กรมควบคุมโรค จัดสัมมนาวิชาการ ?ผนึกกำลัง เผชิญหน้าความท้าทาย สู่เป้าหมายลดโรคภัยอย่างยั่งยืน?
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมควบคุมโรค จัดสัมมนาวิชาการ ?ผนึกกำลัง เผชิญหน้าความท้าทาย สู่เป้าหมายลดโรคภัยอย่างยั่งยืน?
กรมควบคุมโรค จัดสัมมนาวิชาการป้องกันควบคุมโรคแห่งชาติ ?ผนึกกำลัง เผชิญหน้าความท้าทาย สู่เป้าหมายลดโรคภัยอย่างยั่งยืน?

27 ม.ค.59 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการฯ กรุงเทพฯ นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมนายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค และผู้บริหารจากกรมควบคุมโรค ร่วมเปิดการสัมมนาวิชาการป้องกันควบคุมโรคแห่งชาติ ประจำปี 2559 ในหัวข้อ ?ผนึกกำลัง เผชิญหน้าความท้าทาย สู่เป้าหมายลดโรคภัยอย่างยั่งยืน?
นายแพทย์ธวัช กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาสุขภาพที่เป็นความท้าทายใหม่ๆ ทั้งโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุคของการเปิดประชาคมอาเซียนตั้งแต่ปีนี้ ซึ่งสภาพปัญหาเหล่านี้มีความสลับซับซ้อน ดังนั้นการทำงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดสัมฤทธิ์ผลก็ต้องอาศัยความมุ่งมั่น และความร่วมมือร่วมใจในการทำงานจากทุกภาคส่วน ทั้งในระดับส่วนกลาง เขต จังหวัด และท้องถิ่น
การดำเนินงานที่เกิดจากความร่วมมือกัน ทำให้มีการพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคให้มีความไว สามารถตรวจจับสถานการณ์และตอบสนองให้เกิดการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างรวดเร็ว ส่วนโรคติดต่ออุบัติใหม่ก็ได้เตรียมการรับมือกับโรคระบาดที่เกิดขึ้นใหม่ในต่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยไม่มีการระบาดของโรครุนแรง เช่น โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์ส การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในแถบทวีปอาฟริกา เป็นต้น
ด้านนายแพทย์อำนวย กล่าวว่า การตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้น กรมควบคุมโรคได้พัฒนาความร่วมมือกับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ สร้างความเข้มแข็งของแผนงานควบคุมโรคพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคให้มีความไว พัฒนาระบบการเตือนภัยล่วงหน้า เร่งรัดให้เกิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขทั้งในระดับส่วนกลางและระดับพื้นที่ ออกกฎหมายใหม่ เช่น พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพื่อให้สามารถดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ และจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล
สำหรับเป้าหมายลดโรคและภัยสุขภาพอย่างยั่งยืน ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายไว้หลายเรื่อง เช่น การรักษาสถานะปลอดโปลิโอ(ประเทศไทยปลอดโปลิโอตั้งแต่ปี 2540), ปี 2563 ผู้ป่วยหัดไม่เกิน 1 ต่อ ประชากรล้านคน(66 ราย), ปี 2563 ผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ไม่เกิน 100 ราย และปี 2567 ทุกอำเภอของประเทศปลอดจากมาลาเรีย เป็นต้น ทั้งนี้ ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เกิดความท้าทายต่อระบบป้องกันควบคุมโรค ทั้งสถานการณ์ด้านระบบสุขภาพ การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมของประชาชน เป็นต้น ซึ่งกรมควบคุมโรคมีมาตรการที่ยึดหลักการมีส่วนร่วมและการผนึกกำลังมุ่งสู่ความยั่งยืน โดยแยกเป็นมาตรการในแต่ละเรื่องเพื่อให้ชัดเจนในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมีระบบสนับสนุนงานป้องกัน ควบคุมโรค 5 เรื่อง ดังนี้ 1.การพัฒนาแผน เพื่อช่วยส่งเสริมความเข้มแข็งของการดำเนินงาน 2.การพัฒนากำลังคนด้านระบาดวิทยาภาคสนาม 3.จัดหางบประมาณสนับสนุน 4.การพัฒนาระบบควบคุมโรคและภัยสุขภาพ (ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน) และ 5.มีพระราชบัญญัติต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน
การสัมมนาครั้งนี้ มีผู้สนใจจากหน่วยงานและเครือข่ายทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วมกว่า 1,700 คน และมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ การบรรยายพิเศษและการอภิปรายใหญ่ การอภิปรายห้องย่อย 16 เรื่อง การนำเสนอผลงานวิชาการ 151 เรื่อง แยกเป็นบรรยาย 53 เรื่อง โปสเตอร์ 54 เรื่อง อิเลคทรอนิกส์-โปสเตอร์ 44 เรื่อง นิทรรศการเสนอผลงานเด่นของเครือข่าย 32 บูธ และ 20 บอร์ด เช่น ผลงานของอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งดีเด่นปี 2558 ผลงานของทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว(SRRT) ผลงานที่ได้รับรางวัลจาก กพร.ปี 2558 และผลงานภาพถ่ายเชิงประวัติศาสตร์ 15 ภาพ เป็นต้น หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422

27 ม.ค.59 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการฯ กรุงเทพฯ นายแพทย์ธวัช สุนทราจารย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข พร้อมนายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค และผู้บริหารจากกรมควบคุมโรค ร่วมเปิดการสัมมนาวิชาการป้องกันควบคุมโรคแห่งชาติ ประจำปี 2559 ในหัวข้อ ?ผนึกกำลัง เผชิญหน้าความท้าทาย สู่เป้าหมายลดโรคภัยอย่างยั่งยืน?
นายแพทย์ธวัช กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาสุขภาพที่เป็นความท้าทายใหม่ๆ ทั้งโรคติดต่อ โรคไม่ติดต่อ โรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุคของการเปิดประชาคมอาเซียนตั้งแต่ปีนี้ ซึ่งสภาพปัญหาเหล่านี้มีความสลับซับซ้อน ดังนั้นการทำงานให้มีประสิทธิภาพและเกิดสัมฤทธิ์ผลก็ต้องอาศัยความมุ่งมั่น และความร่วมมือร่วมใจในการทำงานจากทุกภาคส่วน ทั้งในระดับส่วนกลาง เขต จังหวัด และท้องถิ่น
การดำเนินงานที่เกิดจากความร่วมมือกัน ทำให้มีการพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคให้มีความไว สามารถตรวจจับสถานการณ์และตอบสนองให้เกิดการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างรวดเร็ว ส่วนโรคติดต่ออุบัติใหม่ก็ได้เตรียมการรับมือกับโรคระบาดที่เกิดขึ้นใหม่ในต่างประเทศ ทำให้ประเทศไทยไม่มีการระบาดของโรครุนแรง เช่น โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลางหรือโรคเมอร์ส การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาในแถบทวีปอาฟริกา เป็นต้น
ด้านนายแพทย์อำนวย กล่าวว่า การตอบสนองต่อความท้าทายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นนั้น กรมควบคุมโรคได้พัฒนาความร่วมมือกับเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ สร้างความเข้มแข็งของแผนงานควบคุมโรคพัฒนาระบบเฝ้าระวังโรคให้มีความไว พัฒนาระบบการเตือนภัยล่วงหน้า เร่งรัดให้เกิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขทั้งในระดับส่วนกลางและระดับพื้นที่ ออกกฎหมายใหม่ เช่น พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 เพื่อให้สามารถดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและภัยสุขภาพ และจัดการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขและภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิผล
สำหรับเป้าหมายลดโรคและภัยสุขภาพอย่างยั่งยืน ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายไว้หลายเรื่อง เช่น การรักษาสถานะปลอดโปลิโอ(ประเทศไทยปลอดโปลิโอตั้งแต่ปี 2540), ปี 2563 ผู้ป่วยหัดไม่เกิน 1 ต่อ ประชากรล้านคน(66 ราย), ปี 2563 ผู้ป่วยโรคเรื้อนรายใหม่ไม่เกิน 100 ราย และปี 2567 ทุกอำเภอของประเทศปลอดจากมาลาเรีย เป็นต้น ทั้งนี้ ปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เกิดความท้าทายต่อระบบป้องกันควบคุมโรค ทั้งสถานการณ์ด้านระบบสุขภาพ การเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพฤติกรรมของประชาชน เป็นต้น ซึ่งกรมควบคุมโรคมีมาตรการที่ยึดหลักการมีส่วนร่วมและการผนึกกำลังมุ่งสู่ความยั่งยืน โดยแยกเป็นมาตรการในแต่ละเรื่องเพื่อให้ชัดเจนในการดำเนินงาน นอกจากนี้ ยังมีระบบสนับสนุนงานป้องกัน ควบคุมโรค 5 เรื่อง ดังนี้ 1.การพัฒนาแผน เพื่อช่วยส่งเสริมความเข้มแข็งของการดำเนินงาน 2.การพัฒนากำลังคนด้านระบาดวิทยาภาคสนาม 3.จัดหางบประมาณสนับสนุน 4.การพัฒนาระบบควบคุมโรคและภัยสุขภาพ (ตรวจจับเร็ว ตอบโต้ทัน) และ 5.มีพระราชบัญญัติต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อน
การสัมมนาครั้งนี้ มีผู้สนใจจากหน่วยงานและเครือข่ายทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วมกว่า 1,700 คน และมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ การบรรยายพิเศษและการอภิปรายใหญ่ การอภิปรายห้องย่อย 16 เรื่อง การนำเสนอผลงานวิชาการ 151 เรื่อง แยกเป็นบรรยาย 53 เรื่อง โปสเตอร์ 54 เรื่อง อิเลคทรอนิกส์-โปสเตอร์ 44 เรื่อง นิทรรศการเสนอผลงานเด่นของเครือข่าย 32 บูธ และ 20 บอร์ด เช่น ผลงานของอำเภอควบคุมโรคเข้มแข็งดีเด่นปี 2558 ผลงานของทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว(SRRT) ผลงานที่ได้รับรางวัลจาก กพร.ปี 2558 และผลงานภาพถ่ายเชิงประวัติศาสตร์ 15 ภาพ เป็นต้น หากประชาชนมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
กรมควบคุมโรค จัดสัมมนาวิชาการ ?ผนึกกำลัง เผชิญหน้าความท้าทาย สู่เป้าหมายลดโรคภัยอย่างยั่งยืน?
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (12 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (25 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
