ผู้เชี่ยวชาญชี้โรคติดเชื้อไวรัสซิกาโอกาสระบาดในไทยน้อยถึงปานกลาง แนะทุกบ้านร่วมกำจัดยุงลาย
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ผู้เชี่ยวชาญชี้โรคติดเชื้อไวรัสซิกาโอกาสระบาดในไทยน้อยถึงปานกลาง แนะทุกบ้านร่วมกำจัดยุงลาย
คณะผู้เชี่ยวชาญ ชี้?โรคติดเชื้อไวรัสซิกา?โอกาสระบาดในไทยเล็กน้อยถึงปานกลาง แนะทุกบ้านร่วมกำจัดยุงลาย
ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ด้านแมลงนำโรค ด้านโรคติดเชื้อและด้านห้องปฏิบัติการวินิจฉัย ชี้โรคติดเชื้อไวรัสซิกามีโอกาสระบาดในประเทศไทยเล็กน้อยถึงปานกลาง เตือนประชาชนที่มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ให้พบแพทย์ทันที หากจะไปในพื้นที่โรคระบาดควรปรึกษาแพทย์ก่อน ขอความร่วมมือประชาชนต้องช่วยกัน ?ปราบยุงลาย? โรคนี้รักษาตามอาการ อาการมักไม่รุนแรงหายเองได้
4 ก.พ. 59 ที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการและยุทธศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อม ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2559 และประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ด้านแมลงนำโรค ด้านโรคติดเชื้อและด้านห้องปฏิบัติการวินิจฉัย ว่า องค์การอนามัยโลกรายงานข้อมูลปี 2558- 30 มกราคม 2559 พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ใน 26 ประเทศ ทั้งนี้ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ได้ประชุมภาวะฉุกเฉินภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ เพื่อพิจารณาสถานการณ์และความเสี่ยง และประกาศเป็นภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ให้ทั่วโลกช่วยกันรับมือกับไวรัสดังกล่าว
ในประเทศไทยพบผู้ป่วยครั้งแรก พ.ศ.2555-2558 กระจายอยู่ทุกภาคเฉลี่ยปีละ 5 ราย การประเมินความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคนี้ฯในประเทศมีเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ ช่องทางหลักผ่านทางการโดนยุงลายกัด และช่องทางที่เป็นไปได้ เช่น จากมารดาที่ป่วยสู่ทารกในครรภ์ รวมทั้งทางการมีเพศสัมพันธ์ แต่พบได้น้อยมาก สำหรับการเฝ้าระวังโรคมีข้อแนะนำให้ดำเนินการใน 4 ประเด็น ได้แก่ การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา การเฝ้าระวังในทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด และการเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท โดยได้เตรียมทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วไว้พร้อมออกสอบสวนโรคทันที นอกจากนี้ ได้เฝ้าระวังในกลุ่มผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดที่มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ อีกด้วย โรคนี้อาการมักไม่รุนแรง หายได้เอง ตรวจยืนยันเชื้อได้ด้วยห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเครือข่าย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลและสถาบันบำราศนราดูร
ทั้งนี้ ได้แนะนำให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ 1.ในกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้เฝ้าระวังโรคใน 4 ประเด็นข้างต้น รักษาผู้ป่วยตามแนวทางการรักษา ส่งตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการและควบคุมแมลงพาหะนำโรค 2.ในส่วนประชาชน เน้นการกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายและป้องกันไม่ให้ยุงกัด เช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก หาก มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ อาจมีโอกาสเป็นโรคนี้ ขอให้พบแพทย์ทันที โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ 3.ในผู้ที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ระบาด ต้องระมัดระวังไม่ให้ยุงกัด สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวให้มิดชิด ใช้ยาทาป้องกันยุงกัด หากเป็นหญิงตั้งครรภ์ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทาง ขอเน้นย้ำว่า โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดจำนวนยุงลาย ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งเป็นยุงในบ้าน ประชาชนต้องช่วยกัน ?ปราบยุงลาย? ในบ้านและในชุมชนของตนเอง เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันควบคุมโรค ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ด้านแมลงนำโรค ด้านโรคติดเชื้อและด้านห้องปฏิบัติการวินิจฉัย ชี้โรคติดเชื้อไวรัสซิกามีโอกาสระบาดในประเทศไทยเล็กน้อยถึงปานกลาง เตือนประชาชนที่มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ให้พบแพทย์ทันที หากจะไปในพื้นที่โรคระบาดควรปรึกษาแพทย์ก่อน ขอความร่วมมือประชาชนต้องช่วยกัน ?ปราบยุงลาย? โรคนี้รักษาตามอาการ อาการมักไม่รุนแรงหายเองได้
4 ก.พ. 59 ที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านวิชาการและยุทธศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อม ป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ครั้งที่ 2/2559 และประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ด้านแมลงนำโรค ด้านโรคติดเชื้อและด้านห้องปฏิบัติการวินิจฉัย ว่า องค์การอนามัยโลกรายงานข้อมูลปี 2558- 30 มกราคม 2559 พบผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสซิกา ใน 26 ประเทศ ทั้งนี้ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ได้ประชุมภาวะฉุกเฉินภายใต้กฎอนามัยระหว่างประเทศ เพื่อพิจารณาสถานการณ์และความเสี่ยง และประกาศเป็นภัยฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ให้ทั่วโลกช่วยกันรับมือกับไวรัสดังกล่าว
ในประเทศไทยพบผู้ป่วยครั้งแรก พ.ศ.2555-2558 กระจายอยู่ทุกภาคเฉลี่ยปีละ 5 ราย การประเมินความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโรคนี้ฯในประเทศมีเล็กน้อยถึงปานกลาง ส่วนความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ ช่องทางหลักผ่านทางการโดนยุงลายกัด และช่องทางที่เป็นไปได้ เช่น จากมารดาที่ป่วยสู่ทารกในครรภ์ รวมทั้งทางการมีเพศสัมพันธ์ แต่พบได้น้อยมาก สำหรับการเฝ้าระวังโรคมีข้อแนะนำให้ดำเนินการใน 4 ประเด็น ได้แก่ การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา การเฝ้าระวังในทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด และการเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท โดยได้เตรียมทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วไว้พร้อมออกสอบสวนโรคทันที นอกจากนี้ ได้เฝ้าระวังในกลุ่มผู้เดินทางจากพื้นที่ระบาดที่มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ อีกด้วย โรคนี้อาการมักไม่รุนแรง หายได้เอง ตรวจยืนยันเชื้อได้ด้วยห้องปฏิบัติการกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และเครือข่าย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดลและสถาบันบำราศนราดูร
ทั้งนี้ ได้แนะนำให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการดังนี้ 1.ในกลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้เฝ้าระวังโรคใน 4 ประเด็นข้างต้น รักษาผู้ป่วยตามแนวทางการรักษา ส่งตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการและควบคุมแมลงพาหะนำโรค 2.ในส่วนประชาชน เน้นการกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลายและป้องกันไม่ให้ยุงกัด เช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก หาก มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ อาจมีโอกาสเป็นโรคนี้ ขอให้พบแพทย์ทันที โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ 3.ในผู้ที่ต้องเดินทางไปพื้นที่ระบาด ต้องระมัดระวังไม่ให้ยุงกัด สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวให้มิดชิด ใช้ยาทาป้องกันยุงกัด หากเป็นหญิงตั้งครรภ์ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทาง ขอเน้นย้ำว่า โรคนี้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการลดจำนวนยุงลาย ด้วยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ซึ่งเป็นยุงในบ้าน ประชาชนต้องช่วยกัน ?ปราบยุงลาย? ในบ้านและในชุมชนของตนเอง เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันควบคุมโรค ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
ผู้เชี่ยวชาญชี้โรคติดเชื้อไวรัสซิกาโอกาสระบาดในไทยน้อยถึงปานกลาง แนะทุกบ้านร่วมกำจัดยุงลาย
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- อย. รับรอง 7 แพลตฟอร์มแรก Telepharmacy เพิ่มการเข้าถึงเภสัชกรอย่างปลอดภัย (25 views)
- สบยช. จัดกิจกรรมเชิงรุกรับ “วันต่อต้านยาเสพติดโลก 2569” มุ่งสร้างเกราะป้องกันเด็กและเยาวชน (13 views)
- ภัยเงียบในซองเล็ก “นิโคตินถุง” เสี่ยงได้รับพิษนิโคตินเฉียบพลัน เพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (65 views)
- เตือนผู้สูงอายุใส่ใจสุขภาพช่องปาก แนะตรวจรอยโรคเป็นประจำ พร้อมเผยแนวทางดูแลฟันเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (17 views)
- จักษุแพทย์แนะ ก่อน - หลังผ่าตัดต้อกระจก ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร (10 views)
- Spondylolisthesis คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการรักษา (39 views)
- Longevity คืออะไร? รู้จักเคล็ดลับอายุยืน สุขภาพดี คนยุคใหม่ต้องรู้ (48 views)
- คอเลสเตอรอลสูงต้องรู้! 15 อาหารลดไขมันในเส้นเลือด ที่แนะนำ (16 views)
