เอาจริง ?ธุรกิจสีเทาแฝงบริการเพศ? ที่ใช้ชื่อสปาหรือสุขภาพบังหน้า หากพบมีความผิดจะปิดทันที
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เอาจริง ?ธุรกิจสีเทาแฝงบริการเพศ? ที่ใช้ชื่อสปาหรือสุขภาพบังหน้า หากพบมีความผิดจะปิดทันที
สบส. เอาจริง ?ธุรกิจสีเทาแฝงบริการเพศ? ที่ใช้ชื่อสปาหรือสุขภาพ บังหน้า!! มีความผิด หากพบ จะปิดทันที !
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ติวเข้มเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่กทม. ทั้ง 50 เขต เตรียมความพร้อมการบังคับใช้กฎหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ที่จะมีผลบังคับใช้ในอีก 4 เดือนข้างหน้า ระหว่างนี้ให้ใช้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2551 ว่าด้วยการกำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยฯ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ควบคุมเคร่งครัด โดยเฉพาะธุรกิจสีเทาที่ไม่ใช่บริการสุขภาพ ห้ามใช้ชื่อสปา นวดเพื่อสุขภาพหรือเสริมสวยอย่างเด็ดขาด รวมทั้งห้ามใช้ผู้ให้บริการอายุต่ำว่า 18 ปี หากพบจะปิดทันที
31 พ.ค.59 ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯ นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดสัมมนา เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 88 สถานี และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลทั้ง 50 เขตของ กทม. กว่า 250 คน เพื่อชี้แจง เตรียมความพร้อมการปฏิบัติตามกฎหมาย ?พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559? ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 กันยายน 2559 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2551 ว่าด้วยการกำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยฯ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งใช้ตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 2551 จะมีผลถึง 26 กันยายน 2559 เพื่อใช้ควบคุม กำกับ มาตรฐาน สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่อยู่ภายใต้กฎหมายนี้ ทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ 1.สปา 2.นวดเพื่อสุขภาพ และ 3.นวดเพื่อเสริมสวย
นายแพทย์ธงชัย กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีมานี้ มีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเกิดขึ้นใหม่จำนวนมากนับหมื่นแห่งเนื่องจากกระแสความนิยมการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น เฉพาะสปาอย่างเดียว ในปี 2558 สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 31,000 ล้านบาท ขณะนี้มีสถานประกอบการฯที่ขึ้นทะเบียนมาตรฐานกับกรม สบส. เพียง 1,605 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย สปา 511 แห่ง นวดเพื่อสุขภาพ 1,075 แห่ง และนวดเพื่อเสริมสวย 19 แห่ง ทั้งหมดนี้อยู่ใน กทม.เพียง 253 แห่ง หรือประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คาดว่าเมื่อกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้จะมีผู้ประกอบรายใหม่ขึ้นทะเบียนเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20,000 แห่ง ซึ่ง กรม สบส.ได้เตรียมความพร้อมหน่วยตรวจสอบมาตรฐานทั้งใน กทม. และส่วนภูมิภาคไว้แล้ว
อย่างไรก็ดีขณะนี้พบว่ามีธุรกิจบริการบริการแอบแฝงที่นำชื่อสปา นวดเพื่อสุขภาพและเสริมสวย ไปใช้ หรือเรียกว่าธุรกิจสีเทา อาทิ สปาพริตตี้ สปาเกย์ ลักลอบให้บริการทางเพศ และมีการโฆษณาทางเว็บไซต์ที่ล่อแหลมก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทำลายภาพลักษณ์ที่ดีของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพไทย กรม สบส. จึงขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ กทม. ให้ตรวจเข้มสถานประกอบการตามกฎหมายประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2551 ว่าด้วยการกำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยฯ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งได้กำหนดมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจะต้องมีใบรับรอง และสัญลักษณ์มาตรฐาน กรม สบส. ติดในที่เปิดเผยเห็นได้ชัดเจน มีป้ายชื่อสถานประกอบการฯตรงกับประเภทกิจการ ไม่สื่อในทางล่อแหลมลามกอนาจาร ผู้ให้บริการต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และมีใบรับรองคุณวุฒิจากสถานศึกษาที่กรม สบส.ให้การรับรอง รวมทั้งกำหนดเวลาเปิด-ปิด อย่างชัดเจน โดยสปา และนวดเพื่อสุขภาพ เปิดบริการ 08.00-24.00 น. นวดเพื่อเสริมสวย เปิดบริการ 06.00-22.00 น. ห้ามให้บริการของมึนเมา สารเสพติด ค้าประเวณี หากตรวจพบว่าแห่งใดไม่ปฏิบัติตาม ถือว่าผิดกฎหมายและไม่ใช่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพจริง สามารถเอาผิดลงโทษตามกฎหมาย หากเป็นสถานประกอบการฯเถื่อนมีโทษปิดทันที แต่หากมีใบอนุญาต กรม สบส.จะเพิกถอนใบอนุญาตทันที
ด้าน นายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า สถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั้งสปา นวดเพื่อสุขภาพและเพื่อเสริมสวย จะต้องควบคุมคุณภาพมาตรฐาน ความปลอดภัย มีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน ควบคุมดูแลอุปกรณ์ให้สะอาดถูกสุขลักษณะ มีชุดปฐมพยาบาลพร้อมใช้งานตลอดเวลา ต้องมีระบบคัดกรองสุขภาพผู้ใช้บริการ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดจากอุปกรณ์บางประเภท ผู้ให้บริการมีความรู้ สำหรับบริการที่ใช้ความร้อน เช่น อบความร้อน อบไอน้ำ จะต้องจัดระบบฉุกเฉินซึ่งสามารถหยุดการทำงานของอุปกรณ์ที่ใช้โดยอัตโนมัติในทันที หากพบเห็นประกอบการที่สงสัยว่าอาจผิดกฎหมายหรือแอบแฝง สามารถแจ้งได้ที่กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2193 7000 ต่อ 18408 ,18411 และสายด่วนคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ Call center 0 2193 7999 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าว ?กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ติวเข้มเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล และเจ้าหน้าที่กทม. ทั้ง 50 เขต เตรียมความพร้อมการบังคับใช้กฎหมายสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559 ที่จะมีผลบังคับใช้ในอีก 4 เดือนข้างหน้า ระหว่างนี้ให้ใช้ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2551 ว่าด้วยการกำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยฯ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ควบคุมเคร่งครัด โดยเฉพาะธุรกิจสีเทาที่ไม่ใช่บริการสุขภาพ ห้ามใช้ชื่อสปา นวดเพื่อสุขภาพหรือเสริมสวยอย่างเด็ดขาด รวมทั้งห้ามใช้ผู้ให้บริการอายุต่ำว่า 18 ปี หากพบจะปิดทันที
31 พ.ค.59 ที่โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค กรุงเทพฯ นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เปิดสัมมนา เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 88 สถานี และเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาลทั้ง 50 เขตของ กทม. กว่า 250 คน เพื่อชี้แจง เตรียมความพร้อมการปฏิบัติตามกฎหมาย ?พระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ.2559? ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 กันยายน 2559 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2551 ว่าด้วยการกำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยฯ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งใช้ตั้งแต่ 14 พฤศจิกายน 2551 จะมีผลถึง 26 กันยายน 2559 เพื่อใช้ควบคุม กำกับ มาตรฐาน สถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่อยู่ภายใต้กฎหมายนี้ ทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ 1.สปา 2.นวดเพื่อสุขภาพ และ 3.นวดเพื่อเสริมสวย
นายแพทย์ธงชัย กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีมานี้ มีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพเกิดขึ้นใหม่จำนวนมากนับหมื่นแห่งเนื่องจากกระแสความนิยมการดูแลสุขภาพเพิ่มมากขึ้น เฉพาะสปาอย่างเดียว ในปี 2558 สร้างรายได้เข้าประเทศกว่า 31,000 ล้านบาท ขณะนี้มีสถานประกอบการฯที่ขึ้นทะเบียนมาตรฐานกับกรม สบส. เพียง 1,605 แห่งทั่วประเทศ ประกอบด้วย สปา 511 แห่ง นวดเพื่อสุขภาพ 1,075 แห่ง และนวดเพื่อเสริมสวย 19 แห่ง ทั้งหมดนี้อยู่ใน กทม.เพียง 253 แห่ง หรือประมาณ 16 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น คาดว่าเมื่อกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้จะมีผู้ประกอบรายใหม่ขึ้นทะเบียนเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 20,000 แห่ง ซึ่ง กรม สบส.ได้เตรียมความพร้อมหน่วยตรวจสอบมาตรฐานทั้งใน กทม. และส่วนภูมิภาคไว้แล้ว
อย่างไรก็ดีขณะนี้พบว่ามีธุรกิจบริการบริการแอบแฝงที่นำชื่อสปา นวดเพื่อสุขภาพและเสริมสวย ไปใช้ หรือเรียกว่าธุรกิจสีเทา อาทิ สปาพริตตี้ สปาเกย์ ลักลอบให้บริการทางเพศ และมีการโฆษณาทางเว็บไซต์ที่ล่อแหลมก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทำลายภาพลักษณ์ที่ดีของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพไทย กรม สบส. จึงขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ กทม. ให้ตรวจเข้มสถานประกอบการตามกฎหมายประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2551 ว่าด้วยการกำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวยฯ ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งได้กำหนดมาตรฐานสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจะต้องมีใบรับรอง และสัญลักษณ์มาตรฐาน กรม สบส. ติดในที่เปิดเผยเห็นได้ชัดเจน มีป้ายชื่อสถานประกอบการฯตรงกับประเภทกิจการ ไม่สื่อในทางล่อแหลมลามกอนาจาร ผู้ให้บริการต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และมีใบรับรองคุณวุฒิจากสถานศึกษาที่กรม สบส.ให้การรับรอง รวมทั้งกำหนดเวลาเปิด-ปิด อย่างชัดเจน โดยสปา และนวดเพื่อสุขภาพ เปิดบริการ 08.00-24.00 น. นวดเพื่อเสริมสวย เปิดบริการ 06.00-22.00 น. ห้ามให้บริการของมึนเมา สารเสพติด ค้าประเวณี หากตรวจพบว่าแห่งใดไม่ปฏิบัติตาม ถือว่าผิดกฎหมายและไม่ใช่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพจริง สามารถเอาผิดลงโทษตามกฎหมาย หากเป็นสถานประกอบการฯเถื่อนมีโทษปิดทันที แต่หากมีใบอนุญาต กรม สบส.จะเพิกถอนใบอนุญาตทันที
ด้าน นายแพทย์ภัทรพล จึงสมเจตไพศาล ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ กล่าวว่า สถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั้งสปา นวดเพื่อสุขภาพและเพื่อเสริมสวย จะต้องควบคุมคุณภาพมาตรฐาน ความปลอดภัย มีการจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน ควบคุมดูแลอุปกรณ์ให้สะอาดถูกสุขลักษณะ มีชุดปฐมพยาบาลพร้อมใช้งานตลอดเวลา ต้องมีระบบคัดกรองสุขภาพผู้ใช้บริการ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดจากอุปกรณ์บางประเภท ผู้ให้บริการมีความรู้ สำหรับบริการที่ใช้ความร้อน เช่น อบความร้อน อบไอน้ำ จะต้องจัดระบบฉุกเฉินซึ่งสามารถหยุดการทำงานของอุปกรณ์ที่ใช้โดยอัตโนมัติในทันที หากพบเห็นประกอบการที่สงสัยว่าอาจผิดกฎหมายหรือแอบแฝง สามารถแจ้งได้ที่กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2193 7000 ต่อ 18408 ,18411 และสายด่วนคุ้มครองผู้บริโภคด้านบริการสุขภาพ Call center 0 2193 7999 ตลอด 24 ชั่วโมง
ข่าว ?กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
เอาจริง ?ธุรกิจสีเทาแฝงบริการเพศ? ที่ใช้ชื่อสปาหรือสุขภาพบังหน้า หากพบมีความผิดจะปิดทันที
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
