาดและการระบาดใหญ่ ตลอดจนส่งมอบวัคซีนได้อย่างรวดเร็วเพื่อช่วยชีวิตผู้คน อันจะประโยชน์ต่อประชากรโลก?
เกี่ยวกับ สถาบันเจนเนอร์
สถาบันเจนเนอร์ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2548 เพื่อพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ทั้งโรคในคนและสัตว์ โดยมีการทดสอบวัคซีนใหม่ในสายพันธุ์ต่าง ๆ ทางสถาบันมุ่งเน้นงานวิจัยที่สามารถนำไปต่อยอดได้ โดยเฉพาะการพัฒนาระยะเริ่มต้น และการประเมินผลวัคซีนใหม่ ๆ ในการทดลองทางคลินิก
สถาบันเจนเนอร์ประกอบด้วยนักวิจัย หรือที่เรียกว่า Jenner Investigators มากกว่า 30 ราย ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มวิจัยชั้นนำที่ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนาวัคซีนสำหรับคนและสัตว์ คณะนักวิจัยของสถาบันร่วมกันทำงานวิจัยและพัฒนาวัคซีนแบบไม่แสวงผลกำไรมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ในแวดวงวัคซีนวิทยา
นักวิจัยของสถาบันเจนเนอร์กำลังพัฒนาวัคซีนตัวเลือกใหม่ ๆ สำหรับป้องกันโรคติดเชื้อทั่วโลก โดยได้รับความอนุเคราะห์จากผู้สนับสนุนหลายราย ปัจจุบัน วัคซีนตัวใหม่สำหรับป้องกันโรคมาลาเรีย วัณโรค และเอชไอวี กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบภาคสนามในประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนั้น ยังมีการวิจัยวัคซีนป้องกันโรคปากเท้าเปื่อยในสัตว์ โรคไข้หวัดนก วัณโรคในโค และโรคอื่น ๆ ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ
สถาบันเจนเนอร์เกิดจากความร่วมมือระหว่างพันธมิตร ได้แก่ University of Oxford และ The Pirbright Institute ทางสถาบันมารับช่วงสืบทอดการดำเนินงานต่อจากอดีตสถาบันเอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ เพื่อการวิจัยวัคซีน (Edward Jenner Institute for Vaccine Research) โดยได้รับการสนับสนุนจาก Jenner Vaccine Foundation ซึ่งเป็นมูลนิธิการกุศลที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักร และได้รับคำปรึกษาจาก Jenner Institute Scientific Advisory Board
ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาเข้าไปที่ www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้
เกี่ยวกับ เมอร์ค
เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ โดยมีการดำเนินงานครอบคลุมด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และวัสดุสมรรถนะสูง พนักงานประมาณ 57,000 คนของบริษัทต่างทุ่มเทในการสร้างความแตกต่างที่ดีต่อชีวิตของผู้คนหลายล้านคนในทุก ๆ วัน ด้วยการนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตที่มีความสุขและยั่งยืนยิ่งขึ้น เมอร์คเป็นทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยีตัดต่อยีน ไปจนถึงการเสาะหากลวิธีใหม่ ๆ ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่ท้าทายที่สุด ตลอดจนการคิดค้นอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยในปี 2562 เมอร์คทำยอดขายได้ 1.62 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ
การสำรวจทางวิทยาศาสตร์และการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ คือหัวใจหลักในความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเมอร์ค ทั้งยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเมอร์คนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2211 ปัจจุบัน ครอบครัวผู้ก่อตั้งยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมอร์คครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์ เมอร์ค ทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ของเมอร์คดำเนินงานภายใต้ชื่อ อีเอ็มดี เซโรโน ในวงการดูแลสุขภาพ, มิลลิพอร์ซิกมา ในวงการชีววิทยาศาสตร์ และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แมนซ์ แมททีเรียลส์
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/115399 ... ration.jpg
- ทีมนักวิจัยร่วมของสององค์กรย่นระยะเวลาในการพัฒนากระบวนการผลิตจาก 1 ปี เหลือเพียง 2 เดือน นับเป็นก้าวสำคัญของการผลิตวัคซีนโควิด-19 ในปริมาณมาก
- ?เรานำอนาคตของการผลิตวัคซีนมาสู่ปัจจุบัน? อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารของเมอร์ค และซีอีโอกลุ่มธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ กล่าว
เมอร์ค (Merck) บริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ ร่วมกับสถาบันเจนเนอร์ (The Jenner Institute) ประกาศว่า สถาบันเจนเนอร์ได้วางรากฐานสำหรับการผลิตวัคซีนตัวเลือก ChAdOx1 nCoV-19 ในปริมาณมาก เพื่อใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19
เนื่องจากมีผู้ป่วยลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมการทดลองทางคลินิก การพัฒนากระบวนการผลิตขนาดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นก้าวสำคัญในการส่งมอบวัคซีนจากห้องปฏิบัติการไปถึงผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย
?เรานำอนาคตของการผลิตวัคซีนมาสู่ปัจจุบัน? อูดิท บาทรา สมาชิกคณะกรรมการบริหารของเมอร์ค และซีอีโอกลุ่มธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ (Life Science) กล่าว ?นี่เป็นก้าวสำคัญสำหรับการรักษาโควิด-19 และโรคอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก งานนี้นับเป็นหมุดหมายที่สำคัญในเส้นทางการพัฒนาการผลิตวัคซีน ในขณะที่การทดลองทางคลินิกจะยังคงก้าวหน้าต่อไป?
ด้วยการใช้ประโยชน์จากผลงานก่อนหน้านี้ของเมอร์ค ทำให้สถาบันเจนเนอร์มีพื้นฐานที่มั่นคงสำหรับแผนการขยายการผลิตวัคซีนตัวเลือกโควิด-19 โดยปกติแล้ว การพัฒนากระบวนการผลิตอาจกินเวลาอย่างน้อยหกเดือนถึงหนึ่งปี แต่ภายในเวลาเพียงสองเดือน เมอร์คได้ให้การสนับสนุนทีมงานและผู้ร่วมโครงการของสถาบันเจนเนอร์ ในการประเมินแพลตฟอร์มการผลิตที่มีอยู่เดิม เพื่อนำมาใช้กับวัคซีนตัวใหม่ และยกระดับกระบวนการที่สำคัญ
ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา ความร่วมมือของเมอร์คกับสถาบันเจนเนอร์ได้ก่อให้เกิดการพัฒนาแพลตฟอร์มที่รวดเร็วและสามารถปรับขยายได้ ตามแนวปฏิบัติด้านการผลิตที่ดีและการใช้เทคโนโลยีแบบใช้แล้วทิ้งสำหรับแพลตฟอร์มอะดีโนไวรัสของทางสถาบัน ด้วยเหตุที่ผลงานแรกเริ่มถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการผลิตวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า จากนั้นมาแพลตฟอร์มนี้จึงถูกนำมาใช้ยืนยันผลการตรวจโครงสร้างอะดีโนไวรัสที่แตกต่างกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการพัฒนาและการผลิตวัคซีนในอนาคต ความรวดเร็วถือเป็นความท้าทายที่สำคัญเมื่อเผชิญกับการระบาดใหม่ เช่น การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งนี้ เมื่อเดือนเมษายน 2561 สององค์กรได้ประกาศความร่วมมือเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตวัคซีนที่มีประสิทธิภาพและสามารถปรับขยายได้ตามความต้องการ
?ในช่วงเวลาที่เราไม่เคยพบเจอมาก่อน ทีมนักวิจัยของสถาบันเจนเนอร์สามารถพัฒนากระบวนการผลิตขนาด 10 ลิตร โดยต่อยอดมาจากแพลตฟอร์มเดิมที่สร้างขึ้นก่อนหน้านี้กับเมอร์ค ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับเราสำหรับการดำเนินการขยายการผลิตในรอบต่อไป? ดร.แซนดี ดักลาส ผู้นำโครงการขยายขนาดการผลิตวัคซีนประจำสถาบันเจนเนอร์ กล่าว ?ความร่วมมือของอุตสาหกรรม เช่น ความร่วมมือของเรากับเมอร์ค แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของความพยายามในการเร่งการรับมือกับการแพร่ระบาดและการระบาดใหญ่ ตลอดจนส่งมอบวัคซีนได้อย่างรวดเร็วเพื่อช่วยชีวิตผู้คน อันจะประโยชน์ต่อประชากรโลก?
เกี่ยวกับ สถาบันเจนเนอร์
สถาบันเจนเนอร์ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2548 เพื่อพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคต่าง ๆ ทั้งโรคในคนและสัตว์ โดยมีการทดสอบวัคซีนใหม่ในสายพันธุ์ต่าง ๆ ทางสถาบันมุ่งเน้นงานวิจัยที่สามารถนำไปต่อยอดได้ โดยเฉพาะการพัฒนาระยะเริ่มต้น และการประเมินผลวัคซีนใหม่ ๆ ในการทดลองทางคลินิก
สถาบันเจนเนอร์ประกอบด้วยนักวิจัย หรือที่เรียกว่า Jenner Investigators มากกว่า 30 ราย ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มวิจัยชั้นนำที่ครอบคลุมการวิจัยและพัฒนาวัคซีนสำหรับคนและสัตว์ คณะนักวิจัยของสถาบันร่วมกันทำงานวิจัยและพัฒนาวัคซีนแบบไม่แสวงผลกำไรมากที่สุดเป็นอันดับต้น ๆ ในแวดวงวัคซีนวิทยา
นักวิจัยของสถาบันเจนเนอร์กำลังพัฒนาวัคซีนตัวเลือกใหม่ ๆ สำหรับป้องกันโรคติดเชื้อทั่วโลก โดยได้รับความอนุเคราะห์จากผู้สนับสนุนหลายราย ปัจจุบัน วัคซีนตัวใหม่สำหรับป้องกันโรคมาลาเรีย วัณโรค และเอชไอวี กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบภาคสนามในประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนั้น ยังมีการวิจัยวัคซีนป้องกันโรคปากเท้าเปื่อยในสัตว์ โรคไข้หวัดนก วัณโรคในโค และโรคอื่น ๆ ที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ
สถาบันเจนเนอร์เกิดจากความร่วมมือระหว่างพันธมิตร ได้แก่ University of Oxford และ The Pirbright Institute ทางสถาบันมารับช่วงสืบทอดการดำเนินงานต่อจากอดีตสถาบันเอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ เพื่อการวิจัยวัคซีน (Edward Jenner Institute for Vaccine Research) โดยได้รับการสนับสนุนจาก Jenner Vaccine Foundation ซึ่งเป็นมูลนิธิการกุศลที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักร และได้รับคำปรึกษาจาก Jenner Institute Scientific Advisory Board
ข่าวประชาสัมพันธ์ของเมอร์คทั้งหมดได้รับการเผยแพร่ผ่านทางอีเมลในเวลาเดียวกับที่มีการเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์ของเมอร์ค กรุณาเข้าไปที่ www.merckgroup.com/subscribe เพื่อลงทะเบียนออนไลน์ เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกบริการนี้
เกี่ยวกับ เมอร์ค
เมอร์ค คือบริษัทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นนำ โดยมีการดำเนินงานครอบคลุมด้านการดูแลสุขภาพ ชีววิทยาศาสตร์ และวัสดุสมรรถนะสูง พนักงานประมาณ 57,000 คนของบริษัทต่างทุ่มเทในการสร้างความแตกต่างที่ดีต่อชีวิตของผู้คนหลายล้านคนในทุก ๆ วัน ด้วยการนำเสนอแนวทางการใช้ชีวิตที่มีความสุขและยั่งยืนยิ่งขึ้น เมอร์คเป็นทั้งผู้พัฒนาเทคโนโลยีตัดต่อยีน ไปจนถึงการเสาะหากลวิธีใหม่ ๆ ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่ท้าทายที่สุด ตลอดจนการคิดค้นอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยในปี 2562 เมอร์คทำยอดขายได้ 1.62 หมื่นล้านยูโร ใน 66 ประเทศ
การสำรวจทางวิทยาศาสตร์และการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ คือหัวใจหลักในความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของเมอร์ค ทั้งยังอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเมอร์คนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2211 ปัจจุบัน ครอบครัวผู้ก่อตั้งยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่มบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมอร์คครอบครองสิทธิ์ในชื่อและแบรนด์ เมอร์ค ทั่วโลก ยกเว้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ซึ่งหน่วยธุรกิจต่าง ๆ ของเมอร์คดำเนินงานภายใต้ชื่อ อีเอ็มดี เซโรโน ในวงการดูแลสุขภาพ, มิลลิพอร์ซิกมา ในวงการชีววิทยาศาสตร์ และอีเอ็มดี เพอร์ฟอร์แมนซ์ แมททีเรียลส์
รูปภาพ - https://mma.prnewswire.com/media/115399 ... ration.jpg
เมอร์ค สนับสนุน สถาบันเจนเนอร์ บรรลุเป้าหมายแรกของการผลิตวัคซีนโควิด-19
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (66 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (80 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (89 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (110 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (156 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (160 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (142 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (137 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 5 ท่าน
