ผลวิจัยล่าสุดชี้ทั่วโลกต้องแสวงหาแนวทางใหม่รับมือโรคความดันโลหิตสูง
- ILoveHealth ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 06 มี.ค. 2012 1:02 pm
ผลวิจัยล่าสุดชี้ทั่วโลกต้องแสวงหาแนวทางใหม่รับมือโรคความดันโลหิตสูง
ลอนดอน--27 ก.ย.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์
คณะกรรมาธิการ The Lancet Commission on Hypertension เรียกร้องให้ทั่วโลกปรับปรุงแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยระบุว่ายังมีตัวแปรหลายอย่างที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่งถ้าหากจัดการได้ก็จะช่วยลดภาระที่เกิดจากโรคความดันโลหิตสูง อันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก
ตัวแปรดังกล่าวครอบคลุมถึงวิธีที่ใช้ในการวัดความดัน รวมถึงปริมาณเกลือในอาหารที่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
ระหว่างการประชุมทางวิทยาศาสตร์ของ International Society of Hypertension (ISH) ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ทางคณะกรรมาธิการได้เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า โรคความดันโลหิตสูงมักถูกมองข้าม เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการทั้งยังไม่ค่อยมีการตรวจวินิจฉัย และแม้ว่าวงการแพทย์จะทราบดีถึงวิธีการป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูง แต่ผู้ใหญ่กว่า 30% ทั่วโลกก็ยังเป็นโรคนี้
สจ๊วต สเปนเซอร์ บรรณาธิการบริหารอาวุโสของวารสาร The Lancet กล่าวว่า "ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด และมักไม่ได้รับการรักษา รายงานของเราได้เผยให้เห็นถึงตัวแปรที่ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม เช่น การเข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาโรคของประชากรในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงวิธีการใหม่ๆในการรับมือกับโรคทั้งในระดับบุคคลและระดับสาธารณสุข"
ศาสตราจารย์นีล โพลเตอร์ ว่าที่ประธาน ISH กล่าวว่า "เรายินดีที่ทางคณะกรรมาธิการเลือกเปิดเผยรายงานฉบับสำคัญในการประชุมของเรา ปัจจุบัน โรคความดันโลหิตสูงกำลังเป็นปัญหาในวงกว้าง เราจึงจำเป็นต้องสร้างความตื่นตัวในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้คนทั่วไปในระดับโลก"
"สาเหตุสำคัญของโรคความดันโลหิตสูง คือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ การออกกำลังกายน้อยลง การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น การบริโภคอาหารที่มีเกลือและแคลอรีสูง รวมถึงการบริโภคผักและผลไม้น้อยลง พฤติกรรมเหล่านี้ผนวกกับอายุที่มากขึ้น จะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น เราจำเป็นต้องรู้ว่าตัวเองเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ ซึ่งทำได้ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้และวิธีการวินิจฉัยโรคที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น"
ทางคณะกรรมาธิการได้ทำการศึกษาสาเหตุของโรคและหลักฐานที่ได้จากการทดลอง เพื่อเน้นให้เห็นว่าจุดใดที่มีการศึกษาเข้มแข็งดีแล้วและจุดใดที่ต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม นอกจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการยังคาดการณ์ว่า จำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจะปรับตัวสูงขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและประเทศที่มีรายได้ปานกลางบางประเทศหากไม่มีการดำเนินการอย่างเหมาะสม ด้วยเหตุนี้ จึงมีการเรียกร้องให้แสวงหาวิธีใหม่ๆในการรักษาผู้ป่วย โดยอ้างอิงจากการวิจัยอันแข็งแกร่ง รวมถึงเร่งดำเนินการวิจัยเพิ่มเติมเพื่ออุดช่องโหว่ด้านความรู้ โดยทางคณะกรรมาธิการได้พัฒนาแผนปฏิบัติการ 10 ประการขึ้นมา โดยหวังให้รัฐบาลทั่วโลกนำไปใช้เพื่อลดภาระอันเกิดจากโรคความดันโลหิตสูง
สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่
http://www.thelancet.com/journals/lance ... 5/fulltext
ที่มา: International Society of Hypertension
คณะกรรมาธิการ The Lancet Commission on Hypertension เรียกร้องให้ทั่วโลกปรับปรุงแนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โดยระบุว่ายังมีตัวแปรหลายอย่างที่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม ซึ่งถ้าหากจัดการได้ก็จะช่วยลดภาระที่เกิดจากโรคความดันโลหิตสูง อันเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก
ตัวแปรดังกล่าวครอบคลุมถึงวิธีที่ใช้ในการวัดความดัน รวมถึงปริมาณเกลือในอาหารที่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย
ระหว่างการประชุมทางวิทยาศาสตร์ของ International Society of Hypertension (ISH) ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ทางคณะกรรมาธิการได้เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า โรคความดันโลหิตสูงมักถูกมองข้าม เนื่องจากเป็นโรคที่ไม่แสดงอาการทั้งยังไม่ค่อยมีการตรวจวินิจฉัย และแม้ว่าวงการแพทย์จะทราบดีถึงวิธีการป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูง แต่ผู้ใหญ่กว่า 30% ทั่วโลกก็ยังเป็นโรคนี้
สจ๊วต สเปนเซอร์ บรรณาธิการบริหารอาวุโสของวารสาร The Lancet กล่าวว่า "ความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุหลักของโรคหัวใจและหลอดเลือด และมักไม่ได้รับการรักษา รายงานของเราได้เผยให้เห็นถึงตัวแปรที่ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม เช่น การเข้าถึงการวินิจฉัยและรักษาโรคของประชากรในประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงวิธีการใหม่ๆในการรับมือกับโรคทั้งในระดับบุคคลและระดับสาธารณสุข"
ศาสตราจารย์นีล โพลเตอร์ ว่าที่ประธาน ISH กล่าวว่า "เรายินดีที่ทางคณะกรรมาธิการเลือกเปิดเผยรายงานฉบับสำคัญในการประชุมของเรา ปัจจุบัน โรคความดันโลหิตสูงกำลังเป็นปัญหาในวงกว้าง เราจึงจำเป็นต้องสร้างความตื่นตัวในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและผู้คนทั่วไปในระดับโลก"
"สาเหตุสำคัญของโรคความดันโลหิตสูง คือพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ การออกกำลังกายน้อยลง การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น การบริโภคอาหารที่มีเกลือและแคลอรีสูง รวมถึงการบริโภคผักและผลไม้น้อยลง พฤติกรรมเหล่านี้ผนวกกับอายุที่มากขึ้น จะทำให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคสูงขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น เราจำเป็นต้องรู้ว่าตัวเองเป็นโรคความดันโลหิตสูงหรือไม่ ซึ่งทำได้ด้วยการพัฒนาองค์ความรู้และวิธีการวินิจฉัยโรคที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น"
ทางคณะกรรมาธิการได้ทำการศึกษาสาเหตุของโรคและหลักฐานที่ได้จากการทดลอง เพื่อเน้นให้เห็นว่าจุดใดที่มีการศึกษาเข้มแข็งดีแล้วและจุดใดที่ต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม นอกจากนี้ ทางคณะกรรมาธิการยังคาดการณ์ว่า จำนวนผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงจะปรับตัวสูงขึ้นในประเทศที่มีรายได้ต่ำและประเทศที่มีรายได้ปานกลางบางประเทศหากไม่มีการดำเนินการอย่างเหมาะสม ด้วยเหตุนี้ จึงมีการเรียกร้องให้แสวงหาวิธีใหม่ๆในการรักษาผู้ป่วย โดยอ้างอิงจากการวิจัยอันแข็งแกร่ง รวมถึงเร่งดำเนินการวิจัยเพิ่มเติมเพื่ออุดช่องโหว่ด้านความรู้ โดยทางคณะกรรมาธิการได้พัฒนาแผนปฏิบัติการ 10 ประการขึ้นมา โดยหวังให้รัฐบาลทั่วโลกนำไปใช้เพื่อลดภาระอันเกิดจากโรคความดันโลหิตสูง
สามารถอ่านรายงานฉบับเต็มได้ที่
http://www.thelancet.com/journals/lance ... 5/fulltext
ที่มา: International Society of Hypertension
ผลวิจัยล่าสุดชี้ทั่วโลกต้องแสวงหาแนวทางใหม่รับมือโรคความดันโลหิตสูง
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (79 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google [Bot], Trailblaze Mission และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
