กรมอนามัย เตือน ระวังเชื้อราหน้าฝน สะสมโรค เสี่ยงกระทบสุขภาพ
- Press ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 17 เม.ย. 2012 4:56 pm
กรมอนามัย เตือน ระวังเชื้อราหน้าฝน สะสมโรค เสี่ยงกระทบสุขภาพ
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข เผยช่วงหน้าฝน อากาศชื้น ทำให้เกิดเชื้อราภายในบ้านได้ง่าย หวั่นส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน แนะทำความสะอาดให้ถูกหลักสุขาภิบาล
นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่าในช่วงฤดูฝน ทำให้อากาศภายในบ้านมีความชื้นสูง และฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและน้ำขังในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงในบริเวณบ้าน และหากมีรูรั่วหรือรอยแตกของบ้าน อาจมีน้ำซึม น้ำรั่วไหลเข้าภายในบ้าน ทำให้ส่วนต่างๆ ของบ้านเปียกและอับชื้นเกิดเป็นแหล่งของเชื้อราได้ ซึ่งเชื้อรานั้นพบได้ในธรรมชาติ ทั้งจากในบ้านและนอกบ้าน โดยเชื้อราจะสร้างสปอร์สำหรับสืบพันธุ์ เมื่อสปอร์ของเชื้อราลอยไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความชื้นและอาหารที่เหมาะสม จะทำให้เชื้อราเจริญเติบโต สีของเชื้อรา มีตั้งแต่สีดำ น้ำตาล เขียว แดง เหลือง และขาว สามารถพบได้เป็นกลุ่มๆ ในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น ฝ้าและผนัง เพดาน เฟอร์นิเจอร์ ใต้พรม เครื่องนอน เครื่องปรับอากาศ หากสปอร์ของเชื้อราเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพต่างๆ ตามมา เช่น หากเข้าตาและจมูกจะทำให้เกิดการระคายเคือง มีอาการจาม น้ำมูกไหล มีไข้ บางรายก่อให้เกิดโรคหอบหืด ภูมิแพ้ และปอดอักเสบในที่สุด
ประชาชนต้องจัดการสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้ถูกสุขลักษณะ เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด มีการระบายอากาศที่ดีและมีแสงสว่างจากธรรมชาติส่องเข้าถึงภายในบ้าน เพื่อลดความชื้น ลดฝุ่นละออง ลดแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคภายในบ้าน และลดโอกาสของการเกิดโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กหรือคนชราซึ่งเป็นกลุ่มอ่อนไหวต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ การจัดบ้านให้ถูกสุขลักษณะอย่างง่าย เช่น ห้องนอน ต้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกโดยเริ่มตั้งแต่เปิดประตู หน้าต่าง และควรเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติเป็นประจำ ห้ามเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศขณะทำความสะอาดบ้านหรือขณะกำจัดเชื้อรา เพราะจะทำให้สปอร์เชื้อราฟุ้งกระจาย นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในเครื่องใช้ เครื่องเรือน เครื่องนอน และเฟอร์นิเจอร์ เช่น ฟูก ที่นอน หมอน พรม เป็นประจำ ส่วนวอลล์เปเปอร์หรือฉนวนกันความร้อนที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกต้องนำไปทิ้งในถุงที่ปิดมิดชิดโดยทันที เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อรา
ทั้งนี้ สามารถเช็ดทำความสะอาดบ้านเรือนที่ปนเปื้อนเชื้อราได้ 3 ขั้นตอน คือ 1) พื้นผิววัสดุที่พบเชื้อราให้ใช้กระดาษทิชชูแผ่นหนาและขนาดใหญ่ หรือกระดาษหนังสือพิมพ์พรมน้ำให้เปียกเล็กน้อย เช็ดพื้นผิวไปในทางเดียว แล้วนำกระดาษทิชชูหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ดังกล่าวทิ้งลงในถังขยะที่ปิดมิดชิด 2) ใช้กระดาษทิชชูแผ่นหนาและขนาดใหญ่ หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ชุบลงในน้ำผสมกับสบู่หรือน้ำยาล้างจาน เช็ดซ้ำในจุดที่มีเชื้อราอีกครั้ง 3) ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา เช่น น้ำส้มสายชู 5?7 เปอร์เซ็นต์ หรือแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 60-90 เปอร์เซ็นต์ เช็ดทำความสะอาดเพื่อเป็นการทำลายเชื้อในขั้นตอนสุดท้าย ดังนั้น ในช่วงฤดูฝนนี้ขอให้ประชาชนร่วมกันดูแลรักษาบ้านเรือนของท่านเอง เพื่อป้องกันปัญหาเชื้อรา เชื้อโรค และฝุ่นละออง อันเป็นการส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของคนในครอบครัวต่อไป
นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่าในช่วงฤดูฝน ทำให้อากาศภายในบ้านมีความชื้นสูง และฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมและน้ำขังในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงในบริเวณบ้าน และหากมีรูรั่วหรือรอยแตกของบ้าน อาจมีน้ำซึม น้ำรั่วไหลเข้าภายในบ้าน ทำให้ส่วนต่างๆ ของบ้านเปียกและอับชื้นเกิดเป็นแหล่งของเชื้อราได้ ซึ่งเชื้อรานั้นพบได้ในธรรมชาติ ทั้งจากในบ้านและนอกบ้าน โดยเชื้อราจะสร้างสปอร์สำหรับสืบพันธุ์ เมื่อสปอร์ของเชื้อราลอยไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีความชื้นและอาหารที่เหมาะสม จะทำให้เชื้อราเจริญเติบโต สีของเชื้อรา มีตั้งแต่สีดำ น้ำตาล เขียว แดง เหลือง และขาว สามารถพบได้เป็นกลุ่มๆ ในบริเวณที่มีความอับชื้น เช่น ฝ้าและผนัง เพดาน เฟอร์นิเจอร์ ใต้พรม เครื่องนอน เครื่องปรับอากาศ หากสปอร์ของเชื้อราเข้าสู่ร่างกายจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพต่างๆ ตามมา เช่น หากเข้าตาและจมูกจะทำให้เกิดการระคายเคือง มีอาการจาม น้ำมูกไหล มีไข้ บางรายก่อให้เกิดโรคหอบหืด ภูมิแพ้ และปอดอักเสบในที่สุด
ประชาชนต้องจัดการสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้ถูกสุขลักษณะ เป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด มีการระบายอากาศที่ดีและมีแสงสว่างจากธรรมชาติส่องเข้าถึงภายในบ้าน เพื่อลดความชื้น ลดฝุ่นละออง ลดแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคภายในบ้าน และลดโอกาสของการเกิดโรคภูมิแพ้ โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กหรือคนชราซึ่งเป็นกลุ่มอ่อนไหวต่อการเกิดปัญหาสุขภาพ การจัดบ้านให้ถูกสุขลักษณะอย่างง่าย เช่น ห้องนอน ต้องมีอากาศถ่ายเทได้สะดวกโดยเริ่มตั้งแต่เปิดประตู หน้าต่าง และควรเปิดรับแสงสว่างจากธรรมชาติเป็นประจำ ห้ามเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศขณะทำความสะอาดบ้านหรือขณะกำจัดเชื้อรา เพราะจะทำให้สปอร์เชื้อราฟุ้งกระจาย นอกจากนี้ ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคในเครื่องใช้ เครื่องเรือน เครื่องนอน และเฟอร์นิเจอร์ เช่น ฟูก ที่นอน หมอน พรม เป็นประจำ ส่วนวอลล์เปเปอร์หรือฉนวนกันความร้อนที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกต้องนำไปทิ้งในถุงที่ปิดมิดชิดโดยทันที เพื่อป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อรา
ทั้งนี้ สามารถเช็ดทำความสะอาดบ้านเรือนที่ปนเปื้อนเชื้อราได้ 3 ขั้นตอน คือ 1) พื้นผิววัสดุที่พบเชื้อราให้ใช้กระดาษทิชชูแผ่นหนาและขนาดใหญ่ หรือกระดาษหนังสือพิมพ์พรมน้ำให้เปียกเล็กน้อย เช็ดพื้นผิวไปในทางเดียว แล้วนำกระดาษทิชชูหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ดังกล่าวทิ้งลงในถังขยะที่ปิดมิดชิด 2) ใช้กระดาษทิชชูแผ่นหนาและขนาดใหญ่ หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ชุบลงในน้ำผสมกับสบู่หรือน้ำยาล้างจาน เช็ดซ้ำในจุดที่มีเชื้อราอีกครั้ง 3) ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา เช่น น้ำส้มสายชู 5?7 เปอร์เซ็นต์ หรือแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 60-90 เปอร์เซ็นต์ เช็ดทำความสะอาดเพื่อเป็นการทำลายเชื้อในขั้นตอนสุดท้าย ดังนั้น ในช่วงฤดูฝนนี้ขอให้ประชาชนร่วมกันดูแลรักษาบ้านเรือนของท่านเอง เพื่อป้องกันปัญหาเชื้อรา เชื้อโรค และฝุ่นละออง อันเป็นการส่งเสริมการมีสุขภาพที่ดีของคนในครอบครัวต่อไป
กรมอนามัย เตือน ระวังเชื้อราหน้าฝน สะสมโรค เสี่ยงกระทบสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (5 views)
- เปิดรายชื่อ Premium Clinic ด้านทันตกรรม เพิ่มทางเลือกประชาชน เข้าถึงบริการทันตกรรมเฉพาะทางคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม (3 views)
- เปิด “คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ครบวงจร” One Stop Service เพิ่มทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนป่วย ด้วยราคาประชาชนเข้าถึงได้ (2 views)
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,319 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (31 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (9 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (10 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (15 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
