กรมอนามัย แนะวิธีคลายหนาว กินอาหารเผ็ดร้อน ช่วยร่างกายอุ่น
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมอนามัย แนะวิธีคลายหนาว กินอาหารเผ็ดร้อน ช่วยร่างกายอุ่น
กรมอนามัย แนะประชาชนในพื้นที่ที่ยังคงมีอากาศหนาวเย็น กินอาหารที่มีประโยชน์ถูกหลักโภชนาการ เพื่อสุขภาพที่ดี และเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย

นายแพทย์ณัฐพร วงษ์ศุทธิภากร รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงการบริโภคอาหารเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ในช่วงหน้าหนาว ว่า ในช่วงนี้บางจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีอากาศที่หนาวเย็น การบริโภคอาหารที่ดีมีประโยชน์ จะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่น โดยเลือกกินให้ครบตั้งแต่ 1) ข้าว แป้ง อาหารหมู่นี้ให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรตเป็นหลักมีหน้าที่หลักในการให้พลังงานแก่ร่างกายเพื่อใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำงาน เดิน ทำงานบ้าน ออกกำลังกาย เป็นต้น ถ้ากินอาหารหมู่นี้มากเกินความต้องการของร่างกาย สารอาหารคาร์โบไฮเดรตจะถูกเปลี่ยนไปอยู่ในรูปไขมันสะสมในร่างกาย ควรเลือกกินข้าวแป้งที่ผ่านการขัดสีน้อย ผ่านการปรุงใหม่ๆ และยังร้อนอยู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับความอบอุ่นเพิ่มด้วย 2)เนื้อสัตว์ ให้สารอาหารโปรตีนเป็นหลัก รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุ ให้เลือกเป็นเนื้อสัตว์ล้วนไม่ติดหนัง ไม่มีมันแทรก เพื่อหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวที่ส่งผลต่อภาวะอ้วนและไขมันอุดตันในหลอดเลือด 3)ผักและผลไม้ เป็นแหล่งของใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะอาหารที่มี รสเปรี้ยว หรือเปรี้ยวอมขมจะมีวิตามินซี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย ต้านหวัดได้ อาหารที่มีวิตามินซีที่เหมาะกับหน้าหนาว ได้แก่ กระเจี๊ยบ ดอกแค ขี้เหล็ก ยอดมะขาม หรือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และมีรสเปรี้ยวต่างๆ เช่น ฝรั่ง ส้ม เป็นต้น และอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อนส่วนมากจะเป็นอาหารจำพวกเครื่องเทศ และสมุนไพร อาหารกลุ่มนี้จะกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย ทำให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่นขึ้นได้ เช่น พริกไทย พริก ขิง กระเทียม หัวหอม เป็นต้น และในผักผลไม้ยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญ ทำให้ผิวมีสุขภาพดี นุ่ม ชุ่มชื้นอีกด้วย
4) ไขมัน เป็นตัวช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แต่การกินอาหารไขมันสูง จะไม่ทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นทันที โดยเฉพาะประเทศไทยอากาศไม่ได้หนาวจัดเหมือนต่างประเทศจึงไม่จำเป็นต้องสะสมไขมันไว้ป้องกันตนเองในหน้าหนาว ซึ่งน้ำมันช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ ดี อี และเค จึงควรเลือกกินไขมันชนิดดีในการปรุงอาหารให้เหมาะสมใน 1วัน ไม่ควรกินเกิน 6ช้อนชา ควรใช้น้ำมันหลากหลายชนิดสลับกันไป ใช้น้ำมันที่ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวสูงแต่น้อย เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม และน้ำมันจากสัตว์ และ 5) น้ำ แม้ร่างกายจะได้น้ำจากผักผลไม้แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในช่วง หน้าหนาว ซึ่งในร่างกายนั้นมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงร้อยละ 70 ของน้ำหนักตัว ทั้งน้ำที่อยู่ภายในเซลล์ น้ำที่อยู่ภายนอกเซลล์ และเลือด น้ำจึงมีความสำคัญในการเป็นตัวกลางในการเกิดกระบวนการเผาผลาญต่างๆ ในร่างกาย ควรดื่มน้ำอุ่นให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8แก้ว โดยค่อยๆ จิบระหว่างมื้อ เพื่อให้ร่างกายได้รับความอบอุ่นจากน้ำ จะช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ นุ่ม ชุ่มชื้น ไม่เหี่ยวก่อนวัยอันควรด้วย
"นอกจากนี้ ควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำสัปดาห์ละ 5 วัน ครั้งละ 30 นาที เพื่อให้ร่างกาย แข็งแรง ระบบหมุนเวียนโลหิตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดชื่น และยังช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ทำให้มีสุขภาพดีอีกด้วย? รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
ข่าว/ภาพ ? กรมอนามัย

นายแพทย์ณัฐพร วงษ์ศุทธิภากร รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยถึงการบริโภคอาหารเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ในช่วงหน้าหนาว ว่า ในช่วงนี้บางจังหวัดในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีอากาศที่หนาวเย็น การบริโภคอาหารที่ดีมีประโยชน์ จะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่น โดยเลือกกินให้ครบตั้งแต่ 1) ข้าว แป้ง อาหารหมู่นี้ให้สารอาหารคาร์โบไฮเดรตเป็นหลักมีหน้าที่หลักในการให้พลังงานแก่ร่างกายเพื่อใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ทำงาน เดิน ทำงานบ้าน ออกกำลังกาย เป็นต้น ถ้ากินอาหารหมู่นี้มากเกินความต้องการของร่างกาย สารอาหารคาร์โบไฮเดรตจะถูกเปลี่ยนไปอยู่ในรูปไขมันสะสมในร่างกาย ควรเลือกกินข้าวแป้งที่ผ่านการขัดสีน้อย ผ่านการปรุงใหม่ๆ และยังร้อนอยู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับความอบอุ่นเพิ่มด้วย 2)เนื้อสัตว์ ให้สารอาหารโปรตีนเป็นหลัก รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุ ให้เลือกเป็นเนื้อสัตว์ล้วนไม่ติดหนัง ไม่มีมันแทรก เพื่อหลีกเลี่ยงไขมันอิ่มตัวที่ส่งผลต่อภาวะอ้วนและไขมันอุดตันในหลอดเลือด 3)ผักและผลไม้ เป็นแหล่งของใยอาหาร วิตามินและแร่ธาตุ โดยเฉพาะอาหารที่มี รสเปรี้ยว หรือเปรี้ยวอมขมจะมีวิตามินซี ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันแก่ร่างกาย ต้านหวัดได้ อาหารที่มีวิตามินซีที่เหมาะกับหน้าหนาว ได้แก่ กระเจี๊ยบ ดอกแค ขี้เหล็ก ยอดมะขาม หรือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และมีรสเปรี้ยวต่างๆ เช่น ฝรั่ง ส้ม เป็นต้น และอาหารที่มีรสชาติเผ็ดร้อนส่วนมากจะเป็นอาหารจำพวกเครื่องเทศ และสมุนไพร อาหารกลุ่มนี้จะกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดในร่างกาย ทำให้ร่างกายรู้สึกอบอุ่นขึ้นได้ เช่น พริกไทย พริก ขิง กระเทียม หัวหอม เป็นต้น และในผักผลไม้ยังมีน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญ ทำให้ผิวมีสุขภาพดี นุ่ม ชุ่มชื้นอีกด้วย
4) ไขมัน เป็นตัวช่วยให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย แต่การกินอาหารไขมันสูง จะไม่ทำให้ร่างกายอบอุ่นขึ้นทันที โดยเฉพาะประเทศไทยอากาศไม่ได้หนาวจัดเหมือนต่างประเทศจึงไม่จำเป็นต้องสะสมไขมันไว้ป้องกันตนเองในหน้าหนาว ซึ่งน้ำมันช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายในไขมัน เช่น วิตามินเอ ดี อี และเค จึงควรเลือกกินไขมันชนิดดีในการปรุงอาหารให้เหมาะสมใน 1วัน ไม่ควรกินเกิน 6ช้อนชา ควรใช้น้ำมันหลากหลายชนิดสลับกันไป ใช้น้ำมันที่ประกอบด้วยไขมันอิ่มตัวสูงแต่น้อย เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม และน้ำมันจากสัตว์ และ 5) น้ำ แม้ร่างกายจะได้น้ำจากผักผลไม้แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในช่วง หน้าหนาว ซึ่งในร่างกายนั้นมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึงร้อยละ 70 ของน้ำหนักตัว ทั้งน้ำที่อยู่ภายในเซลล์ น้ำที่อยู่ภายนอกเซลล์ และเลือด น้ำจึงมีความสำคัญในการเป็นตัวกลางในการเกิดกระบวนการเผาผลาญต่างๆ ในร่างกาย ควรดื่มน้ำอุ่นให้ได้อย่างน้อยวันละ 6-8แก้ว โดยค่อยๆ จิบระหว่างมื้อ เพื่อให้ร่างกายได้รับความอบอุ่นจากน้ำ จะช่วยให้ผิวอิ่มน้ำ นุ่ม ชุ่มชื้น ไม่เหี่ยวก่อนวัยอันควรด้วย
"นอกจากนี้ ควรหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำสัปดาห์ละ 5 วัน ครั้งละ 30 นาที เพื่อให้ร่างกาย แข็งแรง ระบบหมุนเวียนโลหิตทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดชื่น และยังช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกิน ทำให้มีสุขภาพดีอีกด้วย? รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด
ข่าว/ภาพ ? กรมอนามัย
กรมอนามัย แนะวิธีคลายหนาว กินอาหารเผ็ดร้อน ช่วยร่างกายอุ่น
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (13 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
