
ผลิตภัณฑ์กันแดด หรือที่เราเรียกว่า sun protection, sun screen หมายถึง ครีม สเปรย์ เจล หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ใช้บนผิวหนัง ซึ่งมีส่วนผสมของสารที่ช่วยดูดซับหรือสะท้อน รังสีอัลตราไวโอเลต (Ultraviolet : UV) จากแสงอาทิตย์ ดังนั้นจึงช่วยปกป้องผิวจากแสงอาทิตย์ ที่เป็นสาเหตุของ ผิวคล้ำ แดดเผา (อาจมีอาการแสบร้อน) และแม้แต่ป้องกันมะเร็ง ผิวหนังได้
รังสี UV ที่มาจากแสงอาทิตย์ เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นสั้น เราจึงไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า รังสี UV แบ่งออกเป็น 3 ชนิด UV-A, UV-B และ UV-C ซึ่งรังสี UV-C จะมีพลังงานสูงสุด แต่จะถูกชั้นบรรยากาศของโลกกั้นไว้ จึงไม่สามารถลงมาสู่ผิวโลกได้ ส่วนรังสี UV-A และ UV-B สามารถลงมาสู่ผิวโลกได้ โดยรังสีทั้งสองชนิดนี้ จะทำลายผิว UV-A เป็นสาเหตุของการเกิดผิวหนังเหี่ยวย่น (Skin aging) ฝ้าและจุดด่างดำ UV-B มักเป็นสาเหตุของผิวหนังไหม้ แดดเผา คล้ำ (Sun burn) แต่รังสีทั้งสองชนิดนี้สามารถทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง (Skin cancer) ได้
Sun Protection Factor (SPF) หมายถึง หน่วยวัดความสามารถของผลิตภัณฑ์กันแดดที่ปกป้องการไหม้แดงของผิวหนังจากรังสี UV-B เช่น ถ้าผิวหนังเราไหม้แดงใน 20 นาทีโดยที่ไม่ได้ทาผลิตภัณฑ์ป้องกัน การใช้ SPF 15 จะหมายถึง ความสามารถป้องกันผิวหนังไหม้แดงได้นานถึง 15 เท่า ซึ่งก็ประมาณ 5 ชั่วโมง เป็นต้น แต่ไม่ได้หมายความว่า SPF 30 จะสามารถป้องกันได้เป็น 2 เท่าของ SPF 15 โดยผลิตภัณฑ์ที่มีค่า SPF มากกว่า 50 ขึ้นไป จะมีความสามารถป้องกันรังสี UV-B เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
Protection grade of UV-A (PA) หมายถึง ค่าที่สมาคมเครื่องสำอางแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้กำหนดขึ้น แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ ในการป้องกันความดำคล้ำของผิวหนังที่เกิดจากรังสี UV-A โดยใช้เครื่องหมายบวก (+) แสดงระดับของประสิทธิภาพ ตั้งแต่ระดับ PA+ (พอใช้), PA++ (สูง), PA+++ (สูงมาก)
Broad-spectrum sunscreen หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UV-A และ UV-B
ปัจจุบันนี้ กระทรวงสาธารณสุข ไม่อนุญาตให้ระบุข้อความ ?waterproof? หรือ ?sweatproof? หรือ ?sunblocks? บนฉลากของผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด เพราะอาจทำให้ผู้บริโภคคาดหวังกับผลิตภัณฑ์ที่มากเกินไป หรือทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้
Sunscreen ที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ป้องกันแดด แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ physical sunscreen และ chemical sunscreen ซึ่งทั้งสองชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ดังนี้
Physical sunscreen หมายถึง สารกรองรังสียูวี หรือ UV filter ที่ปกป้องผิวหนังโดยการสะท้อน (deflecting) หรือ กั้น (blocking) รังสียูวีไว้ ได้แก่ titanium dioxide (TiO2) และ zinc oxide (ZnO) สารทั้งสองชนิดนี้มีความคงตัว มักไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ หรือระคายเคือง (titanium dioxide อาจก่อให้เกิดการอุดตันของผิวหนัง ซึ่งเป็นสาเหตุของสิว ได้ในบางคน) โดยที่ titanium dioxide ป้องกัน UV-B ได้แต่ไม่ทั้งหมดของ UV-A ในขณะที่ zinc oxide ป้องกันได้ทั้ง UV-A และ UV-B โดยความสามารถป้องกันรังสียูวีจะเกิดขึ้นทันทีหลังการใช้ แต่สารทั้งสองชนิดนี้มีข้อเสีย คือ มักทิ้งคราบขาว และเมื่อทาจะรู้สึกหน้าหนาๆ ซึ่งอาจไม่เป็นที่พึงพอใจสำหรับบางคน
Chemical sunscreen หมายถึง สารกรองรังสียูวี ที่ปกป้องผิวโดยการดูดซับ (absorbing) รังสียูวี หรือบางชนิดกระจาย (scatter) รังสียูวี ได้แก่ otylcrylene, avobenzone, oxtinoxate, oxtisalate, oxybenzone, 4-MBC, helioplex และ mexoryl SX, XL เป็นต้น สารชนิดนี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง จึงต้องระวังในคนที่ผิวแพ้ง่าย โดยสารชนิดนี้สามารถปกป้องได้ทั้ง UV-A และ UV-B แต่ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของสารและความคงตัวของสารนั้น ๆ ความสามารถในการป้องกันรังสียูวีจะไม่เกิดขึ้นทันที แต่จะเกิดขึ้นหลังการใช้ประมาณ 20 นาที chemical sunscreen มักไม่มีสีและกลิ่น บางครั้งจึงใช้ผสมในเครื่องสำอางหรือรองพื้น
ดังนั้นสำหรับประเทศไทยเราที่มีแสงแดดจ้า การใช้ครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพราะนอกจากจะช่วยปกป้องผิวไม่ให้คล้ำ หรือเกิดจุดด่างดำแล้ว ยังช่วยป้องกันผิวจากความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งอีกด้วย โดยควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป และสามารถป้องกันทั้ง UV-A และ UV-B ด้วยจึงจะปลอดภัย
ขอบคุณข้อมูลจาก www.skinacea.com, www.pharmacy.mahidol.ac.th, สำนักควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย กระทรวงสาธารณสุข
