เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคซิฟิลิสอย่างใกล้ชิด หลังพบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
- Press ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 17 เม.ย. 2012 4:56 pm
เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคซิฟิลิสอย่างใกล้ชิด หลังพบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
กรมควบคุมโรค มอบหมายหน่วยงานในสังกัด เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคซิฟิลิสอย่างใกล้ชิด หลังพบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มอบหมายหน่วยในสังกัดกรมควบคุมโรค เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคซิฟิลิสอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าสถานการณ์โรคซิฟิลิสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมสนับสนุนการใช้ถุงยางอนามัย ผ่านสถานบริการของรัฐและหน่วยงานสังกัดกรมควบคุมโรค โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
7 พฤษภาคม 2562 นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข้อมูลสถานการณ์โรคซิฟิลิสที่เผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลบางรัก สังกัดกรมควบคุมโรค นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่ากรมควบคุมโรคให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวนี้ จึงได้มอบหมายให้สำนัก โรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของโรคซิฟิลิสอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าสถานการณ์โรคซิฟิลิสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อ การติดเชื้อเอชไอวี โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา พบรายงานผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากที่สุด ในช่วงอายุ 15-24 ปี คิดเป็นร้อยละ 36.9 ซึ่งอยู่ในกลุ่มวัยรุ่น วัยเรียน และวัยเจริญพันธุ์
ข้อมูลจากการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวีของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ปี 2560 พบว่าวัยรุ่นมีแนวโน้ม การมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น โดยอายุเฉลี่ย 13-15 ปี และไม่ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกประมาณร้อยละ 30 ส่วนข้อมูลพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัย ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทั้งชายและหญิง ร้อยละ 76.9 และ 66.7 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ทั้งชายและหญิง ร้อยละ 74.1 และ 76.9 ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 2 ทั้งชายและหญิง ร้อยละ 69.5 และ 74.6 จากข้อมูลทำให้เห็นว่าวัยรุ่นยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ซึ่งจะทำให้วัยรุ่นติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอชไอวี และการท้องไม่พร้อม
โรคซิฟิลิส เป็นโรคที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การรับเลือดจากผู้ที่ติดเชื้อ หรือจากแม่ที่ติดเชื้อซิฟิลิสแล้วไม่ได้รับการรักษาสู่ทารกในครรภ์ หลังจากได้รับเชื้อในช่วงแรกอาจจะพบแผลที่อวัยวะเพศ หลังจากนั้นแผลจะหายได้เอง และจะมีผื่นตามร่างกาย ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือที่อวัยวะเพศ อาจมีผมร่วงเป็นหย่อมๆได้ โดยผู้ติดเชื้อบางรายอาจจะไม่แสดงอาการ แต่เชื้อนั้นจะอยู่ในร่างกายถ้าไม่ได้รับการรักษา เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี เชื้อนี้สามารถก่อให้เกิดความผิดปรกติที่สมอง และระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่มีอาการแสดง ผู้ป่วยจะทราบว่าติดเชื้อได้ต่อเมื่อมีการไปตรวจเลือด เช่น การตรวจเลือดเพื่อบริจาคเลือด หรือการตรวจคัดกรองในระยะฝากครรภ์ ซึ่งโรคนี้มียารักษาและสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ควรมีการตรวจติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูระดับผลเลือด
สำหรับการป้องกันโรค นั้น กรมควบคุมโรคขอแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และรับผิดชอบต่อคู่และสังคม ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หากมีความเสี่ยงมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ขอแนะนำให้เจาะเลือดเพื่อตรวจคัดกรองซิฟิลิสและเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและลดโอกาสการแพร่เชื้อของโรคได้
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค มีนโยบายสนับสนุนการใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งประชาชนสามารถรับถุงยางอนามัยได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ผ่านสถานบริการของรัฐและหน่วยงานสังกัดกรมควบคุมโรค หากผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยว่าตนเองป่วย สามารถขอรับคำปรึกษาโดยผ่านทาง facebook Bangrak STIs Center รวมทั้งข้อมูลความรู้ในการป้องกันตนเองและคู่ให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ การใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนปรึกษาเอดส์ โทร.1663 หรือที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
ข่าว/ภาพ-กรมควบคุมโรค

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มอบหมายหน่วยในสังกัดกรมควบคุมโรค เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคซิฟิลิสอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าสถานการณ์โรคซิฟิลิสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมสนับสนุนการใช้ถุงยางอนามัย ผ่านสถานบริการของรัฐและหน่วยงานสังกัดกรมควบคุมโรค โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น
7 พฤษภาคม 2562 นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากข้อมูลสถานการณ์โรคซิฟิลิสที่เผยแพร่ในเพจเฟซบุ๊กของโรงพยาบาลบางรัก สังกัดกรมควบคุมโรค นั้น กรมควบคุมโรค ขอให้ข้อมูลว่ากรมควบคุมโรคให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าวนี้ จึงได้มอบหมายให้สำนัก โรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศ และสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ของโรคซิฟิลิสอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าสถานการณ์โรคซิฟิลิสมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และเสี่ยงต่อ การติดเชื้อเอชไอวี โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา พบรายงานผู้ป่วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มากที่สุด ในช่วงอายุ 15-24 ปี คิดเป็นร้อยละ 36.9 ซึ่งอยู่ในกลุ่มวัยรุ่น วัยเรียน และวัยเจริญพันธุ์
ข้อมูลจากการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวีของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ปี 2560 พบว่าวัยรุ่นมีแนวโน้ม การมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น โดยอายุเฉลี่ย 13-15 ปี และไม่ใช้ถุงยางอนามัยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกประมาณร้อยละ 30 ส่วนข้อมูลพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัย ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทั้งชายและหญิง ร้อยละ 76.9 และ 66.7 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ทั้งชายและหญิง ร้อยละ 74.1 และ 76.9 ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 2 ทั้งชายและหญิง ร้อยละ 69.5 และ 74.6 จากข้อมูลทำให้เห็นว่าวัยรุ่นยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ซึ่งจะทำให้วัยรุ่นติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เอชไอวี และการท้องไม่พร้อม
โรคซิฟิลิส เป็นโรคที่ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ การรับเลือดจากผู้ที่ติดเชื้อ หรือจากแม่ที่ติดเชื้อซิฟิลิสแล้วไม่ได้รับการรักษาสู่ทารกในครรภ์ หลังจากได้รับเชื้อในช่วงแรกอาจจะพบแผลที่อวัยวะเพศ หลังจากนั้นแผลจะหายได้เอง และจะมีผื่นตามร่างกาย ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หรือที่อวัยวะเพศ อาจมีผมร่วงเป็นหย่อมๆได้ โดยผู้ติดเชื้อบางรายอาจจะไม่แสดงอาการ แต่เชื้อนั้นจะอยู่ในร่างกายถ้าไม่ได้รับการรักษา เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี เชื้อนี้สามารถก่อให้เกิดความผิดปรกติที่สมอง และระบบหัวใจและหลอดเลือดได้ เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่มีอาการแสดง ผู้ป่วยจะทราบว่าติดเชื้อได้ต่อเมื่อมีการไปตรวจเลือด เช่น การตรวจเลือดเพื่อบริจาคเลือด หรือการตรวจคัดกรองในระยะฝากครรภ์ ซึ่งโรคนี้มียารักษาและสามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ควรมีการตรวจติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูระดับผลเลือด
สำหรับการป้องกันโรค นั้น กรมควบคุมโรคขอแนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง และรับผิดชอบต่อคู่และสังคม ไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หากมีความเสี่ยงมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ขอแนะนำให้เจาะเลือดเพื่อตรวจคัดกรองซิฟิลิสและเอชไอวีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลสุขภาพของตนเองและลดโอกาสการแพร่เชื้อของโรคได้
นอกจากนี้ กรมควบคุมโรค มีนโยบายสนับสนุนการใช้ถุงยางอนามัย ซึ่งประชาชนสามารถรับถุงยางอนามัยได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ผ่านสถานบริการของรัฐและหน่วยงานสังกัดกรมควบคุมโรค หากผู้ป่วยหรือผู้ที่สงสัยว่าตนเองป่วย สามารถขอรับคำปรึกษาโดยผ่านทาง facebook Bangrak STIs Center รวมทั้งข้อมูลความรู้ในการป้องกันตนเองและคู่ให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ การใส่ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธีได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนปรึกษาเอดส์ โทร.1663 หรือที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422
ข่าว/ภาพ-กรมควบคุมโรค
เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์โรคซิฟิลิสอย่างใกล้ชิด หลังพบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น
Men's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพเพศชาย ผู้ชาย กระทู้สุขภาพผู้ชาย
Men's Health Forums | เว็บบอร์ดสุขภาพเพศชาย ผู้ชาย กระทู้สุขภาพผู้ชาย
- "ซิฟิลิส" ใกล้ชิดต้องระวัง ใกล้ชิดแค่ไหน เสี่ยงติด (1,999 views)
- กรมการแพทย์ ชวนผู้สูบบุหรี่ตรวจเช็กสุขภาพ และขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก 2569 (286 views)
- “ฝุ่นจิ๋ว แต่ภัยไม่จิ๋ว” นพรัตน์เตือนรับมือ PM2.5 (2,068 views)
- กรมควบคุมโรค เตือนภัย บุหรี่ไฟฟ้าผสมยาเสพติด ห่วงระบาดในกลุ่มเยาวชน เสี่ยงหัวใจล้มเหลวเสียชีวิต (6,734 views)
- สบยช. ห่วงประชาชนเดินทางช่วงปีใหม่ ดื่มไม่ขับ ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน (2,163 views)
- ย้ำบุหรี่ไฟฟ้าส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ยิ่งผสมสารอันตราย อย่างเอโทมีเดท (Etomidate) ยิ่งเพิ่มความเสี่ยง (16,392 views)
- ผู้ชายก็เสี่ยง HPV แล้ววัคซีน HPV ผู้ชายก็สามารถฉีดได้ (1,861 views)
- ดูแลสุขภาพทางเพศชายอย่างไร หลังจากผ่าตัดมะเร็งต่อมลูกหมาก (2,554 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
