กรม สบส. เร่งคลอดกฎหมาย 3 ฉบับว่าด้วยการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ 72 ชั่วโมงแรก
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรม สบส. เร่งคลอดกฎหมาย 3 ฉบับว่าด้วยการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ 72 ชั่วโมงแรก
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยขณะนี้กฎหมายรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงแรกตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 ยังไม่มีผลบังคับใช้ อยู่ระหว่างเร่งจัดทำกฎหมาย 3 ฉบับรองรับ พร้อมหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข กำหนดค่าใช้จ่ายการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติโดยอาศัยพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉินเป็นฐาน เพื่อเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเพื่อประกาศใช้
นายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ความคืบหน้าของการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ที่ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 ตามมาตรา 36 ที่กำหนดให้สถานพยาบาลทุกแห่ง ต้องควบคุมและดูแลให้มี การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาล เพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและตามประเภทของสถานพยาบาลนั้นๆ โดยเฉพาะการรักษาใน 72 ชั่วโมงแรกนั้น ขอยืนยันว่ายังไม่มีผลบังคับใช้ตามที่มีการนำเสนอในโซเซียลมีเดีย
ในทางปฏิบัตินั้น จะต้องจัดทำกฎหมาย คือ ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข 3 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย การกำหนดผู้ป่วยฉุกเฉิน 2.ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรและการมีส่วนร่วมการช่วยเหลือเยียวยาและจัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น และ3. หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามมาตรา 36 โดยอาศัยพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉินเป็นฐาน เพื่อให้ภาคเอกชนยึดเป็นแนวปฏิบัติ ซึ่งขณะนี้กรม สบส.ได้เร่งดำเนินการจัดทำ และได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสถานพยาบาลมาแล้ว โดยจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเห็นชอบ เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีประกาศใช้ และหากร่างประกาศกระทรวงทั้ง 3 ฉบับ มีผลบังคับใช้ โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งต้องปฏิบัติตาม โดยห้ามเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ
ทางด้านนายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ตามกรอบกฎหมายการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 โรงพยาบาลเอกชนไม่มีสิทธิ์เรียกเก็บเงินก่อนทำการรักษาช่วยชีวิตที่ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ จะบอกว่าหากไม่มีเงินแล้วไม่รักษาไม่ได้ เพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยหากกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ มีผลบังคับใช้ก็จะไม่มีการเรียกเก็บเงินค่ารักษาใดๆ จากญาติหรือผู้ป่วยภายใน 72 ชั่วโมง เนื่องจากจะมีกองทุนต่างๆ ได้แก่ กองทุนประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มารับผิดชอบค่าใช่จ่ายส่วนนี้แทนตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามมาตรา 36 ซึ่งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน จะเป็นฝ่ายกำหนดประเภท รายละเอียดของผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ
นายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ความคืบหน้าของการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ที่ปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 4 ตามมาตรา 36 ที่กำหนดให้สถานพยาบาลทุกแห่ง ต้องควบคุมและดูแลให้มี การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งอยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาล เพื่อให้พ้นจากอันตรายตามมาตรฐานวิชาชีพและตามประเภทของสถานพยาบาลนั้นๆ โดยเฉพาะการรักษาใน 72 ชั่วโมงแรกนั้น ขอยืนยันว่ายังไม่มีผลบังคับใช้ตามที่มีการนำเสนอในโซเซียลมีเดีย
ในทางปฏิบัตินั้น จะต้องจัดทำกฎหมาย คือ ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข 3 ฉบับ ได้แก่ 1.ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย การกำหนดผู้ป่วยฉุกเฉิน 2.ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วย หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วยฉุกเฉินและการระดมทรัพยากรและการมีส่วนร่วมการช่วยเหลือเยียวยาและจัดให้มีการส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่น และ3. หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามมาตรา 36 โดยอาศัยพระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉินเป็นฐาน เพื่อให้ภาคเอกชนยึดเป็นแนวปฏิบัติ ซึ่งขณะนี้กรม สบส.ได้เร่งดำเนินการจัดทำ และได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสถานพยาบาลมาแล้ว โดยจะเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเห็นชอบ เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีประกาศใช้ และหากร่างประกาศกระทรวงทั้ง 3 ฉบับ มีผลบังคับใช้ โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งต้องปฏิบัติตาม โดยห้ามเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ
ทางด้านนายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ตามกรอบกฎหมายการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 โรงพยาบาลเอกชนไม่มีสิทธิ์เรียกเก็บเงินก่อนทำการรักษาช่วยชีวิตที่ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ จะบอกว่าหากไม่มีเงินแล้วไม่รักษาไม่ได้ เพื่อคุ้มครองชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยหากกฎหมายทั้ง 3 ฉบับ มีผลบังคับใช้ก็จะไม่มีการเรียกเก็บเงินค่ารักษาใดๆ จากญาติหรือผู้ป่วยภายใน 72 ชั่วโมง เนื่องจากจะมีกองทุนต่างๆ ได้แก่ กองทุนประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ และกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ มารับผิดชอบค่าใช่จ่ายส่วนนี้แทนตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามมาตรา 36 ซึ่งสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน จะเป็นฝ่ายกำหนดประเภท รายละเอียดของผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ
กรม สบส. เร่งคลอดกฎหมาย 3 ฉบับว่าด้วยการช่วยชีวิตผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ 72 ชั่วโมงแรก
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (79 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
