ฟันธง!! วัยทำงานเกือบครึ่ง อนาคตเสี่ยงโรคเรื้อรังคุกคาม!! เพราะมีพฤติกรรมเสี่ยง
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ฟันธง!! วัยทำงานเกือบครึ่ง อนาคตเสี่ยงโรคเรื้อรังคุกคาม!! เพราะมีพฤติกรรมเสี่ยง
สบส.ฟันธง!! วัยทำงานเกือบครึ่ง อนาคตเสี่ยงโรคเรื้อรังคุกคาม!! เพราะมีพฤติกรรมเสี่ยง
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยกลุ่มวัยทำงานอายุ 15-59 ปี ทั่วประเทศ ยังมีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ มะเร็ง เนื่องจากผลสำรวจในปี 2559 พบมีความรอบรู้ทางสุขภาพตามหลักการสร้างสุขภาพดีด้วย 3 อ. 2 ส.อยู่ในระดับไม่ดีเกือบร้อยละ 50 และมีพฤติกรรมในระดับไม่ดีเกือบร้อยละ 57 ต้องเร่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพของวัยทำงานในปีงบประมาณ 2560 ให้ถูกต้อง เพิ่มมากขึ้น
นายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กรม สบส.มีนโยบายเร่ง พัฒนาส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ด้านสุขภาพอย่างเพียงพอและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัญหาการเจ็บป่วย ลดรายจ่ายค่ารักษาพยาบาลประเทศ ทั้งนี้กองสุขศึกษา กรม สบส. ได้ทำการประเมินระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และพฤติกรรมสุขภาพ (Health Behavior) ตามหลัก 3อ. 2ส. ของประชาชนกลุ่มวัยทำงาน ช่วงอายุ 15 ? 59 ปี ในปี 2559 จำนวน 15,278 คน ที่อยู่ในหมู่บ้าน ในตำบลจัดการสุขภาพคลอบคลุมทั้ง 76 จังหวัดที่ดำเนินงานเสริมสร้างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3 อ. 2ส. ซึ่งเป็นวิธีการสร้างสุขภาพดี ลดความเสี่ยงการเกิดโรควิถีชีวิต 5 โรค ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง ประกอบด้วย การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย อารมณ์ การงดสูบบุหรี่ และงดดื่มสุรา ผลพบว่า วัยทำงานมีความรอบรู้ด้านสุขภาพตามหลัก3อ.2ส. ส่วนใหญ่อยู่ในระดับไม่ดี ร้อยละ49 โดยเฉพาะประเด็นการสื่อสารสุขภาพ การเข้าถึงข้อมูลและตัดสินใจเลือกปฏิบัติที่ถูกต้อง พบว่าอยู่ในระดับดีมากเพียงร้อยละ5.5เท่านั้น ส่วนพฤติกรรมตามหลัก 3อ.2ส. ของวัยทำงานพบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับไม่ดีถึงร้อยละ 56.7 โดยอยู่ในระดับดีมากหรือถูกต้องเพียงร้อยละ 5.2 จากข้อมูลนี้ ชี้ให้เห็นว่าประชาชนวัยแรงงานส่วนใหญ่ยังมีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคเรื้อรังอย่างมาก
จากผลการประเมินทั้ง76 จังหวัดซึ่งไม่รวมกทม.ยังพบว่า วัยทำงานที่อาศัยอยู่ใน 43 จังหวัดมีความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในระดับไม่ดี เพศหญิงมีความรอบรู้ด้านสุขภาพดีกว่าเพศชาย และกลุ่มอายุ36-59ปี ที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษา/อาชีวศึกษาและกลุ่มอาชีพที่ทำงานใช้แรงงาน มีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพดีกว่ากลุ่มอื่น ส่วนพฤติกรรมสุขภาพพบว่ามี 50 จังหวัดที่วัยทำงานมีพฤติกรรมไม่ถูกต้อง เพศหญิงมีพฤติกรรมสุขภาพดีกว่าเพศชาย และกลุ่มอายุ 36-59 ปี ที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา และกลุ่มอาชีพทำงานใช้แรงงาน มีระดับพฤติกรรมดีกว่ากลุ่มอื่น
สำหรับในปีงบประมาณ 2560 นี้ กรมสบส. จะมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือกับหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและเครือข่ายสังคม ในการบูรณาการยุทธศาสตร์การดำเนินงานเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง โดยผ่านกลไกการขับเคลื่อนของอสม. และอสค. 500,000 คนในหมู่บ้าน เพิ่มศักยภาพการสื่อสารด้านสุขภาพ ให้อสม.นักจัดการสุขภาพภาคประชาชนตำบลละ 10 คน เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล พัฒนาช่องทางให้ชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพได้ง่าย ให้ชุมชนจัดรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีการสื่อสาร/ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จนเกิดการเข้าถึงและเข้าใจ รวมทั้งสร้างปัจจัยแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และตำบล มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องอย่างยั่งยืน สามารถดูแลสุขภาพและพึ่งตนเองได้ ซึ่งจะลดปัญหาการเจ็บป่วย ลดผู้ป่วยรายใหม่ในโรงพยาบาล รายจ่ายค่ารักษาพยาบาลของประเทศลงได้อย่างมหาศาล
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยกลุ่มวัยทำงานอายุ 15-59 ปี ทั่วประเทศ ยังมีความเสี่ยงป่วยเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ มะเร็ง เนื่องจากผลสำรวจในปี 2559 พบมีความรอบรู้ทางสุขภาพตามหลักการสร้างสุขภาพดีด้วย 3 อ. 2 ส.อยู่ในระดับไม่ดีเกือบร้อยละ 50 และมีพฤติกรรมในระดับไม่ดีเกือบร้อยละ 57 ต้องเร่งยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพของวัยทำงานในปีงบประมาณ 2560 ให้ถูกต้อง เพิ่มมากขึ้น
นายแพทย์วิศิษฎ์ ตั้งนภากร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กรม สบส.มีนโยบายเร่ง พัฒนาส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ด้านสุขภาพอย่างเพียงพอและมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดปัญหาการเจ็บป่วย ลดรายจ่ายค่ารักษาพยาบาลประเทศ ทั้งนี้กองสุขศึกษา กรม สบส. ได้ทำการประเมินระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และพฤติกรรมสุขภาพ (Health Behavior) ตามหลัก 3อ. 2ส. ของประชาชนกลุ่มวัยทำงาน ช่วงอายุ 15 ? 59 ปี ในปี 2559 จำนวน 15,278 คน ที่อยู่ในหมู่บ้าน ในตำบลจัดการสุขภาพคลอบคลุมทั้ง 76 จังหวัดที่ดำเนินงานเสริมสร้างการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3 อ. 2ส. ซึ่งเป็นวิธีการสร้างสุขภาพดี ลดความเสี่ยงการเกิดโรควิถีชีวิต 5 โรค ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคมะเร็ง ประกอบด้วย การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย อารมณ์ การงดสูบบุหรี่ และงดดื่มสุรา ผลพบว่า วัยทำงานมีความรอบรู้ด้านสุขภาพตามหลัก3อ.2ส. ส่วนใหญ่อยู่ในระดับไม่ดี ร้อยละ49 โดยเฉพาะประเด็นการสื่อสารสุขภาพ การเข้าถึงข้อมูลและตัดสินใจเลือกปฏิบัติที่ถูกต้อง พบว่าอยู่ในระดับดีมากเพียงร้อยละ5.5เท่านั้น ส่วนพฤติกรรมตามหลัก 3อ.2ส. ของวัยทำงานพบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับไม่ดีถึงร้อยละ 56.7 โดยอยู่ในระดับดีมากหรือถูกต้องเพียงร้อยละ 5.2 จากข้อมูลนี้ ชี้ให้เห็นว่าประชาชนวัยแรงงานส่วนใหญ่ยังมีความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคเรื้อรังอย่างมาก
จากผลการประเมินทั้ง76 จังหวัดซึ่งไม่รวมกทม.ยังพบว่า วัยทำงานที่อาศัยอยู่ใน 43 จังหวัดมีความรอบรู้ด้านสุขภาพอยู่ในระดับไม่ดี เพศหญิงมีความรอบรู้ด้านสุขภาพดีกว่าเพศชาย และกลุ่มอายุ36-59ปี ที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษา/อาชีวศึกษาและกลุ่มอาชีพที่ทำงานใช้แรงงาน มีระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพดีกว่ากลุ่มอื่น ส่วนพฤติกรรมสุขภาพพบว่ามี 50 จังหวัดที่วัยทำงานมีพฤติกรรมไม่ถูกต้อง เพศหญิงมีพฤติกรรมสุขภาพดีกว่าเพศชาย และกลุ่มอายุ 36-59 ปี ที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษา/อาชีวศึกษา และกลุ่มอาชีพทำงานใช้แรงงาน มีระดับพฤติกรรมดีกว่ากลุ่มอื่น
สำหรับในปีงบประมาณ 2560 นี้ กรมสบส. จะมุ่งเน้นสร้างความร่วมมือกับหน่วยงาน องค์กรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและเครือข่ายสังคม ในการบูรณาการยุทธศาสตร์การดำเนินงานเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ให้เกิดพลังในการขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง โดยผ่านกลไกการขับเคลื่อนของอสม. และอสค. 500,000 คนในหมู่บ้าน เพิ่มศักยภาพการสื่อสารด้านสุขภาพ ให้อสม.นักจัดการสุขภาพภาคประชาชนตำบลละ 10 คน เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล พัฒนาช่องทางให้ชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ด้านสุขภาพได้ง่าย ให้ชุมชนจัดรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีการสื่อสาร/ถ่ายทอดแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จนเกิดการเข้าถึงและเข้าใจ รวมทั้งสร้างปัจจัยแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ด้านสุขภาพ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และตำบล มีความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องอย่างยั่งยืน สามารถดูแลสุขภาพและพึ่งตนเองได้ ซึ่งจะลดปัญหาการเจ็บป่วย ลดผู้ป่วยรายใหม่ในโรงพยาบาล รายจ่ายค่ารักษาพยาบาลของประเทศลงได้อย่างมหาศาล
ฟันธง!! วัยทำงานเกือบครึ่ง อนาคตเสี่ยงโรคเรื้อรังคุกคาม!! เพราะมีพฤติกรรมเสี่ยง
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (126 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (133 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (142 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (160 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (202 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (206 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (181 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (174 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Applebot [Bot], ClaudeBot, Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
