มาทำความรู้จักวิตามินที่โดดเด่น ในการเป็นสารต้านอนุมูลในครีมบำรุงผิวกันดีกว่า
- สุขภาพดี ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 18 มี.ค. 2011 9:10 am
มาทำความรู้จักวิตามินที่โดดเด่น ในการเป็นสารต้านอนุมูลในครีมบำรุงผิวกันดีกว่า
วิตามินกับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ(antioxidant)

วิตามิน (vitamin) คืออะไร ?
วิตามิน คือ สารประกอบอินทรีย์ ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต สร้างพลังงานและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย วิตามินเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ โดยวิตามินจะมีทั้งหมด 13 ชนิด ที่เราควรได้รับ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกาย

สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) คืออะไร ?
สารต้านอนุมูลอิสระ คือ สารที่สามารถปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระ (free radical) หรือสารที่สามารถป้องกันหรือยับยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่ของปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (เป็นปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดขึ้น และก่อให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นภายในร่างกาย) ซึ่งนอกจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกายแล้วยังมีอนุมูลอิสระจากสภาวะแวดล้อมภายนอก เช่น มลภาวะในอากาศ การสูบบุหรี่ หรือ รังสี UV เป็นต้น อนุมูลอิสระเหล่านี้จะทำลายเซลล์ และเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเหี่ยวย่นของผิวหนัง และความเสื่อมของเซลล์จนทำให้เซลล์ตาย
มาทำความรู้จักวิตามินที่ โดดเด่น ในการเป็นสารต้านอนุมูลในครีมบำรุงผิวกันดีกว่า
1. วิตามินอี (tocopherol) : วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน พบได้มากในน้ำมันจากธัญพืช และถั่วประเภทเปลือกแข็ง วิตามินอีในธรรมชาติมีทั้งหมด 8 แบบ ซึ่งเราจะได้รับครบทั้ง 8 แบบถ้าเรารับประทานอาหารที่หลากหลายและสมดุล วิตามินอีมีทั้งรูปแบบรับประทานและครีมทาผิว นักวิทยาศาสตร์พบว่าวิตามินอีมีบทบาทสำคัญในการช่วยชะลออายุของผิวหนัง (anti-aging) ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น (anti-wrinkle) ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น (improve skin moisturization) นุ่มนวล (softness) และเรียบเนียน (smoothness) นอกจากนี้ยังช่วยชะลอความแก่ของส่วนต่างๆของร่างกาย (สำหรับวิตามินอีในรูปแบบรับประทาน) ลดการสร้างแผลเป็น และปกป้องผิวจากแสงอาทิตย์อีกด้วย

2. วิตามินเอ (Retinol): วิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมันเช่นเดียวกับวิตามินอี วิตามินเอในธรรมชาติ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามแหล่งที่มา คือ
2.1 วิตามินเอที่ได้จากสัตว์ ซึ่งอยู่ในรูปแบบวิตามินอยู่แล้วและพร้อมใช้งาน เรียกว่า preformed vitamin A หรือ retinol พบได้มากในน้ำมันตับปลา ไข่ นมสด เป็นต้น
2.2 วิตามินเอที่ได้จากพืช เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ เรียกว่า provitamin A หรือ carotenoid ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ (retinol) ก่อนจึงจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ carotenoid จะมีทั้งรูปแบบ beta-carotene, alpha-carotene และ beta-cryptoxanthin โดยที่ beta-carotene จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเปลี่ยนเป็น retinol วิตามินเอที่ได้จากพืช พบมากในผัก ผลไม้ที่มีสีเหลือง ส้ม แดง และเขียวเข้ม เช่น ตำลึง คะน้า แครอท บลอกโคลี ผักโขม ฟักทอง มะเขือเทศ มะละกอสุก เป็นต้น
วิตามินเอช่วยในการบำรุงสายตา และช่วยในการมองเห็น ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน เสริมสร้างความต้านทานของระบบหายใจ และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น ปัจจุบันได้มีการนำวิตามินเอมาใช้ในรูปแบบยาทาเพื่อบำรุงผิวพรรณ เนื่องจากวิตามินเอช่วยชะลออายุของผิวหนัง (anti-aging) ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น (anti-wrinkle) ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ไม่หยาบกร้าน รักษารอยแผลเป็นที่เป็นหลุม นอกจากนี้ยังใช้ในการรักษาสิวอักเสบที่ไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ สิวอุดตัน ปัญหาผิวหน้ามัน และช่วยลบจุดด่างดำอีกด้วย

3. วิตามินซี : วิตามินซี หรือเรียกอีกอย่างนึงว่า กรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในน้ำ จึงไม่สะสมในร่างกาย วิตามินซีถูกทำลายได้ง่ายด้วย ความร้อน ออกซิเจน ความแห้ง และแม้แต่การเก็บรักษา วิตามินซีสามารถสูญเสียได้ในระหว่างทำอาหารเพียงแค่ 2-3 นาที จากผักบางชนิด ดังนั้นแหล่งอาหารที่ดีที่สุดของวิตามินซีคือผักสดและผลไม้สด เช่น ฝรั่ง ส้ม มะละกอ มะม่วง มะนาว เป็นต้น เรารู้จักและคุ้นเคยวิตามินซีกันเป็นอย่างดี เนื่องจากใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ วิตามิซีมีทั้งรูปแบบกินและทาเหมือนวิตามินอีและเอ วิตามินซีมีความสำคัญในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยในการสร้างคอลลาเจน (collagen) รักษาหลอดหลอดฝอย จึงใช้รักษาและป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ช่วยกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กให้ดีขึ้น นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยในการป้องกันและรักษาไขหวัดได้อีกด้วย วิตามินซีที่ผสมในครีมบำรุงผิวจะถูกปรับโครงสร้างเพื่อให้มีคุณสมบัติในการละลายน้ำได้น้อยลง เพื่อให้มีความคงตัวมากขึ้น จึงช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยชะลอและยืดอายุของผิวหนังได้

4. ซีลีเนียม (Selenium) : เป็นสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ ซีลีเนียมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำงานสัมพันธ์กับวิตามินอี ซีลีเนียมเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ glutathione peroxidase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สำคัญในการกำกัดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกาย จึงช่วยปกป้องเซลล์และเนื้อเยื่อ ชะลอขบวนการทำให้เกิดความชรา ชะลอการแก่ตายของเซลล์ ซีลีเนียมยังช่วยคงความยืดหยุ่น และความอ่อนเยาว์ของผิว นอกจากนี้ยังช่วยในการทำงานของหัวใจ ส่งเสริมให้การเจริญเติบโตของร่างกายเป็นไปตามปกติควบคุมสุขภาพของสายตา ผิวหนัง และผม ส่งเสริมให้ประจำเดือนเป็นปกติ และน้ำอสุจิแข็งแรง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง ซีลีเนียมพบมากใน บริวเวอร์ยีส ข้าวต่างๆ กล้ามเนื้อสัตว์ เครื่องใน อาหารทะเล กระเทียม เห็ดต่างๆ และผลิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น
ข้อมูลอ้างอิงจาก 1. http://www.webmd.com 2. https://ods.od.nih.gov 3. http://www.pharmacy.mahidol.ac.th 4. http://www.vitaminsdiary.com 5. http://www.nlm.nih.gov
บทความโดย สุขภาพดี.com
ขอบคุณภาพจาก pixabay
#วิตามิน #สารต้านอนุมูลอิสระ #antioxidant

วิตามิน (vitamin) คืออะไร ?
วิตามิน คือ สารประกอบอินทรีย์ ซึ่งเป็นสารอาหารที่สำคัญที่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อย เพื่อช่วยในการเจริญเติบโต สร้างพลังงานและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย วิตามินเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ โดยวิตามินจะมีทั้งหมด 13 ชนิด ที่เราควรได้รับ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ของร่างกาย

สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) คืออะไร ?
สารต้านอนุมูลอิสระ คือ สารที่สามารถปกป้องเซลล์จากการถูกทำลายด้วยอนุมูลอิสระ (free radical) หรือสารที่สามารถป้องกันหรือยับยั้งปฏิกิริยาลูกโซ่ของปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (เป็นปฏิกิริยาทางเคมีที่เกิดขึ้น และก่อให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นภายในร่างกาย) ซึ่งนอกจากอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในร่างกายแล้วยังมีอนุมูลอิสระจากสภาวะแวดล้อมภายนอก เช่น มลภาวะในอากาศ การสูบบุหรี่ หรือ รังสี UV เป็นต้น อนุมูลอิสระเหล่านี้จะทำลายเซลล์ และเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความเหี่ยวย่นของผิวหนัง และความเสื่อมของเซลล์จนทำให้เซลล์ตาย
มาทำความรู้จักวิตามินที่ โดดเด่น ในการเป็นสารต้านอนุมูลในครีมบำรุงผิวกันดีกว่า
1. วิตามินอี (tocopherol) : วิตามินอีเป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน พบได้มากในน้ำมันจากธัญพืช และถั่วประเภทเปลือกแข็ง วิตามินอีในธรรมชาติมีทั้งหมด 8 แบบ ซึ่งเราจะได้รับครบทั้ง 8 แบบถ้าเรารับประทานอาหารที่หลากหลายและสมดุล วิตามินอีมีทั้งรูปแบบรับประทานและครีมทาผิว นักวิทยาศาสตร์พบว่าวิตามินอีมีบทบาทสำคัญในการช่วยชะลออายุของผิวหนัง (anti-aging) ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น (anti-wrinkle) ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น (improve skin moisturization) นุ่มนวล (softness) และเรียบเนียน (smoothness) นอกจากนี้ยังช่วยชะลอความแก่ของส่วนต่างๆของร่างกาย (สำหรับวิตามินอีในรูปแบบรับประทาน) ลดการสร้างแผลเป็น และปกป้องผิวจากแสงอาทิตย์อีกด้วย

2. วิตามินเอ (Retinol): วิตามินเอเป็นวิตามินที่ละลายในไขมันเช่นเดียวกับวิตามินอี วิตามินเอในธรรมชาติ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มตามแหล่งที่มา คือ
2.1 วิตามินเอที่ได้จากสัตว์ ซึ่งอยู่ในรูปแบบวิตามินอยู่แล้วและพร้อมใช้งาน เรียกว่า preformed vitamin A หรือ retinol พบได้มากในน้ำมันตับปลา ไข่ นมสด เป็นต้น
2.2 วิตามินเอที่ได้จากพืช เป็นสารตั้งต้นของวิตามินเอ เรียกว่า provitamin A หรือ carotenoid ซึ่งเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ (retinol) ก่อนจึงจะสามารถใช้ประโยชน์ได้ carotenoid จะมีทั้งรูปแบบ beta-carotene, alpha-carotene และ beta-cryptoxanthin โดยที่ beta-carotene จะมีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเปลี่ยนเป็น retinol วิตามินเอที่ได้จากพืช พบมากในผัก ผลไม้ที่มีสีเหลือง ส้ม แดง และเขียวเข้ม เช่น ตำลึง คะน้า แครอท บลอกโคลี ผักโขม ฟักทอง มะเขือเทศ มะละกอสุก เป็นต้น
วิตามินเอช่วยในการบำรุงสายตา และช่วยในการมองเห็น ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน เสริมสร้างความต้านทานของระบบหายใจ และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ดีขึ้น ปัจจุบันได้มีการนำวิตามินเอมาใช้ในรูปแบบยาทาเพื่อบำรุงผิวพรรณ เนื่องจากวิตามินเอช่วยชะลออายุของผิวหนัง (anti-aging) ช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่น (anti-wrinkle) ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ไม่หยาบกร้าน รักษารอยแผลเป็นที่เป็นหลุม นอกจากนี้ยังใช้ในการรักษาสิวอักเสบที่ไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ สิวอุดตัน ปัญหาผิวหน้ามัน และช่วยลบจุดด่างดำอีกด้วย

3. วิตามินซี : วิตามินซี หรือเรียกอีกอย่างนึงว่า กรดแอสคอร์บิก (ascorbic acid) เป็นวิตามินที่ละลายได้ดีในน้ำ จึงไม่สะสมในร่างกาย วิตามินซีถูกทำลายได้ง่ายด้วย ความร้อน ออกซิเจน ความแห้ง และแม้แต่การเก็บรักษา วิตามินซีสามารถสูญเสียได้ในระหว่างทำอาหารเพียงแค่ 2-3 นาที จากผักบางชนิด ดังนั้นแหล่งอาหารที่ดีที่สุดของวิตามินซีคือผักสดและผลไม้สด เช่น ฝรั่ง ส้ม มะละกอ มะม่วง มะนาว เป็นต้น เรารู้จักและคุ้นเคยวิตามินซีกันเป็นอย่างดี เนื่องจากใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ วิตามิซีมีทั้งรูปแบบกินและทาเหมือนวิตามินอีและเอ วิตามินซีมีความสำคัญในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยในการสร้างคอลลาเจน (collagen) รักษาหลอดหลอดฝอย จึงใช้รักษาและป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ช่วยกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กให้ดีขึ้น นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยในการป้องกันและรักษาไขหวัดได้อีกด้วย วิตามินซีที่ผสมในครีมบำรุงผิวจะถูกปรับโครงสร้างเพื่อให้มีคุณสมบัติในการละลายน้ำได้น้อยลง เพื่อให้มีความคงตัวมากขึ้น จึงช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยชะลอและยืดอายุของผิวหนังได้

4. ซีลีเนียม (Selenium) : เป็นสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับมนุษย์ ซีลีเนียมเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทำงานสัมพันธ์กับวิตามินอี ซีลีเนียมเป็นส่วนประกอบของเอนไซม์ glutathione peroxidase ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สำคัญในการกำกัดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในร่างกาย จึงช่วยปกป้องเซลล์และเนื้อเยื่อ ชะลอขบวนการทำให้เกิดความชรา ชะลอการแก่ตายของเซลล์ ซีลีเนียมยังช่วยคงความยืดหยุ่น และความอ่อนเยาว์ของผิว นอกจากนี้ยังช่วยในการทำงานของหัวใจ ส่งเสริมให้การเจริญเติบโตของร่างกายเป็นไปตามปกติควบคุมสุขภาพของสายตา ผิวหนัง และผม ส่งเสริมให้ประจำเดือนเป็นปกติ และน้ำอสุจิแข็งแรง เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง ซีลีเนียมพบมากใน บริวเวอร์ยีส ข้าวต่างๆ กล้ามเนื้อสัตว์ เครื่องใน อาหารทะเล กระเทียม เห็ดต่างๆ และผลิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น
ข้อมูลอ้างอิงจาก 1. http://www.webmd.com 2. https://ods.od.nih.gov 3. http://www.pharmacy.mahidol.ac.th 4. http://www.vitaminsdiary.com 5. http://www.nlm.nih.gov
บทความโดย สุขภาพดี.com
ขอบคุณภาพจาก pixabay
#วิตามิน #สารต้านอนุมูลอิสระ #antioxidant
มาทำความรู้จักวิตามินที่โดดเด่น ในการเป็นสารต้านอนุมูลในครีมบำรุงผิวกันดีกว่า
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (3 views)
- เปิดรายชื่อ Premium Clinic ด้านทันตกรรม เพิ่มทางเลือกประชาชน เข้าถึงบริการทันตกรรมเฉพาะทางคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม (2 views)
- เปิด “คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ครบวงจร” One Stop Service เพิ่มทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนป่วย ด้วยราคาประชาชนเข้าถึงได้ (1 views)
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,239 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (31 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (8 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (9 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (15 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
