แพทย์ผิวหนังแนะวิธีดูแล ?โรคติดเชื้อที่ผิวหนังหลังภาวะน้ำท่วมขัง?
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แพทย์ผิวหนังแนะวิธีดูแล ?โรคติดเชื้อที่ผิวหนังหลังภาวะน้ำท่วมขัง?
สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ชี้ภาวะอุทกภัย และน้ำท่วมขังทำให้ติดเชื้อที่ผิวหนังจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา แนะหลีกเลี่ยงการแช่น้ำนานๆ และทำความสะอาดผิวหนังด้วยสบู่และน้ำสะอาดรวมทั้งทำให้แห้งอยู่เสมอ
นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ภาวะอุทกภัยและน้ำท่วมขัง อาจก่อให้เกิดโรคผิวหนังหลายชนิดตามมาโดยเฉพาะโรคติดเชื้อที่ผิวหนังซึ่งเกิดจากผื่นเรื้อรังจากโรคน้ำกัดเท้า ดังนั้นควรทำความสะอาดผิวหนังที่สัมผัสน้ำท่วมขังด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลังลุยย่ำน้ำ หลีกเลี่ยงการลุยย่ำน้ำหากมีรอยถลอกหรือบาดแผล ระวังรักษาผิวหนังให้แห้งอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถลดการเกิดโรคผิวหนังต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตามบางพื้นที่อาจมีสภาพแวดล้อมที่อยู่ในภาวะอุทกภัยจึงหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวได้ยาก การมีความรู้เกี่ยวกับโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยจากน้ำท่วมและการดูแลตนเองในเบื้องต้นอย่างถูกวิธีจะช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่างๆ ได้
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า การติดเชื้อที่ผิวหนังจากภาวะน้ำท่วมขัง เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย พบว่าน้ำกัดเท้าทำให้ผิวเปื่อยลอกจะเป็นจุดที่เชื้อแบคทีเรียในน้ำสกปรกเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย หากติดเชื้อในผิวหนังชั้นตื้นจะทำให้ฝ่าเท้ามีลักษณะเปื่อยยุ่ยเป็นหลุมเล็กๆ มีกลิ่นเหม็น อาจเกิดเป็นตุ่มหนอง รูขุมขนอักเสบ แต่หากการติดเชื้อลุกลามไปยังผิวหนังชั้นลึกจะทำให้ผิวหนังบวมแดงร้อน กดเจ็บ และลามเร็วไปยังบริเวณใกล้เคียง อาจมีไข้สูงและต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโต โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่ทำให้ภูมิต้านทานไม่แข็งแรง เช่น เบาหวาน ตับแข็ง โลหิตจาง ธาลัสซีเมีย เป็นต้น การติดเชื้อมักรุนแรง ลามเร็ว อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ดังนั้นหากมีอาการของการติดเชื้อในผิวหนังชั้นลึกหรือเป็นผู้มีภูมิต้านทานบกพร่อง ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาได้ทันท่วงที ในกรณีที่มีบาดแผลจากการถูกของมีคมใต้น้ำทิ่มตำ มีโอกาสติดเชื้อบาดทะยัก จึงควรฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักด้วย นอกจากนี้ในภาวะน้ำท่วมขังยังอาจพบว่าผิวหนังติดเชื้อรา จากกการที่น้ำกัดเท้าต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้มีผื่นแดงแฉะ มีขุยขาวลอกบริเวณซอกนิ้ว ผื่นหนา เปื่อยยุ่ย ลอกเป็นขุย มีกลิ่นเหม็น หรือที่เรียกว่า ฮ่องกงฟุต หากปล่อยให้การติดเชื้อราที่เท้าเป็นเรื้อรังผื่นจะหนาขึ้นเรื่อยๆ และยากต่อการรักษาให้หายขาด สำหรับการรักษาต้องทายาฆ่าเชื้อราอย่างสม่ำเสมอ ทายาต่อเนื่องอย่างน้อย 4 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงยาทาฆ่าเชื้อโรคอื่นๆ ที่มีฤทธิ์ระคายเคืองต่อผิวหนัง เพราะจะทำให้ผิวแห้งคันมากขึ้น ที่สำคัญควรรักษาความสะอาดให้เท้าแห้งอยู่เสมอจะช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคได้
นพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ภาวะอุทกภัยและน้ำท่วมขัง อาจก่อให้เกิดโรคผิวหนังหลายชนิดตามมาโดยเฉพาะโรคติดเชื้อที่ผิวหนังซึ่งเกิดจากผื่นเรื้อรังจากโรคน้ำกัดเท้า ดังนั้นควรทำความสะอาดผิวหนังที่สัมผัสน้ำท่วมขังด้วยน้ำสะอาดและสบู่หลังลุยย่ำน้ำ หลีกเลี่ยงการลุยย่ำน้ำหากมีรอยถลอกหรือบาดแผล ระวังรักษาผิวหนังให้แห้งอยู่เสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถลดการเกิดโรคผิวหนังต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตามบางพื้นที่อาจมีสภาพแวดล้อมที่อยู่ในภาวะอุทกภัยจึงหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าวได้ยาก การมีความรู้เกี่ยวกับโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยจากน้ำท่วมและการดูแลตนเองในเบื้องต้นอย่างถูกวิธีจะช่วยลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่างๆ ได้
พญ.มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า การติดเชื้อที่ผิวหนังจากภาวะน้ำท่วมขัง เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย พบว่าน้ำกัดเท้าทำให้ผิวเปื่อยลอกจะเป็นจุดที่เชื้อแบคทีเรียในน้ำสกปรกเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย หากติดเชื้อในผิวหนังชั้นตื้นจะทำให้ฝ่าเท้ามีลักษณะเปื่อยยุ่ยเป็นหลุมเล็กๆ มีกลิ่นเหม็น อาจเกิดเป็นตุ่มหนอง รูขุมขนอักเสบ แต่หากการติดเชื้อลุกลามไปยังผิวหนังชั้นลึกจะทำให้ผิวหนังบวมแดงร้อน กดเจ็บ และลามเร็วไปยังบริเวณใกล้เคียง อาจมีไข้สูงและต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบโต โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่างที่ทำให้ภูมิต้านทานไม่แข็งแรง เช่น เบาหวาน ตับแข็ง โลหิตจาง ธาลัสซีเมีย เป็นต้น การติดเชื้อมักรุนแรง ลามเร็ว อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ดังนั้นหากมีอาการของการติดเชื้อในผิวหนังชั้นลึกหรือเป็นผู้มีภูมิต้านทานบกพร่อง ต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาได้ทันท่วงที ในกรณีที่มีบาดแผลจากการถูกของมีคมใต้น้ำทิ่มตำ มีโอกาสติดเชื้อบาดทะยัก จึงควรฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักด้วย นอกจากนี้ในภาวะน้ำท่วมขังยังอาจพบว่าผิวหนังติดเชื้อรา จากกการที่น้ำกัดเท้าต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานๆ ทำให้มีผื่นแดงแฉะ มีขุยขาวลอกบริเวณซอกนิ้ว ผื่นหนา เปื่อยยุ่ย ลอกเป็นขุย มีกลิ่นเหม็น หรือที่เรียกว่า ฮ่องกงฟุต หากปล่อยให้การติดเชื้อราที่เท้าเป็นเรื้อรังผื่นจะหนาขึ้นเรื่อยๆ และยากต่อการรักษาให้หายขาด สำหรับการรักษาต้องทายาฆ่าเชื้อราอย่างสม่ำเสมอ ทายาต่อเนื่องอย่างน้อย 4 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงยาทาฆ่าเชื้อโรคอื่นๆ ที่มีฤทธิ์ระคายเคืองต่อผิวหนัง เพราะจะทำให้ผิวแห้งคันมากขึ้น ที่สำคัญควรรักษาความสะอาดให้เท้าแห้งอยู่เสมอจะช่วยป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคได้
แพทย์ผิวหนังแนะวิธีดูแล ?โรคติดเชื้อที่ผิวหนังหลังภาวะน้ำท่วมขัง?
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (71 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (82 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (91 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (112 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (158 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (162 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (143 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (139 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
