?ระวังโรคฉี่หนู พบได้ตลอดปี ไม่ใช่แค่ช่วงน้ำท่วม เตือนดูแลบ้านเรือนให้สะอาด?
- Press ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อังคาร 17 เม.ย. 2012 4:56 pm
?ระวังโรคฉี่หนู พบได้ตลอดปี ไม่ใช่แค่ช่วงน้ำท่วม เตือนดูแลบ้านเรือนให้สะอาด?
?ระวังโรคฉี่หนู พบได้ตลอดปี ไม่ใช่แค่ช่วงน้ำท่วม สคร.11 เตือนดูแลบ้านเรือนให้สะอาด?
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ชี้โรคฉี่หนูเป็นได้ตลอดทั้งปีไม่ใช่แค่ช่วงน้ำท่วม เตือนประชาชนดูแลบ้านเรือนให้สะอาด กำจัดขยะไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู
แพทย์หญิงศิริลักษณ์ ไทยเจริญ นายแพทย์เชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู เป็นโรคประจำถิ่น ของไทย พบได้ตลอดปี ปัจจุบันพบได้ทั้งในเขตเมืองและชนบท แต่จะพบมากในฤดูฝน ช่วงกรกฎาคม - กันยายนทุกปี ซึ่งเป็นฤดูกาลทำการเกษตรกรรม ช่วงหลังน้ำท่วมและน้ำหลากมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ผู้ที่ต้องสัมผัสดินและน้ำเป็นเวลานาน ๆ เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคฉี่หนูที่ปนเปื้อนตามแหล่งน้ำและดินที่ชื้นแฉะ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ในพื้นที่มีน้ำท่วมขัง หรืออยู่ในที่แออัดมีหนูชุกชุม จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้จะไม่ได้เดินลุยน้ำท่วมขังก็ตาม เพราะคนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า โรคนี้พบได้เฉพาะในทุ่งนาหรือพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงหนูที่อาศัยอยู่ตามอาคารบ้านเรือนหรือสำนักงานต่างๆ หรือที่เรียกว่าหนูบ้าน ก็เป็นพาหะนำโรคนี้มาสู่คนได้เช่นกัน
ได้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังโรคไข้ฉี่หนูในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้วิธีการป้องกันตนเองแก่ประชาชน เพื่อลดการป่วยและการเสียชีวิต หากพบผู้ป่วยรายแรกในพื้นที่ ให้รีบดำเนินการสอบสวนโรคในทันที เพื่อหาปัจจัยเสี่ยง แหล่งแพร่โรค และให้สุขศึกษา เพื่อการป้องกันโรคในผู้ป่วยรายอื่นต่อไป โรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อยู่ในฉี่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เป็นแหล่งรังโรค เช่น หนู วัว ควาย เชื้อโรคนี้มีชีวิตอยู่ในน้ำได้หลายเดือน สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 2 วิธี คือ จากการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อฉี่หนูเข้าไป และเชื้อเข้าทางแผล เยื่อบุในปาก ตา หรือแผล ผิวหนังปกติที่เปียกชื้น เชื้อก็สามารถไชผ่านไปได้ หลังได้รับเชื้อประมาณ 7 - 10 วันจะเริ่มมีอาการ โดยมีไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดตามกล้ามเนื้อมาก ปวดน่องหาก มีอาการดังกล่าว ให้รีบพบแพทย์ทันที โรคนี้มียารักษาหายขาด หากไม่รีบรักษาและปล่อยไว้นานจนอาการมากขึ้น อาจเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนปอดบวม หัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้ออักเสบ สมองและไขสันหลังอักเสบ ไตวาย หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำย่ำโคลนควรสวมรองเท้าบู๊ท และรีบอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเช็ดตัวให้แห้ง ดูแลบ้านเรือนให้สะอาดกำจัดขยะไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ ปิดอาหารมิดชิดป้องกันไม่ให้หนูฉี่รดอาหาร ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกอาหาร ส่วนผู้ที่ชำแหละหนูเพื่อนำมาเป็นอาหาร ควรสวมถุงมือและปรุงให้สุกก่อนรับประทาน
ทั้งนี้ ในปี 2559 จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานผู้ป่วยโรคฉี่หนูทั่วประเทศ 470 ราย เสียชีวิต 5 ราย ใน 43 จังหวัด พบผู้ป่วยทุกภาค จังหวัดที่มีอัตราป่วยมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ พัทลุง อุตรดิตถ์ ศรีษะเกษ นครศรีธรรมราช และยะลา อาชีพที่พบสูงสุดได้แก่ เกษตรกร ร้อยละ 46.0 รองลงมาอาชีพรับจ้าง 20.6 และนักเรียน 11.1 ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคใต้ 1.96 ต่อแสนประชากร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.97 ต่อแสนประชากร ภาคเหนือ 0.59 ต่อแสนประชากร ภาคกลาง 0.03 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ
สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช ชี้โรคฉี่หนูเป็นได้ตลอดทั้งปีไม่ใช่แค่ช่วงน้ำท่วม เตือนประชาชนดูแลบ้านเรือนให้สะอาด กำจัดขยะไม่ให้เป็นแหล่งอาศัยของหนู
แพทย์หญิงศิริลักษณ์ ไทยเจริญ นายแพทย์เชี่ยวชาญ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกัน ควบคุมโรคที่ 11 จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า โรคเลปโตสไปโรซิส (Leptospirosis) หรือโรคฉี่หนู เป็นโรคประจำถิ่น ของไทย พบได้ตลอดปี ปัจจุบันพบได้ทั้งในเขตเมืองและชนบท แต่จะพบมากในฤดูฝน ช่วงกรกฎาคม - กันยายนทุกปี ซึ่งเป็นฤดูกาลทำการเกษตรกรรม ช่วงหลังน้ำท่วมและน้ำหลากมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ผู้ที่ต้องสัมผัสดินและน้ำเป็นเวลานาน ๆ เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคฉี่หนูที่ปนเปื้อนตามแหล่งน้ำและดินที่ชื้นแฉะ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เช่น ในพื้นที่มีน้ำท่วมขัง หรืออยู่ในที่แออัดมีหนูชุกชุม จะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้จะไม่ได้เดินลุยน้ำท่วมขังก็ตาม เพราะคนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า โรคนี้พบได้เฉพาะในทุ่งนาหรือพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงหนูที่อาศัยอยู่ตามอาคารบ้านเรือนหรือสำนักงานต่างๆ หรือที่เรียกว่าหนูบ้าน ก็เป็นพาหะนำโรคนี้มาสู่คนได้เช่นกัน
ได้ให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังโรคไข้ฉี่หนูในพื้นที่อย่างใกล้ชิด เร่งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้วิธีการป้องกันตนเองแก่ประชาชน เพื่อลดการป่วยและการเสียชีวิต หากพบผู้ป่วยรายแรกในพื้นที่ ให้รีบดำเนินการสอบสวนโรคในทันที เพื่อหาปัจจัยเสี่ยง แหล่งแพร่โรค และให้สุขศึกษา เพื่อการป้องกันโรคในผู้ป่วยรายอื่นต่อไป โรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อยู่ในฉี่ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เป็นแหล่งรังโรค เช่น หนู วัว ควาย เชื้อโรคนี้มีชีวิตอยู่ในน้ำได้หลายเดือน สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 2 วิธี คือ จากการรับประทานอาหาร หรือดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อฉี่หนูเข้าไป และเชื้อเข้าทางแผล เยื่อบุในปาก ตา หรือแผล ผิวหนังปกติที่เปียกชื้น เชื้อก็สามารถไชผ่านไปได้ หลังได้รับเชื้อประมาณ 7 - 10 วันจะเริ่มมีอาการ โดยมีไข้สูงทันทีทันใด ปวดศีรษะ ปวดตามกล้ามเนื้อมาก ปวดน่องหาก มีอาการดังกล่าว ให้รีบพบแพทย์ทันที โรคนี้มียารักษาหายขาด หากไม่รีบรักษาและปล่อยไว้นานจนอาการมากขึ้น อาจเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนปอดบวม หัวใจล้มเหลว กล้ามเนื้ออักเสบ สมองและไขสันหลังอักเสบ ไตวาย หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำย่ำโคลนควรสวมรองเท้าบู๊ท และรีบอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเช็ดตัวให้แห้ง ดูแลบ้านเรือนให้สะอาดกำจัดขยะไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ ปิดอาหารมิดชิดป้องกันไม่ให้หนูฉี่รดอาหาร ดื่มน้ำสะอาดหรือน้ำต้มสุกอาหาร ส่วนผู้ที่ชำแหละหนูเพื่อนำมาเป็นอาหาร ควรสวมถุงมือและปรุงให้สุกก่อนรับประทาน
ทั้งนี้ ในปี 2559 จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรค สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค รายงานผู้ป่วยโรคฉี่หนูทั่วประเทศ 470 ราย เสียชีวิต 5 ราย ใน 43 จังหวัด พบผู้ป่วยทุกภาค จังหวัดที่มีอัตราป่วยมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ พัทลุง อุตรดิตถ์ ศรีษะเกษ นครศรีธรรมราช และยะลา อาชีพที่พบสูงสุดได้แก่ เกษตรกร ร้อยละ 46.0 รองลงมาอาชีพรับจ้าง 20.6 และนักเรียน 11.1 ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ ภาคใต้ 1.96 ต่อแสนประชากร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.97 ต่อแสนประชากร ภาคเหนือ 0.59 ต่อแสนประชากร ภาคกลาง 0.03 ต่อแสนประชากร ตามลำดับ
?ระวังโรคฉี่หนู พบได้ตลอดปี ไม่ใช่แค่ช่วงน้ำท่วม เตือนดูแลบ้านเรือนให้สะอาด?
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (13 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
