แนะใช้วิธีกำจัดลูกน้ำยุงลายจริงจังและสม่ำเสมอ สามารถป้องกันโรคจากยุงลายได้ 3 โรค
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แนะใช้วิธีกำจัดลูกน้ำยุงลายจริงจังและสม่ำเสมอ สามารถป้องกันโรคจากยุงลายได้ 3 โรค
กรมควบคุมโรค แนะใช้วิธีกำจัดลูกน้ำยุงลายจริงจังและสม่ำเสมอ สามารถป้องกันโรคจากยุงลายได้ 3 โรค
12 ก.ย.59 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค(EOC) ว่า ในช่วงนี้ยุงลายมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น อันเนื่องมาจากช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝนของปี ซึ่งก็เป็นช่วงที่พบผู้ป่วยสูงสุดของโรคที่มาจากยุงลายด้วย ทั้งโรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกาซี่งวิธีที่ดีที่สุดในการลดจำนวนผู้ป่วยลง คือการลดจำนวนของยุงลายในธรรมชาติให้น้อยลง ประกอบการการป้องกันตนเองไม่ให้ถูกยุงกัด และมาตรการที่รณรงค์ให้ประชาชนร่วมกันดำเนินการในปัจจุบันคือ ?ประชารัฐร่วมใจ พิชิตลูกน้ำยุงลาย 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค? ได้แก่ 1.เก็บบ้านให้สะอาด โปร่ง โล่ง ไม่ให้มีมุมอับทึบ เป็นที่เกาะพักของยุง 2.เก็บขยะ เศษภาชนะรอบบ้าน โดยทำต่อเนื่องสัปดาห์ละครั้ง ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง 3.เก็บน้ำ สำรวจภาชนะใส่น้ำ ต้องปิดฝาให้มิดชิด ป้องกันยุงลายไปวางไข่เพื่อป้องกัน 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา รวมทั้งการกำจัดและควบคุมยุงตัวแก่ เช่น การพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย และการป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด เช่น ทายากันยุง นอนในมุ้งหรือห้องที่มีมุ้งลวด กำจัดยุงโดยใช้ไม้ช็อตไฟฟ้า จุดสมุนไพรหรือยาจุดไล่ยุง หรือใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น
นอกจากนี้ ช่วงหน้าฝนปีนี้ ยังพบว่าค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วง 4 เดือนหน้าฝนนี้ (พฤษภาคม ? สิงหาคม) ค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายในชุมชนเพิ่มเกือบ 3 เท่า กรมควบคุมโรค จึงขอให้ประชาชนร่วมกันดำเนินมาตรการดังกล่าวให้จริงจัง โดยต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอและต้องทำอย่างต่อเนื่อง ทุกวันศุกร์ในที่ทำงาน หรือทุกวันเสาร์-อาทิตย์ที่บ้าน โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนนี้หรือทำอย่างเข้มข้นจนถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2559 นี้ และมีพื้นที่สำคัญ 6 ร. ที่ควรร่วมกันดำเนินการอย่างเข้มข้น ดังนี้ 1.โรงเรือน(บ้าน/ชุมชน) 2.โรงเรียน(สถานศึกษา/สถานเลี้ยงเด็กเล็ก) 3.โรงพยาบาล 4.โรงแรม/รีสอร์ท 5.โรงงาน/กลุ่มอุตสาหกรรมและ 6.โรงธรรม (วัด/มัสยิด/โบสถ์)
ส่วนในเรื่องทารกแรกเกิด ที่มีโอกาสเกิดภาวะศีรษะเล็ก นั้น สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน จากข้อมูลพบว่า ประเทศไทยมีอัตราการเกิดของเด็กมีชีวิตและมีอาการศีรษะเล็ก 4.36 ต่อประชากรแสนคน หรือเฉลี่ยพบได้ 200-300 รายต่อปี ซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น 1.การติดเชื้อในกลุ่ม STORCH (Syphilis, Toxoplasmosis, Rubella, Cytomegalovirus, Herpes) ซึ่งเป็นกลุ่มโรคติดเชื้อไวรัส แบคทีเรียและปรสิตบางชนิด ที่สามารถติดเชื้อได้ในคนทั่วไปและมีความสำคัญที่ทำให้เกิดความผิดปกติกับทารกในครรภ์หรือทารกแรกเกิด 2.ได้รับสารเคมีบางชนิดขณะตั้งครรภ์ เช่น สารโลหะหนัก เป็นต้น 3.มีความผิดปกติของยีนตั้งแต่กำเนิด และ 4.ภาวะการขาดสารอาหารอย่างรุนแรงในขณะตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก พบว่าภาวะศีรษะเล็กมีความเชื้อมโยงกับเชื้อไวรัสซิกา แต่อาจจะไม่ได้เป็นเพียงสาเหตุเดียว อาจมีปัจจัยร่วมอย่างอื่นด้วยที่ทำให้เกิดศีรษะเล็ก ทั้งนี้อยู่ระหว่างการศึกษาและวิจัย ต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรคนี้ส่วนใหญ่อาการของโรคไม่รุนแรง และส่วนใหญ่ป่วยแล้วหายได้เอง อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ซึ่งจะมีปัญหาเฉพาะกับหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งมีหลักฐานทางระบาดวิทยาที่บ่งชี้ว่าอาจสัมพันธ์กับอาการศีรษะเล็กในทารกแรกเกิด อาการเหล่านี้ทุเลาลงได้เองภายในเวลา 2-7 วัน หากอาการไม่ดีขึ้นขอให้ไปพบแพทย์
?ส่วนกรณีพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในพื้นที่กรุงเทพฯ นั้น จากข้อมูลพบว่าในพื้นที่กรุงเทพฯ พบผู้ป่วยตั้งแต่ต้นปี 2559 แล้ว ซึ่งในตอนนั้นมีการดำเนินงานร่วมกันทั้งกรมควบคุมโรค กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จนสามารถควบคุมโรคให้สงบลงได้ในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออกเป็นจำนวนมาก จึงมีโอกาสที่จะพบผู้ป่วยได้ และในครั้งนี้ก็ถือเป็นพื้นที่เดิม ซึ่งหลังจากได้รับรายงานเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา กรมควบคุมโรค ได้ส่งทีมควบคุมโรคลงพื้นที่เพื่อค้นหาผู้ป่วยเพิ่มเติม ทั้งผู้ป่วยยืนยันและผู้ป่วยร่วมบ้าน ขณะนี้ ไม่พบผู้ป่วยเพิ่มเติมเป็นวันที่ 4 นับจากพบผู้ป่วยรายสุดท้าย และเพื่อความมั่นใจของประชาชน กรมควบคุมโรคและกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการตามมาตรการ เฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างเข้มข้นในระดับสูงสุดต่อเนื่อง ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422? นายแพทย์อำนวย กล่าวปิดท้าย
แนะใช้วิธีกำจัดลูกน้ำยุงลายจริงจังและสม่ำเสมอ สามารถป้องกันโรคจากยุงลายได้ 3 โรค
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (79 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
