แพทย์แนะผู้สูงวัยออกกำลังกาย 3- 5 วันต่อสัปดาห์ ห่างไกลโรค
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แพทย์แนะผู้สูงวัยออกกำลังกาย 3- 5 วันต่อสัปดาห์ ห่างไกลโรค
แพทย์แนะผู้สูงอายุออกกำลังกาย 3- 5 วันต่อสัปดาห์ ช่วยห่างไกลโรคหัวใจ เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ทำให้ความจำดี แถมอ่อนวัย
นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เมื่อคนเราอายุมากขึ้นอวัยวะต่างๆ ในร่างกายจะมีความเสื่อมตามวัย ทำให้เกิดโรคต่างๆ ซึ่งมักจะเป็นโรคเรื้อรังและเป็นหลายๆ โรคพร้อมกัน ในทางการแพทย์ ถือว่าอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันการเกิดโรคต่างๆ สำหรับวิธีการออกกำลังกายในผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป อันดับแรกควรคำนึงถึงโรคประจำตัวหรือความผิดปกติของร่างกายก่อนเริ่มออกกำลังกาย โดยเริ่มจากการเดินก่อนแล้วเพิ่มเวลาเดินมากขึ้นจนถึง 20 นาที ถ้าไม่รู้สึกเหนื่อยหรือผิดปกติสามารถเพิ่มเป็นเดินเร็วๆ หรือวิ่งเหยาะๆ ได้ หากได้รับการฝึกฝนจนร่างกายมีสมรรถนะประมาณหนึ่งแล้วสามารถวิ่งเพิ่มได้ ควรใช้เวลาออกกำลังกายประมาณ 20 - 40 นาที แบ่งเป็น อบอุ่นร่างกาย 5 - 10 นาที ออกกำลังกาย 10 - 20 นาที และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ 5 - 10 นาที ไม่ควรใช้เวลาเกิน 40 นาทีต่อครั้ง เพราะจะเป็นการหักโหมเกินไป ควรออกกำลังกายตามความสามารถและสภาพร่างกาย ไม่ควรฝืนและควรงดออกกำลังกายขณะไม่สบาย มีไข้ อ่อนเพลีย เพราะอาจะทำให้เกิดอันตรายได้ ทั้งนี้สามารถออกกำลังกายในช่วงเวลาใดก็ได้ แต่ควรเป็นช่วงก่อนทานอาหาร 1 ชั่วโมงหรือหลังทานอาหาร 2 ชั่วโมงขึ้นไป ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทดี ไม่ร้อนเกินไป ใส่เสื้อผ้าที่สบายไม่รัดรูป และสวมรองเท้าที่เหมาะสมแก่การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวันหรืออย่างน้อย 3 - 5 วันต่อสัปดาห์ ในรูปแบบ เช่น เดิน วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ เป็นต้น หากมีโรคประจำตัวหรือมีความผิดปกติ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงเคยแน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอก เป็นลมหน้ามืด เวียนศีรษะ ข้อเสื่อมหรือปัญหาทางกระดูก มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่หรือควรออกกำลังกายอย่างไร อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเสริมว่า การออกกำลังกายส่งผลดีต่อผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ช่วยลดความเครียดเพิ่มสมาธิทำให้จิตใจแจ่มใส นอนหลับสนิท เพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงทนทานมากขึ้น การทรงตัวดีขึ้น ควบคุมน้ำหนักรักษาทรวดทรงให้ดูดี มีภูมิต้านทานและความจำดี ชะลอความชราดูอ่อนกว่าวัย ป้องกันโรคที่เกิดจากการเสื่อมและฟื้นฟูร่างกายจากโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคข้อเสื่อม เป็นต้น และที่สำคัญเมื่อเกิดอาการผิดปกติขณะออกกำลังกาย เช่น หน้ามืด ใจสั่น ควรชะลอและหยุดออกกำลังกาย และควรรีบพบแพทย์
นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า เมื่อคนเราอายุมากขึ้นอวัยวะต่างๆ ในร่างกายจะมีความเสื่อมตามวัย ทำให้เกิดโรคต่างๆ ซึ่งมักจะเป็นโรคเรื้อรังและเป็นหลายๆ โรคพร้อมกัน ในทางการแพทย์ ถือว่าอาหารและการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันการเกิดโรคต่างๆ สำหรับวิธีการออกกำลังกายในผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป อันดับแรกควรคำนึงถึงโรคประจำตัวหรือความผิดปกติของร่างกายก่อนเริ่มออกกำลังกาย โดยเริ่มจากการเดินก่อนแล้วเพิ่มเวลาเดินมากขึ้นจนถึง 20 นาที ถ้าไม่รู้สึกเหนื่อยหรือผิดปกติสามารถเพิ่มเป็นเดินเร็วๆ หรือวิ่งเหยาะๆ ได้ หากได้รับการฝึกฝนจนร่างกายมีสมรรถนะประมาณหนึ่งแล้วสามารถวิ่งเพิ่มได้ ควรใช้เวลาออกกำลังกายประมาณ 20 - 40 นาที แบ่งเป็น อบอุ่นร่างกาย 5 - 10 นาที ออกกำลังกาย 10 - 20 นาที และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ 5 - 10 นาที ไม่ควรใช้เวลาเกิน 40 นาทีต่อครั้ง เพราะจะเป็นการหักโหมเกินไป ควรออกกำลังกายตามความสามารถและสภาพร่างกาย ไม่ควรฝืนและควรงดออกกำลังกายขณะไม่สบาย มีไข้ อ่อนเพลีย เพราะอาจะทำให้เกิดอันตรายได้ ทั้งนี้สามารถออกกำลังกายในช่วงเวลาใดก็ได้ แต่ควรเป็นช่วงก่อนทานอาหาร 1 ชั่วโมงหรือหลังทานอาหาร 2 ชั่วโมงขึ้นไป ในสถานที่ที่มีอากาศถ่ายเทดี ไม่ร้อนเกินไป ใส่เสื้อผ้าที่สบายไม่รัดรูป และสวมรองเท้าที่เหมาะสมแก่การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวันหรืออย่างน้อย 3 - 5 วันต่อสัปดาห์ ในรูปแบบ เช่น เดิน วิ่งเหยาะๆ ว่ายน้ำ เป็นต้น หากมีโรคประจำตัวหรือมีความผิดปกติ เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงเคยแน่นหน้าอกหรือเจ็บหน้าอก เป็นลมหน้ามืด เวียนศีรษะ ข้อเสื่อมหรือปัญหาทางกระดูก มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่าสามารถออกกำลังกายได้หรือไม่หรือควรออกกำลังกายอย่างไร อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเสริมว่า การออกกำลังกายส่งผลดีต่อผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ช่วยลดความเครียดเพิ่มสมาธิทำให้จิตใจแจ่มใส นอนหลับสนิท เพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงทนทานมากขึ้น การทรงตัวดีขึ้น ควบคุมน้ำหนักรักษาทรวดทรงให้ดูดี มีภูมิต้านทานและความจำดี ชะลอความชราดูอ่อนกว่าวัย ป้องกันโรคที่เกิดจากการเสื่อมและฟื้นฟูร่างกายจากโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง โรคข้อเสื่อม เป็นต้น และที่สำคัญเมื่อเกิดอาการผิดปกติขณะออกกำลังกาย เช่น หน้ามืด ใจสั่น ควรชะลอและหยุดออกกำลังกาย และควรรีบพบแพทย์
แพทย์แนะผู้สูงวัยออกกำลังกาย 3- 5 วันต่อสัปดาห์ ห่างไกลโรค
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (24 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (13 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (65 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (17 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (10 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (38 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (47 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (16 views)
