อาหาร ออกกำลังกาย สลายโรคหัวใจ
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
อาหาร ออกกำลังกาย สลายโรคหัวใจ
กรมการแพทย์เผยคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเพิ่มขึ้น เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน แนะเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงจากอาหารไขมันสูง สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หันมาออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยให้สุขภาพแข็งแรง
นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า สมาพันธ์หัวใจโลก กำหนดให้วันที่ 29 กันยายนของทุกปี เป็นวันรณรงค์หัวใจโลก โดยมีประเด็นในการรณรงค์สำหรับปีนี้ คือ ?แบ่งปันพลังใจ (Share the the power)? เนื่องจากกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและของโลก ซึ่งจากข้อมูลสถิติขององค์การอนามัยโลก พบว่าในปีพ.ศ. 2555 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ 7.4 ล้านคน และข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงปี พ.ศ.2555-2558 พบอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจต่อประชากร1แสนคน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี พ.ศ. 2558 พบอัตราการเสียชีวิตเท่ากับ 28.92 ต่อประชากร1แสนคน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน สะท้อนให้เห็นว่าโรคหัวใจขาดเลือดเป็นโรคที่รุนแรงและต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน การรณรงค์เน้นให้ประชากรในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ผู้มีภาวะอ้วน สูบบุหรี่และไขมันในเลือดสูง หันมาดูแลตัวเอง ใส่ใจสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง เน้นให้ทุกคนร่วมแบ่งบันวิธีสร้างพลังให้หัวใจของตนเองและมอบกำลังใจแก่คนรอบข้าง
สำหรับแนวทางการเพิ่มพลังให้ชีวิต ประกอบด้วย 1) การเติมพลังหัวใจ คือ การรับประทานอาหารและดื่มน้ำอย่างเหมาะสม งดการรับประทานอาหารสำเร็จรูปและแปรรูป ซึ่งมีโซเดียม น้ำตาลและไขมันสูง ลดการบริโภคเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลและน้ำผลไม้ที่มีรสหวาน รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ให้ได้ 5 ส่วนต่อวัน หากมีเวลาควรจัดเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพมื้อกลางวันมาจากบ้าน งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2) การขยับหัวใจ คือ ทำตัวให้กระฉับกระเฉงสม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย
30 นาทีต่อวัน ด้วยความถี่ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่มีข้อควรระวังในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนจะเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง หากิจกรรมทำระหว่างอยู่บ้าน เช่น เดินชมสวน ปลูกต้นไม้ ทำความสะอาดบ้าน เต้นรำ ปั่นจักรยาน แอโรบิค หากอยู่ที่ทำงานควรขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ หรือหากที่ทำงานอยู่ใกล้บ้านสามารถเดินหรือปั่นจักรยานแทนการขับรถยนต์
รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการที่บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ คือ มักเหนื่อยง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะเวลาทำงาน จุกแน่นหน้าอก จะมีอาการจุกบริเวณยอดอกตรงกลาง มักเป็นในขณะออกกำลังกาย หลังจากหยุดออกกำลังกายอาการจะดีขึ้น มีอาการเจ็บหน้าอกเหมือนมีอะไรมากดทับ และอาการเจ็บนี้จะปวดร้าวไปที่หัวไหล่ซ้ายหรือไปที่กราม ถ้าอาการเจ็บหน้าอกนี้เป็นนานเกินกว่า 5 นาที พักแล้วไม่ทุเลาหรืออาการเจ็บรุนแรงขึ้นเรื่อยๆต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า สมาพันธ์หัวใจโลก กำหนดให้วันที่ 29 กันยายนของทุกปี เป็นวันรณรงค์หัวใจโลก โดยมีประเด็นในการรณรงค์สำหรับปีนี้ คือ ?แบ่งปันพลังใจ (Share the the power)? เนื่องจากกลุ่มโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นปัญหาทางสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและของโลก ซึ่งจากข้อมูลสถิติขององค์การอนามัยโลก พบว่าในปีพ.ศ. 2555 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ 7.4 ล้านคน และข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในช่วงปี พ.ศ.2555-2558 พบอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจต่อประชากร1แสนคน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี พ.ศ. 2558 พบอัตราการเสียชีวิตเท่ากับ 28.92 ต่อประชากร1แสนคน หรือเฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน สะท้อนให้เห็นว่าโรคหัวใจขาดเลือดเป็นโรคที่รุนแรงและต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน การรณรงค์เน้นให้ประชากรในทุกกลุ่มอายุ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ผู้มีภาวะอ้วน สูบบุหรี่และไขมันในเลือดสูง หันมาดูแลตัวเอง ใส่ใจสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง เน้นให้ทุกคนร่วมแบ่งบันวิธีสร้างพลังให้หัวใจของตนเองและมอบกำลังใจแก่คนรอบข้าง
สำหรับแนวทางการเพิ่มพลังให้ชีวิต ประกอบด้วย 1) การเติมพลังหัวใจ คือ การรับประทานอาหารและดื่มน้ำอย่างเหมาะสม งดการรับประทานอาหารสำเร็จรูปและแปรรูป ซึ่งมีโซเดียม น้ำตาลและไขมันสูง ลดการบริโภคเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลและน้ำผลไม้ที่มีรสหวาน รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ให้ได้ 5 ส่วนต่อวัน หากมีเวลาควรจัดเตรียมอาหารเพื่อสุขภาพมื้อกลางวันมาจากบ้าน งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2) การขยับหัวใจ คือ ทำตัวให้กระฉับกระเฉงสม่ำเสมอ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย
30 นาทีต่อวัน ด้วยความถี่ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่มีข้อควรระวังในกลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนจะเริ่มออกกำลังกายอย่างจริงจัง หากิจกรรมทำระหว่างอยู่บ้าน เช่น เดินชมสวน ปลูกต้นไม้ ทำความสะอาดบ้าน เต้นรำ ปั่นจักรยาน แอโรบิค หากอยู่ที่ทำงานควรขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ หรือหากที่ทำงานอยู่ใกล้บ้านสามารถเดินหรือปั่นจักรยานแทนการขับรถยนต์
รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า อาการที่บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ คือ มักเหนื่อยง่ายกว่าปกติ โดยเฉพาะเวลาทำงาน จุกแน่นหน้าอก จะมีอาการจุกบริเวณยอดอกตรงกลาง มักเป็นในขณะออกกำลังกาย หลังจากหยุดออกกำลังกายอาการจะดีขึ้น มีอาการเจ็บหน้าอกเหมือนมีอะไรมากดทับ และอาการเจ็บนี้จะปวดร้าวไปที่หัวไหล่ซ้ายหรือไปที่กราม ถ้าอาการเจ็บหน้าอกนี้เป็นนานเกินกว่า 5 นาที พักแล้วไม่ทุเลาหรืออาการเจ็บรุนแรงขึ้นเรื่อยๆต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
อาหาร ออกกำลังกาย สลายโรคหัวใจ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- โรคพยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchiasis) รู้ทันอาการและวิธีป้องกัน (2 views)
- แสงสีฟ้า (Blue Light) เป็นอันตรายต่อดวงตาจริงหรือ ? (33 views)
- กินสุกก็แซ่บได้ พยาธิตายชัวร์! (3 views)
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (30 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (15 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (77 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (19 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (12 views)
