เตือน!! ผู้ที่ฮิตเครื่องดื่มกระป๋อง ถ้าดึงฝาเปิดแล้วดื่มตรง ระวัง!!แจ๊คพ็อต ?เชื้อฉี่หนู?
- Press ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 17 เม.ย. 2012 4:56 pm
เตือน!! ผู้ที่ฮิตเครื่องดื่มกระป๋อง ถ้าดึงฝาเปิดแล้วดื่มตรง ระวัง!!แจ๊คพ็อต ?เชื้อฉี่หนู?
สบส.เตือนผู้ที่ฮิตเครื่องดื่มกระป๋อง ดึงฝาเปิดแล้วดื่มตรง ระวัง!!แจ๊คพ็อต ?เชื้อฉี่หนู? แนะควรล้างก่อนเปิด
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ห่วงประชาชน เสี่ยงติดเชื้อโรคฉี่หนู รอบ 5 เดือนปีนี้ พบผู้ป่วยทั่วประเทศ 600 กว่าราย เสียชีวิต 14 ราย ให้อสม.ไทยและต่างด้าวให้ความรู้ประชาชนป้องกันยึดหลัก 3 ลด คือ ลดปริมาณหนู ลดการสัมผัสเชื้อโรค ย้ำเตือนผู้ที่นิยมดื่มเครื่องดื่มกระป๋อง แล้วเทน้ำใส่ปากโดยตรง ควรล้างฝาให้สะอาดก่อนดึงฝาเปิด และลดการเสียชีวิต หากมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดตามกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะที่น่อง โคนขาทั้ง 2 ข้าง ขอให้รีบพบแพทย์หลังมีอาการป่วยไม่เกิน 3 วัน เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ โฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าในช่วงฤดูฝนนี้มีความเป็นห่วงประชาชนป่วยเป็นโรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) ซึ่งปัจจุบันพบได้ทั้งในเขตเมืองและชนบท โดยในฤดูฝนประชาชนจะมีความเสี่ยงป่วยจากโรคนี้ง่ายเนื่องจากทั้งหนูบ้าน หนูนา หนูป่า หนูท่อ ที่เป็นตัวพาหะสำคัญของโรคนี้ จะหนีน้ำเข้ามาอาศัยอยู่ตามอาคารบ้านเรือนรวมทั้งสำนักงานต่างๆ เชื้อโรคจะอยู่ในฉี่ของหนูที่ติดเชื้อได้เป็นเวลานานหลายเดือน และแพร่เชื้อโรคมาสู่คน เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายคนเราได้ 2 ทางคือ ทางปาก จากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อฉี่หนูเข้าไปและไชเข้าทางแผลเยื่อบุในปากหรือตาหรือรอยถลอกผิวหนัง รวมทั้งผิวหนังปกติที่แช่น้ำที่มีเชื้อโรคฉี่หนูปนเปื้อนเป็นเวลานานเชื้อก็สามารถไชผ่านเข้าไปได้ โดยไม่รู้สึกคันหรือเจ็บปวดแต่อย่างใด และไม่มีรอยแผลปรากฏให้เห็น
สถานการณ์ของโรคฉี่หนูในปี 2559 นี้ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานในรอบ 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 2 มิถุนายน 2559 พบผู้ป่วยใน 49 จังหวัด รวม 644 ราย ในจำนวนนี้พบพม่าป่วย 7 ราย มีผู้เสียชีวิตรวม 14 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในวัยแรงงานจังหวัดที่มีรายงานป่วยสะสมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ศรีสะเกษ 91 ราย นครศรีธรรมราช 77 ราย สุรินทร์ 44 ราย
ในการป้องกันโรคฉี่หนู กรมสบส.ได้ให้อสม.ทั่วประเทศและกลุ่มอสม.ต่างด้าว เผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนยึดหลัก 3 ลด คือ 1.ลดจำนวนหนู โดยดูแลความสะอาดบ้านเรือน อาคารสำนักงาน โต๊ะทำงาน โต๊ะอาหารไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู กำจัดเศษอาหารให้ถูกวิธี เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งดำรงชีวิตของหนูถังที่ใช้ใส่ขยะเปียกจะต้องมีฝาปิดมิดชิดป้องกันไม่ให้หนูเข้าไปกินได้ หากพบว่ามีหนู ควรใช้อุปกรณ์ดักหนูและกำจัดทิ้ง การใช้วิธีไล่หนูหนีจากบ้านเรือน สำนักงาน ไม่ใช้วิธีที่ได้ผล และจะทำให้หนูแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยหนู 1 คู่ สามารถออกลูกหลานได้ปีละกว่า 1,000 ตัว 2.ลดการสัมผัสเชื้อ โดยหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนด้วยเท้าเปล่า หากมีความจำเป็น ขอให้ใส่รองเท้าอาจเป็นบูทยางหรือมีพื้นหนา เพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลจากของมีคม โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือมีแค่รอยขีดข่วนตามผิวหนัง ต้องระมัดระวังอย่าให้แผลถูกน้ำ หลังจากขึ้นจากน้ำให้อาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาด
?กลุ่มที่น่าห่วง คือผู้นิยมดื่มเครื่องดื่มกระป๋องที่เปิดฝาแล้วเทน้ำใส่ปากโดยตรง จะมีความเสี่ยงได้รับเชื้อโรคฉี่หนู เนื่องจากลักษณะของการเก็บเครื่องดื่มโดยทั่วไป จะวางกระป๋องในแนวตั้ง ฝาเปิดจะอยู่ด้านบนอยู่แล้วหากเก็บไม่มิดชิด อาจมีหนูไปฉี่รดบนฝากระป๋องไว้ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ล้างฝากระป๋องให้สะอาดก่อนเปิดทุกครั้ง? นายแพทย์ภานุวัฒน์กล่าว
สำหรับลดที่ 3 คือการลดการเสียชีวิตหลังติดเชื้อประมาณ 10 วัน จะมีอาการป่วย โดยโรคฉี่หนูจะมีลักษณะเฉพาะต่างจากโรคอื่นๆ ได้แก่ มีไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดตา ปวดตามกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะที่น่อง โคนขาทั้ง 2 ข้าง หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์หลังมีอาการป่วยไม่เกิน 3 วัน อย่าซื้อยากินเอง และแจ้งประวัติการลุยน้ำ ย่ำโคลนหรือการพบเห็นหนูในบ้านหรือสำนักงานให้แพทย์ทราบเพื่อให้การรักษาได้อย่างถูกต้องขณะนี้โรงพยาบาลทุกแห่งมียารักษาให้หายขาดได้
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ห่วงประชาชน เสี่ยงติดเชื้อโรคฉี่หนู รอบ 5 เดือนปีนี้ พบผู้ป่วยทั่วประเทศ 600 กว่าราย เสียชีวิต 14 ราย ให้อสม.ไทยและต่างด้าวให้ความรู้ประชาชนป้องกันยึดหลัก 3 ลด คือ ลดปริมาณหนู ลดการสัมผัสเชื้อโรค ย้ำเตือนผู้ที่นิยมดื่มเครื่องดื่มกระป๋อง แล้วเทน้ำใส่ปากโดยตรง ควรล้างฝาให้สะอาดก่อนดึงฝาเปิด และลดการเสียชีวิต หากมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดตามกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะที่น่อง โคนขาทั้ง 2 ข้าง ขอให้รีบพบแพทย์หลังมีอาการป่วยไม่เกิน 3 วัน เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง
นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ โฆษกกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรมสบส.) กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่าในช่วงฤดูฝนนี้มีความเป็นห่วงประชาชนป่วยเป็นโรคฉี่หนู หรือโรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) ซึ่งปัจจุบันพบได้ทั้งในเขตเมืองและชนบท โดยในฤดูฝนประชาชนจะมีความเสี่ยงป่วยจากโรคนี้ง่ายเนื่องจากทั้งหนูบ้าน หนูนา หนูป่า หนูท่อ ที่เป็นตัวพาหะสำคัญของโรคนี้ จะหนีน้ำเข้ามาอาศัยอยู่ตามอาคารบ้านเรือนรวมทั้งสำนักงานต่างๆ เชื้อโรคจะอยู่ในฉี่ของหนูที่ติดเชื้อได้เป็นเวลานานหลายเดือน และแพร่เชื้อโรคมาสู่คน เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายคนเราได้ 2 ทางคือ ทางปาก จากการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อฉี่หนูเข้าไปและไชเข้าทางแผลเยื่อบุในปากหรือตาหรือรอยถลอกผิวหนัง รวมทั้งผิวหนังปกติที่แช่น้ำที่มีเชื้อโรคฉี่หนูปนเปื้อนเป็นเวลานานเชื้อก็สามารถไชผ่านเข้าไปได้ โดยไม่รู้สึกคันหรือเจ็บปวดแต่อย่างใด และไม่มีรอยแผลปรากฏให้เห็น
สถานการณ์ของโรคฉี่หนูในปี 2559 นี้ สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานในรอบ 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 2 มิถุนายน 2559 พบผู้ป่วยใน 49 จังหวัด รวม 644 ราย ในจำนวนนี้พบพม่าป่วย 7 ราย มีผู้เสียชีวิตรวม 14 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในวัยแรงงานจังหวัดที่มีรายงานป่วยสะสมมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ศรีสะเกษ 91 ราย นครศรีธรรมราช 77 ราย สุรินทร์ 44 ราย
ในการป้องกันโรคฉี่หนู กรมสบส.ได้ให้อสม.ทั่วประเทศและกลุ่มอสม.ต่างด้าว เผยแพร่ความรู้ให้ประชาชนยึดหลัก 3 ลด คือ 1.ลดจำนวนหนู โดยดูแลความสะอาดบ้านเรือน อาคารสำนักงาน โต๊ะทำงาน โต๊ะอาหารไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู กำจัดเศษอาหารให้ถูกวิธี เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งดำรงชีวิตของหนูถังที่ใช้ใส่ขยะเปียกจะต้องมีฝาปิดมิดชิดป้องกันไม่ให้หนูเข้าไปกินได้ หากพบว่ามีหนู ควรใช้อุปกรณ์ดักหนูและกำจัดทิ้ง การใช้วิธีไล่หนูหนีจากบ้านเรือน สำนักงาน ไม่ใช้วิธีที่ได้ผล และจะทำให้หนูแพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ โดยหนู 1 คู่ สามารถออกลูกหลานได้ปีละกว่า 1,000 ตัว 2.ลดการสัมผัสเชื้อ โดยหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลนด้วยเท้าเปล่า หากมีความจำเป็น ขอให้ใส่รองเท้าอาจเป็นบูทยางหรือมีพื้นหนา เพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลจากของมีคม โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลหรือมีแค่รอยขีดข่วนตามผิวหนัง ต้องระมัดระวังอย่าให้แผลถูกน้ำ หลังจากขึ้นจากน้ำให้อาบน้ำชำระล้างร่างกายให้สะอาด
?กลุ่มที่น่าห่วง คือผู้นิยมดื่มเครื่องดื่มกระป๋องที่เปิดฝาแล้วเทน้ำใส่ปากโดยตรง จะมีความเสี่ยงได้รับเชื้อโรคฉี่หนู เนื่องจากลักษณะของการเก็บเครื่องดื่มโดยทั่วไป จะวางกระป๋องในแนวตั้ง ฝาเปิดจะอยู่ด้านบนอยู่แล้วหากเก็บไม่มิดชิด อาจมีหนูไปฉี่รดบนฝากระป๋องไว้ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้ล้างฝากระป๋องให้สะอาดก่อนเปิดทุกครั้ง? นายแพทย์ภานุวัฒน์กล่าว
สำหรับลดที่ 3 คือการลดการเสียชีวิตหลังติดเชื้อประมาณ 10 วัน จะมีอาการป่วย โดยโรคฉี่หนูจะมีลักษณะเฉพาะต่างจากโรคอื่นๆ ได้แก่ มีไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดตา ปวดตามกล้ามเนื้อมากโดยเฉพาะที่น่อง โคนขาทั้ง 2 ข้าง หากมีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์หลังมีอาการป่วยไม่เกิน 3 วัน อย่าซื้อยากินเอง และแจ้งประวัติการลุยน้ำ ย่ำโคลนหรือการพบเห็นหนูในบ้านหรือสำนักงานให้แพทย์ทราบเพื่อให้การรักษาได้อย่างถูกต้องขณะนี้โรงพยาบาลทุกแห่งมียารักษาให้หายขาดได้
เตือน!! ผู้ที่ฮิตเครื่องดื่มกระป๋อง ถ้าดึงฝาเปิดแล้วดื่มตรง ระวัง!!แจ๊คพ็อต ?เชื้อฉี่หนู?
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (210 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (209 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (213 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (234 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (271 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (269 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (240 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (236 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
