การเตรียมตัวผ่าตัดก่อนศัลยกรรม ต้องทำอย่างไรบ้าง
-
- โรงพยาบาลไอดี ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: จันทร์ 29 ก.พ. 2016 1:56 pm
การเตรียมตัวผ่าตัดก่อนศัลยกรรม ต้องทำอย่างไรบ้าง
การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรม

ในกรณีที่เราตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะทำศัลยกรรม เราจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมกับสิ่งต่างๆ
ที่จะเกิดขึ้น และอาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เพื่อเป็นการป้องกันและลดปัญหาดังกล่าว
เราควรมีการเตรียมตัวอย่างไร เป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยมากๆ

1.เตรียมเวลา
ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดใดๆก็ตาม ย่อมทำให้เกิดรอยเขียวช้ำและบวมได้ มากน้อยแล้วแต่ชนิดของศัลยกรรม
เช่น ตาสองชั้นแบบเย็บสามจุด ก็จะบวมและช้ำน้อยกว่าการผ่าตัดแบบกรีด หรือการทำเลเซอร์ถุงใต้ตา
ก็บวมน้อยกว่าการผ่าตัดจากด้านนอก เป็นต้น ดังนั้นการเตรียมเวลาให้เพียงพอต่อการหายที่พอจะ
ไปทำธุระได้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง อันนี้คงแล้วแต่หน้าที่การงานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ประเภทที่บอกว่า ?ไม่บวมช้ำเลย? ถ้าเป็นศัลยกรรมแล้ว ?ไม่มี ? ครับ การที่เราไม่เผื่อเวลาไว้
อาจทำให้เสียงานสำคัญๆได้
ส่วนจะให้สวยสมบูรณ์แบบคงต้องใช้เวลาพอสมควรโดยทั่วไปประมาณ 1-3 เดือน

2.เตรียมร่างกาย
ร่างกายที่แข็งแรงย่อมส่งผลให้การผ่าตัดและการหายของแผลเป็นไปด้วยดี ไม่มีปัญหาแทรกซ้อน
เช่น คนที่มีความดันสูงก็ควรควบคุมความดันให้ดีก่อน คนที่เป็นหวัดก็ไม่ควรเข้ารับการทำศัลยกรรม
เป็นต้น สำหรับสุภาพสตรีก็ควรเว้นการทำศัลยกรรมในช่วงที่มีประจำเดือน เนื่องจากจะเสียเลือด
ได้ง่ายกว่าปกติเล็กน้อย (แต่ถ้าสุดวิสัยจริงๆก็ทำได้ เพียงแต่อาจบวมนานกว่าปกติเล็กน้อย)
ควรแจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และศัลยกรรมที่เคยทำมาก่อนให้แพทย์ได้รับทราบด้วยทุกครั้ง

3.เรื่องยาและอาหารเสริม
เนื่องจากในปัจจุบัน ความนิยมในการรับประทานอาหารเสริมและวิตามินมีมากขึ้น
ซึ่งบางชนิดมีผลต่อการบวมช้ำของแผลได้ เช่นวิตามิน เอ,วิตามิน อี ,น้ำมันตับปลา(Fish oil)
เป็นต้น ควรงดก่อนการผ่าตัดประมาณ 3?5 วัน และถ้าเป็นยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดเช่น
Aspirin ,Coumadin ควรงดอย่่างน้อย7?10 วัน หลังผ่าตัดสามารถกลับมารับประทานได้ปกติทันที
อาหารเสริมพวกคอลลาเจนหรือวิตามิน ซี รวมถึงยาที่รักษาโรคประจำตัว เช่น ความดัน
เบาหวาน สามารถรับประทานได้ตามปกติไม่ต้องงด ในกรณีที่ไม่แน่ใจควรแจ้งให้แพทย์
ทราบก่อนทุกครั้งในทางกลับกันก็มียาสมุนไพรบางชนิดที่สามารถช่วยลดอาการเขียวช้ำได้
เช่น ในกลุ่ม Arnica Herbs เป็นต้น แต่ต้องรับประทานก่อนผ่าตัดประมาณ 1-2วัน ส่วนยาจีนอื่นๆ
อันนี้ต้องแล้วแต่ความเชื่อครับ

4.เรื่องแอลกอฮอล์และบุหรี่
ควรงดหรือลดก่อนผ่าตัดประมาณ 1-2 วัน และหลังผ่าตัดประมาณ หนึ่งสัปดาห์
เนื่องจากทั้งสองมีผลต่อหลอดเลือด ทำให้การหายของแผลช้าลง และถ้าเป็นการผ่าตัดใหญ่
เช่น การผ่าตัดดึงหน้า หรือการตัดไขมันหน้าท้อง นิโคตินในบุหรี่อาจทำให้ผิวหนังเสี่ยงต่อ
การขาดเลือดและผิวหนังตายได้

5.การเตรียมใจ
เป็นสิ่งสำคัญมากๆ อย่าคาดหวังว่าจะสวยหรือดูดี ?ทันที? เป็นอันขาด มันไม่ใช่ ?Instant Magic?
ที่สามารถเนรมิตได้ทันที ห้ามเอาวิธีคิดแบบการทำทรีทเม้นต์มาใช้กับการทำศัลยกรรม
หมอบางท่านที่คุ้นเคยกับการทำทรีทเม้นต์มานาน มักให้คำมั่นสัญญาเรื่องการพักฟื้นที่สั้นเกินจริง
เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับงานศัลยกรรม จนบางครั้งทำให้คนไข้เสียงานใหญ่ก็มีให้เห็นแล้ว
สำหรับผู้ที่มีประวัติเขียวช้ำง่าย เช่น แค่ชนโต๊ะ ก็เขียวช้ำเป็นสัปดาห์ กรณีนี้ยิ่งต้องเตรียมใจเผื่อไว้นานหน่อย
ไม่มีหมอคนไหนอยากให้คนไข้ของตนเอง บวมนานหายช้า แต่ในบางครั้งมันก็สุดวิสัยจริงๆ
ดังนั้นการเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้พร้อมย่อมลดผลกระทบไปแล้วระดับหนึ่ง
ส่วนที่เหลืออาจต้องทำใจบ้างเหมือนกัน ความสวยและความสุขจากงานศัลยกรรม
มักต้องผ่านขั้นตอนนี้ทุกคนมากน้อยต่างกัน ดังสุภาษิตฝรั่งที่ว่า No Pain,No Gain
.............................................................................................................................................................
ขอขอบคุณข้อมูลจากนพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม
.............................................................................................................................................................
เรียบเรียงโดย - https://www.facebook.com/thai.idhospital , http://idhospitalthai.blogspot.kr

ในกรณีที่เราตัดสินใจแน่นอนแล้วว่าจะทำศัลยกรรม เราจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวให้พร้อมกับสิ่งต่างๆ
ที่จะเกิดขึ้น และอาจจะเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เพื่อเป็นการป้องกันและลดปัญหาดังกล่าว
เราควรมีการเตรียมตัวอย่างไร เป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยมากๆ

1.เตรียมเวลา
ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดใดๆก็ตาม ย่อมทำให้เกิดรอยเขียวช้ำและบวมได้ มากน้อยแล้วแต่ชนิดของศัลยกรรม
เช่น ตาสองชั้นแบบเย็บสามจุด ก็จะบวมและช้ำน้อยกว่าการผ่าตัดแบบกรีด หรือการทำเลเซอร์ถุงใต้ตา
ก็บวมน้อยกว่าการผ่าตัดจากด้านนอก เป็นต้น ดังนั้นการเตรียมเวลาให้เพียงพอต่อการหายที่พอจะ
ไปทำธุระได้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง อันนี้คงแล้วแต่หน้าที่การงานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
ประเภทที่บอกว่า ?ไม่บวมช้ำเลย? ถ้าเป็นศัลยกรรมแล้ว ?ไม่มี ? ครับ การที่เราไม่เผื่อเวลาไว้
อาจทำให้เสียงานสำคัญๆได้
ส่วนจะให้สวยสมบูรณ์แบบคงต้องใช้เวลาพอสมควรโดยทั่วไปประมาณ 1-3 เดือน

2.เตรียมร่างกาย
ร่างกายที่แข็งแรงย่อมส่งผลให้การผ่าตัดและการหายของแผลเป็นไปด้วยดี ไม่มีปัญหาแทรกซ้อน
เช่น คนที่มีความดันสูงก็ควรควบคุมความดันให้ดีก่อน คนที่เป็นหวัดก็ไม่ควรเข้ารับการทำศัลยกรรม
เป็นต้น สำหรับสุภาพสตรีก็ควรเว้นการทำศัลยกรรมในช่วงที่มีประจำเดือน เนื่องจากจะเสียเลือด
ได้ง่ายกว่าปกติเล็กน้อย (แต่ถ้าสุดวิสัยจริงๆก็ทำได้ เพียงแต่อาจบวมนานกว่าปกติเล็กน้อย)
ควรแจ้งโรคประจำตัว ประวัติการแพ้ยา และศัลยกรรมที่เคยทำมาก่อนให้แพทย์ได้รับทราบด้วยทุกครั้ง

3.เรื่องยาและอาหารเสริม
เนื่องจากในปัจจุบัน ความนิยมในการรับประทานอาหารเสริมและวิตามินมีมากขึ้น
ซึ่งบางชนิดมีผลต่อการบวมช้ำของแผลได้ เช่นวิตามิน เอ,วิตามิน อี ,น้ำมันตับปลา(Fish oil)
เป็นต้น ควรงดก่อนการผ่าตัดประมาณ 3?5 วัน และถ้าเป็นยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดเช่น
Aspirin ,Coumadin ควรงดอย่่างน้อย7?10 วัน หลังผ่าตัดสามารถกลับมารับประทานได้ปกติทันที
อาหารเสริมพวกคอลลาเจนหรือวิตามิน ซี รวมถึงยาที่รักษาโรคประจำตัว เช่น ความดัน
เบาหวาน สามารถรับประทานได้ตามปกติไม่ต้องงด ในกรณีที่ไม่แน่ใจควรแจ้งให้แพทย์
ทราบก่อนทุกครั้งในทางกลับกันก็มียาสมุนไพรบางชนิดที่สามารถช่วยลดอาการเขียวช้ำได้
เช่น ในกลุ่ม Arnica Herbs เป็นต้น แต่ต้องรับประทานก่อนผ่าตัดประมาณ 1-2วัน ส่วนยาจีนอื่นๆ
อันนี้ต้องแล้วแต่ความเชื่อครับ

4.เรื่องแอลกอฮอล์และบุหรี่
ควรงดหรือลดก่อนผ่าตัดประมาณ 1-2 วัน และหลังผ่าตัดประมาณ หนึ่งสัปดาห์
เนื่องจากทั้งสองมีผลต่อหลอดเลือด ทำให้การหายของแผลช้าลง และถ้าเป็นการผ่าตัดใหญ่
เช่น การผ่าตัดดึงหน้า หรือการตัดไขมันหน้าท้อง นิโคตินในบุหรี่อาจทำให้ผิวหนังเสี่ยงต่อ
การขาดเลือดและผิวหนังตายได้

5.การเตรียมใจ
เป็นสิ่งสำคัญมากๆ อย่าคาดหวังว่าจะสวยหรือดูดี ?ทันที? เป็นอันขาด มันไม่ใช่ ?Instant Magic?
ที่สามารถเนรมิตได้ทันที ห้ามเอาวิธีคิดแบบการทำทรีทเม้นต์มาใช้กับการทำศัลยกรรม
หมอบางท่านที่คุ้นเคยกับการทำทรีทเม้นต์มานาน มักให้คำมั่นสัญญาเรื่องการพักฟื้นที่สั้นเกินจริง
เนื่องจากไม่คุ้นเคยกับงานศัลยกรรม จนบางครั้งทำให้คนไข้เสียงานใหญ่ก็มีให้เห็นแล้ว
สำหรับผู้ที่มีประวัติเขียวช้ำง่าย เช่น แค่ชนโต๊ะ ก็เขียวช้ำเป็นสัปดาห์ กรณีนี้ยิ่งต้องเตรียมใจเผื่อไว้นานหน่อย
ไม่มีหมอคนไหนอยากให้คนไข้ของตนเอง บวมนานหายช้า แต่ในบางครั้งมันก็สุดวิสัยจริงๆ
ดังนั้นการเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้พร้อมย่อมลดผลกระทบไปแล้วระดับหนึ่ง
ส่วนที่เหลืออาจต้องทำใจบ้างเหมือนกัน ความสวยและความสุขจากงานศัลยกรรม
มักต้องผ่านขั้นตอนนี้ทุกคนมากน้อยต่างกัน ดังสุภาษิตฝรั่งที่ว่า No Pain,No Gain
.............................................................................................................................................................
ขอขอบคุณข้อมูลจากนพ.นิเวศ เสริมศีลธรรม
.............................................................................................................................................................
เรียบเรียงโดย - https://www.facebook.com/thai.idhospital , http://idhospitalthai.blogspot.kr
การเตรียมตัวผ่าตัดก่อนศัลยกรรม ต้องทำอย่างไรบ้าง
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (23 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (12 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (65 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (16 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (10 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (38 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (47 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (16 views)
