Skip ไปที่เนื้อหา

กรมควบคุมโรค แนะเกณฑ์การคัดกรองผู้บริจาคเลือด กรณีป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกา


  • News ออฟไลน์
  • โพสต์: 0
  • ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm

กรมควบคุมโรค แนะเกณฑ์การคัดกรองผู้บริจาคเลือด กรณีป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกา

 โพสต์ News    557

26 ก.พ.59 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ประเทศไทยได้ดำเนินการควบคุม โรคติดเชื้อไวรัสซิกาตามมาตรการองค์การอนามัยโลกและกฎอนามัยระหว่างประเทศมาโดยตลอด รวมถึงมีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้จัดการประชุมคณะอนุกรรมการวิชาการและยุทธศาสตร์เพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ซึ่งเป็นการประชุมปรึกษาหารือผู้เชี่ยวชาญ เรื่อง โรคติดเชื้อไวรัสซิกา เพื่อเตรียมการเฝ้าระวังและหารือมาตรการป้องกันโรคดังกล่าว

จากการประชุม ได้มีข้อเสนอแนะกรณีป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในการบริจาคเลือด ซึ่งการคัดกรองผู้บริจาคเลือด ผู้บริจาคต้องผ่านเกณฑ์ดังนี้ 1.ผู้ที่บริจาคเลือดจะต้องไม่มีอาการไข้ หรือ ผื่น ร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือตาแดง ปวดข้อ ปวดหัว อ่อนเพลีย ภายใน 4 สัปดาห์ก่อนบริจาคเลือด 2.ผู้ที่บริจาคเลือดต้องไม่ได้อยู่ในครอบครัวเดียวกัน และ ไม่มีประวัติมีเพศสัมพันธ์กับผู้มีอาการดังข้างต้น 3.ผู้ที่บริจาคเลือดต้องไม่มีประวัติเพิ่งเดินทางกลับมาจากประเทศที่มีการระบาด ภายใน 4 สัปดาห์ก่อนบริจาคเลือด ทั้งนี้ หากผู้บริจาคเลือดที่บริจาคเลือดไปแล้ว มีอาการไข้ หรือ ผื่น ร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ ตาแดง ปวดข้อ ปวดหัว อ่อนเพลีย หลังจากบริจาคเลือดภายใน 2 สัปดาห์ ต้องรีบแจ้งกลับมายังศูนย์บริจาคโลหิต สำหรับข้อเสนอแนะเพิ่มเติมในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกา คือ 1.ควรมีระบบการติดตามทารกที่คลอดจากมารดาที่ได้รับเลือดขณะตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในช่วงการตั้งครรภ์ ไตรมาสแรก 2.แจ้งบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเกี่ยวกับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3.การคัดกรองเลือดก่อนให้หญิงมีครรภ์ (ไม่รวมขณะคลอด) ให้พิจารณาตรวจภาวะติดเชื้อไวรัสซิกาในเลือดก่อนถ่ายเลือดให้หญิงมีครรภ์ ซึ่งภายในเดือนนี้จะมีการเชิญประชุมศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย และโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ และรายละเอียดแนวทางปฏิบัติเรื่องการรับบริจาคเลือดต่อไป

สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสซิกาในประเทศ ณ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 จังหวัดที่พบผู้ป่วยคือ กรุงเทพมหานคร อุดรธานี ได้ดำเนินการควบคุมป้องกันโรคตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข ด้วยมาตรการ 3-3-1 โดยทางจังหวัดอุดรธานี สามารถดำเนินการควบคุมโรคได้ดี ซึ่งจากการประเมินค่าดัชนีลูกน้ำยุงในพื้นที่ที่พบผู้ป่วยมีค่าเป็นศูนย์แล้ว เนื่องมาจากการระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและอาสาสมัครสาธารณสุขที่ทุ่มเทกำลังความสามารถอย่างเต็มที่ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานเป็นอย่างดี และที่สำคัญคือประชาชนช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทำให้การควบคุมป้องกันโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่พบผู้ป่วยเพิ่ม

โรคติดเชื้อไวรัสซิกาจะมียุงพาหะคือยุงลายบ้านเช่นเดียวกับไข้เลือดออก แต่โอกาสที่จะเกิดการระบาดของไข้ซิกานั้นมีน้อย เนื่องจากประเทศไทยไม่มีแหล่งรังโรคของไวรัสซิกา โดยโรคนี้มีระยะฟักตัวเฉลี่ย 4-7 วัน สั้นสุด 3 วันและยาว 12 วัน อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ข้อบวม ปวดหลัง อาจมีอาการอื่นๆ ได้ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และอุจจาระร่วง ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง อาการเหล่านี้ทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหญิงตั้งครรภ์ หากมีอาการดังกล่าวข้างต้น ควรรีบมาพบแพทย์โดยเร็ว โดยสามารถมารับการรักษาและปรึกษาได้ที่คลินิกเวชศาสตร์การท่องเที่ยวและการเดินทาง สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อนมหาวิทยาลัยมหิดล และสามารถรับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง

ในโอกาสนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนให้ร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ทั้งในบ้าน รอบๆ บ้านและในชุมชน ทั้งคนในครอบครัวและคนในชุมชนเอง ไม่จำเป็นต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการให้ โดยให้ถือว่าเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันในเรื่องนี้ ทั้งการช่วยกันค้นหาและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายร่วมกัน ตามมาตรการ?3 เก็บ 3 โรค? ได้แก่ เก็บบ้าน ให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลาย และเก็บน้ำ ปิดให้มิดชิดหรือเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกสัปดาห์ไม่ให้ยุงลายวางไข่ ซึ่งสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ ไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ถ้ามีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

 กรมควบคุมโรค แนะเกณฑ์การคัดกรองผู้บริจาคเลือด กรณีป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสซิกา
 เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ

เครื่องกดนับแยกชนิดเม็ดเลือดขาว Genius Count DiffCount