แนะสถานศึกษาตรวจคัดกรองเด็กทุกเช้า เพื่อเฝ้าระวังโรคติดต่อในโรงเรียน
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แนะสถานศึกษาตรวจคัดกรองเด็กทุกเช้า เพื่อเฝ้าระวังโรคติดต่อในโรงเรียน
กรมควบคุมโรค แนะสถานศึกษาตรวจคัดกรองเด็กทุกเช้าตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค เพื่อเฝ้าระวังโรคติดต่อในโรงเรียน
กรมควบคุมโรค แนะสถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มข้นต่อเนื่องเพื่อเฝ้าระวังโรคติดต่อในโรงเรียน โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ โรคมือ เท้า ปาก และโรคไข้เลือดออก ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เน้นคัดกรองเด็กทุกเช้า หากพบเด็กป่วยให้แจ้งผู้ปกครองมารับและนำเด็กไปรักษาตัวจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อป้องกันการระบาดและลดการแพร่กระจายเชื้อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
10 กุมภาพันธ์ 2560 นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานศึกษาเป็นแหล่งที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ โรคมือ เท้า ปาก และโรคไข้เลือดออก จากการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ? 4 กุมภาพันธ์ 2560 โรคไข้หวัดใหญ่มีผู้ป่วย 6,807 ราย เสียชีวิต 1 ราย โรคมือ เท้า ปาก ป่วย 5,228 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ทั้งสองโรคนี้พบว่ากลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ เด็กแรกเกิด-4 ปี รองลงมาอายุ 5-14 ปี สำหรับโรคไข้เลือดออกพบผู้ป่วย 3,036 ราย เสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กอายุ 7 ปี และ 14 ปี ส่วนกลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ 5-14 ปี จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยสามกลุ่มโรคนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน
โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ติดต่อได้ง่ายโดยการหายใจเอาเชื้อที่ฟุ้งกระจายในอากาศ แพร่กระจายได้กว้างขวางในที่ๆคนอยู่แออัด โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ ควรให้รับประทานยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ ดูแลร่างกายให้อบอุ่นและพักผ่อนให้มากๆ และควรหยุดเรียน และสวมหน้ากากอนามัยจนกว่าจะหาย ที่สำคัญ หากกินยาลดไข้แล้วไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน และเสี่ยงมีอาการแทรกซ้อนให้รีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว ส่วนโรคมือ เท้า ปาก อาการที่พบบ่อยได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อย เป็นต้น หรือมีอาการไข้ร่วมกับตุ่มพองเล็กๆ เกิดขึ้นที่ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในปาก หายได้เองภายใน 7-10 วัน เด็กอ่อนและเด็กเล็กมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยที่รุนแรงมากกว่าเด็กโต การติดต่อของโรคเกิดจากได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปทางปากโดยตรงจากการติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผลหรืออุจจาระของผู้ป่วย
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอแนะนำมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคติดต่อในโรงเรียน โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคมือ เท้า ปาก ซึ่งช่วงที่พบผู้ป่วยหลายรายต้องเน้นการสกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อ จึงขอความร่วมมือสถานศึกษาดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อให้การป้องกันควบคุมโรคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยปฏิบัติ ดังนี้ 1.มีระบบคัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน หากพบเด็กป่วยให้แยกออกมา และแจ้งผู้ปกครองมารับเด็กกลับและให้พักฟื้นจนกว่าจะหายเป็นปกติ 2.สอนให้เด็กล้างมือบ่อยๆ และจัดให้มีจุดล้างมือ พร้อมสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล รวมถึงทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เป็นส่วนรวมเป็นประจำ 3.หากพบเด็กป่วยเป็นจำนวนมาก ควรพิจารณาปิดสถานศึกษาเพื่อชะลอการระบาดและการแพร่กระจายเชื้อ 4.ให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับโรคแก่นักเรียนและผู้ปกครอง
สำหรับโรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการไข้สูงลอย 2?7 วัน บางรายมีจุดเลือดสีแดงขึ้นตามลำตัว แขน ขา อาจมีเลือดกำเดา เลือดออกตามไรฟัน และบางรายอาจเกิดอาการช็อก หากรักษาไม่ทันจะเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ การป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกในสถานศึกษา ควรเน้นการจัดการสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายในวัสดุขังน้ำต่างๆ โดยดำเนินการต่อเนื่องทุกสัปดาห์ และควรปรับสิ่งแวดล้อมให้โปร่งโล่ง เพื่อลดการเกาะพักของยุงลาย ทาตะไคร้หอมไล่ยุง หรือติดมุ้งลวดในอาคารเรียน เป็นต้น นอกจากนี้ หากพบเด็กที่สงสัยว่าป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก ให้แจ้งผู้ปกครองให้นำเด็กไปพบแพทย์ รวมถึงแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าดำเนินการพ่นสารเคมีควบคุมยุงในเขตโรงเรียนและรัศมี 100 เมตรรอบโรงเรียน หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
กรมควบคุมโรค แนะสถานศึกษาปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มข้นต่อเนื่องเพื่อเฝ้าระวังโรคติดต่อในโรงเรียน โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ โรคมือ เท้า ปาก และโรคไข้เลือดออก ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เน้นคัดกรองเด็กทุกเช้า หากพบเด็กป่วยให้แจ้งผู้ปกครองมารับและนำเด็กไปรักษาตัวจนกว่าจะหายเป็นปกติ เพื่อป้องกันการระบาดและลดการแพร่กระจายเชื้อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
10 กุมภาพันธ์ 2560 นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า สถานศึกษาเป็นแหล่งที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ โรคมือ เท้า ปาก และโรคไข้เลือดออก จากการเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ? 4 กุมภาพันธ์ 2560 โรคไข้หวัดใหญ่มีผู้ป่วย 6,807 ราย เสียชีวิต 1 ราย โรคมือ เท้า ปาก ป่วย 5,228 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ทั้งสองโรคนี้พบว่ากลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ เด็กแรกเกิด-4 ปี รองลงมาอายุ 5-14 ปี สำหรับโรคไข้เลือดออกพบผู้ป่วย 3,036 ราย เสียชีวิต 2 ราย เป็นเด็กอายุ 7 ปี และ 14 ปี ส่วนกลุ่มอายุที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ 5-14 ปี จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยสามกลุ่มโรคนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน
โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ติดต่อได้ง่ายโดยการหายใจเอาเชื้อที่ฟุ้งกระจายในอากาศ แพร่กระจายได้กว้างขวางในที่ๆคนอยู่แออัด โดยผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ ควรให้รับประทานยาลดไข้ เช็ดตัวลดไข้ ดูแลร่างกายให้อบอุ่นและพักผ่อนให้มากๆ และควรหยุดเรียน และสวมหน้ากากอนามัยจนกว่าจะหาย ที่สำคัญ หากกินยาลดไข้แล้วไม่ดีขึ้นใน 2-3 วัน และเสี่ยงมีอาการแทรกซ้อนให้รีบพาไปพบแพทย์โดยเร็ว ส่วนโรคมือ เท้า ปาก อาการที่พบบ่อยได้แก่ มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ปวดเมื่อย เป็นต้น หรือมีอาการไข้ร่วมกับตุ่มพองเล็กๆ เกิดขึ้นที่ผิวหนังบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในปาก หายได้เองภายใน 7-10 วัน เด็กอ่อนและเด็กเล็กมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยที่รุนแรงมากกว่าเด็กโต การติดต่อของโรคเกิดจากได้รับเชื้อไวรัสเข้าไปทางปากโดยตรงจากการติดมากับมือหรือของเล่นที่เปื้อนน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพองและแผลหรืออุจจาระของผู้ป่วย
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอแนะนำมาตรการในการป้องกันควบคุมโรคติดต่อในโรงเรียน โดยเฉพาะโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคมือ เท้า ปาก ซึ่งช่วงที่พบผู้ป่วยหลายรายต้องเน้นการสกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อ จึงขอความร่วมมือสถานศึกษาดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องเพื่อให้การป้องกันควบคุมโรคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยปฏิบัติ ดังนี้ 1.มีระบบคัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน หากพบเด็กป่วยให้แยกออกมา และแจ้งผู้ปกครองมารับเด็กกลับและให้พักฟื้นจนกว่าจะหายเป็นปกติ 2.สอนให้เด็กล้างมือบ่อยๆ และจัดให้มีจุดล้างมือ พร้อมสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล รวมถึงทำความสะอาดอุปกรณ์ที่เป็นส่วนรวมเป็นประจำ 3.หากพบเด็กป่วยเป็นจำนวนมาก ควรพิจารณาปิดสถานศึกษาเพื่อชะลอการระบาดและการแพร่กระจายเชื้อ 4.ให้ความรู้และคำแนะนำเกี่ยวกับโรคแก่นักเรียนและผู้ปกครอง
สำหรับโรคไข้เลือดออก มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการไข้สูงลอย 2?7 วัน บางรายมีจุดเลือดสีแดงขึ้นตามลำตัว แขน ขา อาจมีเลือดกำเดา เลือดออกตามไรฟัน และบางรายอาจเกิดอาการช็อก หากรักษาไม่ทันจะเสียชีวิตได้ ทั้งนี้ การป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออกในสถานศึกษา ควรเน้นการจัดการสิ่งแวดล้อม กำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายในวัสดุขังน้ำต่างๆ โดยดำเนินการต่อเนื่องทุกสัปดาห์ และควรปรับสิ่งแวดล้อมให้โปร่งโล่ง เพื่อลดการเกาะพักของยุงลาย ทาตะไคร้หอมไล่ยุง หรือติดมุ้งลวดในอาคารเรียน เป็นต้น นอกจากนี้ หากพบเด็กที่สงสัยว่าป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก ให้แจ้งผู้ปกครองให้นำเด็กไปพบแพทย์ รวมถึงแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าดำเนินการพ่นสารเคมีควบคุมยุงในเขตโรงเรียนและรัศมี 100 เมตรรอบโรงเรียน หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
แนะสถานศึกษาตรวจคัดกรองเด็กทุกเช้า เพื่อเฝ้าระวังโรคติดต่อในโรงเรียน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (79 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
