เฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสซิกาไทยเข้มข้นสอบสวนและติดตามสถานการณ์โรคอย่างใกล้ชิด
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสซิกาไทยเข้มข้นสอบสวนและติดตามสถานการณ์โรคอย่างใกล้ชิด
สธ. เผยระบบเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสซิกาไทยเข้มข้น ระดมหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อุดรธานี ร่วมสอบสวนและติดตามสถานการณ์โรคอย่างใกล้ชิด
29 พ.ค.59 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสซิกาที่จังหวัด อุดรธานี นั้น เป็นกรณีเดียวกันที่สืบเนื่องจากที่ศูนย์ป้องกันควบคุมโรคไต้หวันรายงานผ่าน ทางเว็บไซต์ว่าพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นชาวไทยเดินทางเข้าไปทำงาน ในไต้หวัน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้เคยให้ข่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา และประสานไปยังศูนย์ป้องกันควบคุมโรคไต้หวันเพื่อตรวจสอบข้อมูลอย่างต่อ เนื่อง ขณะนี้ผู้ป่วยไม่มีอาการป่วยและเดินทางไปยังที่พักคนงานในไต้หวันแล้ว จากการติดตามข้อมูลไม่พบรายงานผู้ป่วยเพิ่มเติมแต่อย่างใด
สำหรับการดำเนินการควบคุมโรคในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้ส่งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ ทั้งสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 อุดรธานี และสำนักระบาดวิทยา ดำเนินการสอบสวนควบคุมโรคร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีและหน่วย งานสาธารณสุขในพื้นที่ ทันทีที่พบรายงานผู้ป่วยผ่านทางเว็บไซต์ศูนย์ป้องกันควบคุมโรคไต้หวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนควบคุมโรคตามมาตรการการควบคุมโรคติดเชื้อ ไวรัสซิกาของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มข้นในระดับสูงสุด และเป็นไปตามมาตรการองค์การอนามัยโลกและกฎอนามัยระหว่างประเทศอย่างเคร่ง ครัด ส่วนในพื้นที่รอยต่อกับจังหวัดอุดรธานีก็ได้กำชับให้สำนักงานป้องกันควบคุม โรคดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มข้นในระดับสูงสุดเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย มีการเตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการ ทำให้สามารถตรวจหาการติดเชื้อไวรัสซิกาได้เองแล้วส่งผลให้ปีนี้จะมีการพบผู้ ป่วยเพิ่มขึ้นบ้างแต่ยังไม่นับเป็นการระบาดของโรคที่รุนแรงดังเช่นที่ปราก ฎในประเทศแถบลาตินอเมริกา ซึ่งในขณะนี้มีรายงานการพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาใน 9 จังหวัด และมี 7 จังหวัดที่ควบคุมโรคได้แล้ว ได้แก่ นนทบุรี นครราชสีมา พิษณุโลก สุโขทัย กรุงเทพมหานคร อุตรดิตถ์ และกาญจนบุรี
ส่วนในจังหวัดอุดรธานี นั้น เคยมีรายงานผู้ป่วยตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขและสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ได้ดำเนินการป้องกันควบคุมโรคจนพ้นระยะ สามารถควบคุมให้โรคสงบลงได้แล้ว แต่เมื่อมีรายงานพบผู้ป่วยเพิ่มเติม ก็ต้องดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างเข้มข้นต่อไป ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ได้ยกระดับการเฝ้าระวังโรคสูงสุด ทั้งนี้เป็นไปตามตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคติดต่อโรคที่ต้องเฝ้าระวังที่ต้อง ดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ฉบับใหม่ หากพบผู้ป่วยต้องแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขทราบทันที
ขอให้ประชาชนอย่าได้กังวลและตื่นตระหนกในเรื่องดังกล่าว ประชาชนสามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่ขอให้ตระหนักในการป้องกันโรคและช่วยกันกำจัดยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ร่วมกัน ขอให้เชื่อมั่นในระบบเฝ้าระวังของประเทศไทยและติดตามข่าวสารจากกระทรวง สาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ส่วนอาการของโรค ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ข้อบวม ปวดหลัง อาจมีอาการอื่นๆ ได้ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และอุจจาระร่วง ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง อาการเหล่านี้ทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที แต่หากหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อหรือมีอาการดังกล่าวข้างต้น ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว เพราะถ้าติดเชื้ออาจส่งผลต่อทารกที่อยู่ในครรภ์ทำเกิดภาวะสมองเล็กได้
ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงที่จะพบการระบาดได้หลายโรค โดยเฉพาะโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอแนะนำการดูแลสุขภาพสำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์และหญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนี้ 1.กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและกำจัดลูกน้ำยุงลายในบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย โรงเรียน และสถานที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการดำเนินตามมาตรการ 3 เก็บ ?เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ? เพื่อป้องกัน 3 โรคดังกล่าว 2.การป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด โดยใช้ยาทากันยุง นอนในมุ้ง หรือห้องที่มีมุ้งลวด และ 3.หญิงตั้งครรภ์ควรไปฝากครรภ์ที่สถานบริการสาธารณสุขทั่วไป หากพบสถานการณ์หรือมีข้อมูลเพิ่มเติม กระทรวงสาธารณสุขจะแจ้งให้ประชาชนทราบเป็นระยะ ประชาชนสามารถติดตามแนวทางคำแนะนำและข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นปัจจุบันทางเว็บไซต์กรมควบคุมโรค หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข่าว ? กรมควบคุมโรค
29 พ.ค.59 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสซิกาที่จังหวัด อุดรธานี นั้น เป็นกรณีเดียวกันที่สืบเนื่องจากที่ศูนย์ป้องกันควบคุมโรคไต้หวันรายงานผ่าน ทางเว็บไซต์ว่าพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นชาวไทยเดินทางเข้าไปทำงาน ในไต้หวัน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้เคยให้ข่าวไปแล้วเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา และประสานไปยังศูนย์ป้องกันควบคุมโรคไต้หวันเพื่อตรวจสอบข้อมูลอย่างต่อ เนื่อง ขณะนี้ผู้ป่วยไม่มีอาการป่วยและเดินทางไปยังที่พักคนงานในไต้หวันแล้ว จากการติดตามข้อมูลไม่พบรายงานผู้ป่วยเพิ่มเติมแต่อย่างใด
สำหรับการดำเนินการควบคุมโรคในประเทศไทย กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคได้ส่งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ ทั้งสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 8 อุดรธานี และสำนักระบาดวิทยา ดำเนินการสอบสวนควบคุมโรคร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีและหน่วย งานสาธารณสุขในพื้นที่ ทันทีที่พบรายงานผู้ป่วยผ่านทางเว็บไซต์ศูนย์ป้องกันควบคุมโรคไต้หวัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนควบคุมโรคตามมาตรการการควบคุมโรคติดเชื้อ ไวรัสซิกาของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มข้นในระดับสูงสุด และเป็นไปตามมาตรการองค์การอนามัยโลกและกฎอนามัยระหว่างประเทศอย่างเคร่ง ครัด ส่วนในพื้นที่รอยต่อกับจังหวัดอุดรธานีก็ได้กำชับให้สำนักงานป้องกันควบคุม โรคดำเนินการตามมาตรการอย่างเข้มข้นในระดับสูงสุดเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย มีการเตรียมความพร้อมทางห้องปฏิบัติการ ทำให้สามารถตรวจหาการติดเชื้อไวรัสซิกาได้เองแล้วส่งผลให้ปีนี้จะมีการพบผู้ ป่วยเพิ่มขึ้นบ้างแต่ยังไม่นับเป็นการระบาดของโรคที่รุนแรงดังเช่นที่ปราก ฎในประเทศแถบลาตินอเมริกา ซึ่งในขณะนี้มีรายงานการพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาใน 9 จังหวัด และมี 7 จังหวัดที่ควบคุมโรคได้แล้ว ได้แก่ นนทบุรี นครราชสีมา พิษณุโลก สุโขทัย กรุงเทพมหานคร อุตรดิตถ์ และกาญจนบุรี
ส่วนในจังหวัดอุดรธานี นั้น เคยมีรายงานผู้ป่วยตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งสำนักงานสาธารณสุขและสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ได้ดำเนินการป้องกันควบคุมโรคจนพ้นระยะ สามารถควบคุมให้โรคสงบลงได้แล้ว แต่เมื่อมีรายงานพบผู้ป่วยเพิ่มเติม ก็ต้องดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรคอย่างเข้มข้นต่อไป ซึ่งหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ได้ยกระดับการเฝ้าระวังโรคสูงสุด ทั้งนี้เป็นไปตามตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคติดต่อโรคที่ต้องเฝ้าระวังที่ต้อง ดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ฉบับใหม่ หากพบผู้ป่วยต้องแจ้งให้กระทรวงสาธารณสุขทราบทันที
ขอให้ประชาชนอย่าได้กังวลและตื่นตระหนกในเรื่องดังกล่าว ประชาชนสามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่ขอให้ตระหนักในการป้องกันโรคและช่วยกันกำจัดยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ร่วมกัน ขอให้เชื่อมั่นในระบบเฝ้าระวังของประเทศไทยและติดตามข่าวสารจากกระทรวง สาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ส่วนอาการของโรค ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ข้อบวม ปวดหลัง อาจมีอาการอื่นๆ ได้ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และอุจจาระร่วง ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง อาการเหล่านี้ทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที แต่หากหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อหรือมีอาการดังกล่าวข้างต้น ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว เพราะถ้าติดเชื้ออาจส่งผลต่อทารกที่อยู่ในครรภ์ทำเกิดภาวะสมองเล็กได้
ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงที่จะพบการระบาดได้หลายโรค โดยเฉพาะโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอแนะนำการดูแลสุขภาพสำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์และหญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนี้ 1.กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและกำจัดลูกน้ำยุงลายในบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย โรงเรียน และสถานที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการดำเนินตามมาตรการ 3 เก็บ ?เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ? เพื่อป้องกัน 3 โรคดังกล่าว 2.การป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด โดยใช้ยาทากันยุง นอนในมุ้ง หรือห้องที่มีมุ้งลวด และ 3.หญิงตั้งครรภ์ควรไปฝากครรภ์ที่สถานบริการสาธารณสุขทั่วไป หากพบสถานการณ์หรือมีข้อมูลเพิ่มเติม กระทรวงสาธารณสุขจะแจ้งให้ประชาชนทราบเป็นระยะ ประชาชนสามารถติดตามแนวทางคำแนะนำและข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่เป็นปัจจุบันทางเว็บไซต์กรมควบคุมโรค หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข่าว ? กรมควบคุมโรค
เฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสซิกาไทยเข้มข้นสอบสวนและติดตามสถานการณ์โรคอย่างใกล้ชิด
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
