กรมสุขภาพจิต แนะ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีสติ ผ่อนคลาย รวมพลังฝ่าฟันวิกฤตไปด้วยกัน
- Press ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 17 เม.ย. 2012 4:56 pm
กรมสุขภาพจิต แนะ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีสติ ผ่อนคลาย รวมพลังฝ่าฟันวิกฤตไปด้วยกัน
น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงสถานการณ์วิกฤติสาธารณภัยจากภาวะน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ในช่วงเวลานี้ ว่า ได้ส่งทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต หรือ MCATT จาก รพ.สวนสราญรมย์ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 11 รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 โดยมีการทำงานร่วมกับทีม MCATT ในพื้นที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และทีมสุขภาพฝ่ายกาย ในการประเมินผลกระทบรวมทั้งดูแลช่วยเหลือและฟื้นฟูจิตใจผู้ประสบภัย เน้นที่การเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายจากอุทกภัย โดยมีการดำเนินงานในพื้นที่ จ.นราธิวาส ณ ศูนย์พักพิง ร.ร.เทศบาล 4 / ศพด.กีแยมัส และในพื้นที่ประสบภัยอื่นๆ เช่น นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ตรัง พัทลุง สถานการณ์น้ำยังวิกฤติทำให้ยังไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ จะมีการวางแผนเตรียมความพร้อมร่วมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในการดูแลเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัย ต่อไป
จากการลงพื้นที่เพื่อคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตผู้ประสบภัย ณ ศูนย์พักพิง จ.นราธิวาส จำนวน 309 คน จาก 69 ครัวเรือน พบ มีภาวะเครียดสูง 12 คน ซึ่งมีภาวะ เครียดจากเหตุน้ำท่วม 4 คน มีภาวะซึมเศร้า 2คน มีภาวะซึมเศร้าร่วมกับมีความคิดฆ่าตัวตาย 1คน มีปัญหาโรคจิตเวชเดิม 5 คน ซึ่งจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต โดยทั้งหมด ทีมจะติดตามดูแลเฝ้าระวังอาการอย่างต่อเนื่องจนกลับสู่ภาวะปกติ
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า สถานการณ์น้ำท่วม ส่งผลให้สภาพจิตใจประชาชนส่วนใหญ่ อยู่ในสภาวะเครียด ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก มีอาการเครียดจากภาวะน้ำท่วม กลุ่มที่ 2 มีอาการเครียดจากปัญหาผลกระทบต่อมาจากน้ำท่วม และ กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่คาดว่าน้ำกำลังไปถึงพื้นที่ ปฏิกิริยาความเครียดที่เกิด จะพบอารมณ์เบื่อหน่าย ท้อแท้ ไม่มีสมาธิ ร่วมกับอาการทางกายได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ ท้ายทอย ใจสั่น นอนไม่หลับ โดยแต่ละคนจะมีระดับความเครียดแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับต้นทุนชีวิตเดิมหรือบุคลิกภาพเดิมเป็นอย่างไร และเป็นคนที่สามารถปรับตัวได้มากน้อยเพียงใด หากเดิมเป็นคนไม่ค่อยเครียดและปรับตัวได้ง่ายก็มักจะไม่เกิดภาวะเครียดรุนแรง รวมทั้ง สภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น และการเตรียมตัวในการป้องกัน ที่หากมีการเตรียมตัวป้องกันดี เกิดความเสียหายน้อย ความเครียดก็จะน้อยตามไปด้วย
ข้อแนะนำเพื่อจัดการความเครียดที่เกิดขึ้น สำหรับกลุ่มแรกที่น้ำกำลังท่วม หลายคนอาจเตรียมพร้อมรับมือได้ เนื่องจากมีประสบการณ์มาก่อนแล้ว ความเครียดอาจไม่มาก แนะนำให้ จัดการกับปัญหาร่วมกัน หากิจกรรมทำตามปกติ พูดคุยกับคนใกล้ชิดหรือเพื่อน สวดมนต์ไหว้พระ เคลื่อนไหวร่างกายเท่าที่ทำได้ในพื้นที่จำกัด เช่น การยืดเหยียด บริหารร่างกาย ๆ ก้ม ๆ เงย ๆ หรือการเต้นแอโรบิกเป็นต้น รวมทั้ง ปรับเปลี่ยนตัวเองจากผู้รับความช่วยเหลือเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ เอาใจใส่ช่วยเหลือกันและกันในชุมชน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการลดความเครียด และช่วยให้เผชิญภาวะวิกฤตได้ดีขึ้น และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เช่น หากอยู่ในศูนย์อพยพก็ทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้อื่น บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ ที่สำคัญอย่าใช้สุรายาเสพติดมาเป็นทางออกของการจัดการความเครียด สำหรับ กลุ่มที่ 2 ที่เครียดหลังจากผลกระทบของน้ำ จะเห็นความเสียหาย เกิดความเครียดสูง ควรตั้งสติร่วมคิดวางแผนแก้ไขปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน เรียงลำดับก่อนและหลัง เริ่มจากง่ายไปหายาก ที่สำคัญ อย่าหมดกำลังใจ มีสติ ยิ้มสู้กับปัญหา และกลุ่มที่ กำลังรอคอยน้ำท่วม การติดตามข่าวสารในแต่ละวัน ตลอดจนข่าวลือต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดความกลัวและตื่นตระหนก ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลสูงได้ แนะให้ ลดการสื่อสารหลายช่องทาง ให้ติดตามสถานการณ์และสอบถามข้อมูลจากแหล่งข่าวสำคัญของท้องถิ่นหรือของทางราชการ อาทิ สายด่วนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1784 สายด่วนสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ถ้ามีความเครียดไม่สบายใจ แนะนำการปรึกษาแก้ปัญหาความเครียด ความทุกข์ใจต่างๆ ได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว
จากการลงพื้นที่เพื่อคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตผู้ประสบภัย ณ ศูนย์พักพิง จ.นราธิวาส จำนวน 309 คน จาก 69 ครัวเรือน พบ มีภาวะเครียดสูง 12 คน ซึ่งมีภาวะ เครียดจากเหตุน้ำท่วม 4 คน มีภาวะซึมเศร้า 2คน มีภาวะซึมเศร้าร่วมกับมีความคิดฆ่าตัวตาย 1คน มีปัญหาโรคจิตเวชเดิม 5 คน ซึ่งจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต โดยทั้งหมด ทีมจะติดตามดูแลเฝ้าระวังอาการอย่างต่อเนื่องจนกลับสู่ภาวะปกติ
อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า สถานการณ์น้ำท่วม ส่งผลให้สภาพจิตใจประชาชนส่วนใหญ่ อยู่ในสภาวะเครียด ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก มีอาการเครียดจากภาวะน้ำท่วม กลุ่มที่ 2 มีอาการเครียดจากปัญหาผลกระทบต่อมาจากน้ำท่วม และ กลุ่มที่ 3 กลุ่มที่คาดว่าน้ำกำลังไปถึงพื้นที่ ปฏิกิริยาความเครียดที่เกิด จะพบอารมณ์เบื่อหน่าย ท้อแท้ ไม่มีสมาธิ ร่วมกับอาการทางกายได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดต้นคอ ท้ายทอย ใจสั่น นอนไม่หลับ โดยแต่ละคนจะมีระดับความเครียดแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับต้นทุนชีวิตเดิมหรือบุคลิกภาพเดิมเป็นอย่างไร และเป็นคนที่สามารถปรับตัวได้มากน้อยเพียงใด หากเดิมเป็นคนไม่ค่อยเครียดและปรับตัวได้ง่ายก็มักจะไม่เกิดภาวะเครียดรุนแรง รวมทั้ง สภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น และการเตรียมตัวในการป้องกัน ที่หากมีการเตรียมตัวป้องกันดี เกิดความเสียหายน้อย ความเครียดก็จะน้อยตามไปด้วย
ข้อแนะนำเพื่อจัดการความเครียดที่เกิดขึ้น สำหรับกลุ่มแรกที่น้ำกำลังท่วม หลายคนอาจเตรียมพร้อมรับมือได้ เนื่องจากมีประสบการณ์มาก่อนแล้ว ความเครียดอาจไม่มาก แนะนำให้ จัดการกับปัญหาร่วมกัน หากิจกรรมทำตามปกติ พูดคุยกับคนใกล้ชิดหรือเพื่อน สวดมนต์ไหว้พระ เคลื่อนไหวร่างกายเท่าที่ทำได้ในพื้นที่จำกัด เช่น การยืดเหยียด บริหารร่างกาย ๆ ก้ม ๆ เงย ๆ หรือการเต้นแอโรบิกเป็นต้น รวมทั้ง ปรับเปลี่ยนตัวเองจากผู้รับความช่วยเหลือเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือ เอาใจใส่ช่วยเหลือกันและกันในชุมชน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญในการลดความเครียด และช่วยให้เผชิญภาวะวิกฤตได้ดีขึ้น และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เช่น หากอยู่ในศูนย์อพยพก็ทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้อื่น บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ ที่สำคัญอย่าใช้สุรายาเสพติดมาเป็นทางออกของการจัดการความเครียด สำหรับ กลุ่มที่ 2 ที่เครียดหลังจากผลกระทบของน้ำ จะเห็นความเสียหาย เกิดความเครียดสูง ควรตั้งสติร่วมคิดวางแผนแก้ไขปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน เรียงลำดับก่อนและหลัง เริ่มจากง่ายไปหายาก ที่สำคัญ อย่าหมดกำลังใจ มีสติ ยิ้มสู้กับปัญหา และกลุ่มที่ กำลังรอคอยน้ำท่วม การติดตามข่าวสารในแต่ละวัน ตลอดจนข่าวลือต่าง ๆ ที่อาจทำให้เกิดความกลัวและตื่นตระหนก ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลสูงได้ แนะให้ ลดการสื่อสารหลายช่องทาง ให้ติดตามสถานการณ์และสอบถามข้อมูลจากแหล่งข่าวสำคัญของท้องถิ่นหรือของทางราชการ อาทิ สายด่วนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 1784 สายด่วนสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 ถ้ามีความเครียดไม่สบายใจ แนะนำการปรึกษาแก้ปัญหาความเครียด ความทุกข์ใจต่างๆ ได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว
กรมสุขภาพจิต แนะ ผู้ประสบภัยน้ำท่วม มีสติ ผ่อนคลาย รวมพลังฝ่าฟันวิกฤตไปด้วยกัน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (145 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (152 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (156 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (176 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (217 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (221 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (195 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (191 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Applebot [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
