กรมควบคุมโรค เตรียมเปิดตัว?บางโคล่ โมเดล? ต้นแบบป้องกันควบคุมวัณโรคในเมืองใหญ่
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
กรมควบคุมโรค เตรียมเปิดตัว?บางโคล่ โมเดล? ต้นแบบป้องกันควบคุมวัณโรคในเมืองใหญ่
กรมควบคุมโรค เตรียมเปิดตัว?บางโคล่ โมเดล? ต้นแบบป้องกันควบคุมวัณโรคในเมืองใหญ่ พร้อมขยายผลในอีก 5 เมืองใหญ่
6 มกราคม 2559 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วัณโรคเป็นปัญหาที่สำคัญของโลก ในประเทศไทยพบสูงเป็นอันดับที่ 16 ของโลก โดยองค์การอนามัยโลกคาดประมาณมีผู้ป่วย 120,000 รายในปี 2557 ซึ่งพบว่าเมืองใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นและมีโอกาสพบโรคได้สูง ปัจจุบันมีผู้ป่วยวัณโรคเข้าถึงการรักษาเพียงร้อยละ 59 จึงต้องมีการค้นหาผู้ป่วยในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ก็ไม่ละเลยคุณภาพการรักษาที่ต้องเน้นการมีพี่เลี้ยงในระบบหมอครอบครัวกำกับกินยาให้รับการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนจนหายขาด
นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราป่วยของประชากรกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุมีโอกาสป่วยมากกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่า และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้สัมผัสร่วมบ้าน เด็ก แรงงานย้ายถิ่น แรงงานต่างด้าว เป็นต้น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเมืองใหญ่ เนื่องจากวัณโรคเป็นโรคติดต่อทางลมหายใจและสามารถติดต่อจากคนสู่คน เมื่ออาศัยอยู่ในพื้นที่แออัดร่วมกับผู้ป่วยวัณโรค จึงมีโอกาสสัมผัสและแพร่กระจายโรคได้สูงกว่าปกติ รวมทั้งกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ มีความยากลำบากในการมารับการตรวจรักษา ทำให้มีผลต่อการป้องกันควบคุมโรคในภาพรวม
นายแพทย์อำนวย กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรค โดยสำนักวัณโรค ได้พัฒนาโมเดลการควบคุมวัณโรคในเมืองใหญ่ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายต่างๆ โดยเริ่มจากพื้นที่แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม สร้างเป็น ?บางโคล่โมเดล? ซึ่งจะมีการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มผู้ขับรถสาธารณะ ชุมชนแออัดและสถานประกอบการ โดยมุ่งเน้นการใช้กลไกระบบบริการสาธารณสุขที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายทั้งชุมชน องค์กรภาคประชาสังคม และกรุงเทพมหานคร โดยที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งในการเข้าถึงสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม และประกันสุขภาพต่างด้าว โดยการพัฒนาโมเดลควบคุมวัณโรคเมืองใหญ่(บางโคล่โมเดล) จะมีการประเมินและขยายผลต่อในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและ 5 เมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา ระยอง
การดำเนินงานป้องกันควบคุมวัณโรค ต้องได้รับความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ เอกชนและชุมชน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือเพื่อพัฒนารูปแบบในการป้องกันควบคุมโรคในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและเมืองใหญ่ ภายใต้ 4 มาตรการหลักในการทำงาน คือ 1.จัดให้มีระบบการคัดกรอง ค้นหาผู้ป่วยและให้การรักษาผู้ป่วยวัณโรคอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ในชุมชน ถึงสถานพยาบาล 2.มีการพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารในการดูแลผู้ป่วยวัณโรครายบุคคลตั้งแต่ค้นให้พบและจบด้วยการรักษาให้หาย 3.มีการประเมินผลตามเป้าหมายที่วางไว้ และ 4.ให้พื้นที่ ชุมชน และประชาชน มีส่วนร่วมในการป้องกันควบคุมวัณโรคอย่างจริงจัง
?ในโอกาสนี้ ขอแนะนำประชาชนให้สังเกตอาการตนเองว่าเจ็บป่วยด้วยวัณโรคหรือไม่ โดยอาการจะเริ่มจากไอเรื้อรังนานเกิน 2 สัปดาห์ มีไข้ต่ำๆ ในช่วงบ่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด บางคนยังทำงานได้ปกติ จึงทำให้เชื้อโรคแพร่ไปสู่คนอื่นได้ หากพบผู้ที่มีอาการดังกล่าว ขอให้รีบพาไปพบแพทย์ในโรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาให้เร็วที่สุด เพราะวัณโรคหากพบเร็ว โอกาสรักษาหายสูงและไม่แพร่กระจายเชื้อ ประชาชนที่มีความสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักวัณโรค โทร 0-2212-2279 กด 4 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
6 มกราคม 2559 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วัณโรคเป็นปัญหาที่สำคัญของโลก ในประเทศไทยพบสูงเป็นอันดับที่ 16 ของโลก โดยองค์การอนามัยโลกคาดประมาณมีผู้ป่วย 120,000 รายในปี 2557 ซึ่งพบว่าเมืองใหญ่เป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นและมีโอกาสพบโรคได้สูง ปัจจุบันมีผู้ป่วยวัณโรคเข้าถึงการรักษาเพียงร้อยละ 59 จึงต้องมีการค้นหาผู้ป่วยในกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูง ทั้งนี้ก็ไม่ละเลยคุณภาพการรักษาที่ต้องเน้นการมีพี่เลี้ยงในระบบหมอครอบครัวกำกับกินยาให้รับการรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือนจนหายขาด
นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราป่วยของประชากรกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น ผู้สูงอายุมีโอกาสป่วยมากกว่าคนทั่วไป 2-3 เท่า และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ เช่น ผู้ติดเชื้อเอชไอวี ผู้สัมผัสร่วมบ้าน เด็ก แรงงานย้ายถิ่น แรงงานต่างด้าว เป็นต้น โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และเมืองใหญ่ เนื่องจากวัณโรคเป็นโรคติดต่อทางลมหายใจและสามารถติดต่อจากคนสู่คน เมื่ออาศัยอยู่ในพื้นที่แออัดร่วมกับผู้ป่วยวัณโรค จึงมีโอกาสสัมผัสและแพร่กระจายโรคได้สูงกว่าปกติ รวมทั้งกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ มีความยากลำบากในการมารับการตรวจรักษา ทำให้มีผลต่อการป้องกันควบคุมโรคในภาพรวม
นายแพทย์อำนวย กล่าวอีกว่า กรมควบคุมโรค โดยสำนักวัณโรค ได้พัฒนาโมเดลการควบคุมวัณโรคในเมืองใหญ่ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายต่างๆ โดยเริ่มจากพื้นที่แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม สร้างเป็น ?บางโคล่โมเดล? ซึ่งจะมีการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในกลุ่มผู้ขับรถสาธารณะ ชุมชนแออัดและสถานประกอบการ โดยมุ่งเน้นการใช้กลไกระบบบริการสาธารณสุขที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพ ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายทั้งชุมชน องค์กรภาคประชาสังคม และกรุงเทพมหานคร โดยที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งในการเข้าถึงสิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม และประกันสุขภาพต่างด้าว โดยการพัฒนาโมเดลควบคุมวัณโรคเมืองใหญ่(บางโคล่โมเดล) จะมีการประเมินและขยายผลต่อในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและ 5 เมืองใหญ่ ได้แก่ เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา ระยอง
การดำเนินงานป้องกันควบคุมวัณโรค ต้องได้รับความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ เอกชนและชุมชน โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือเพื่อพัฒนารูปแบบในการป้องกันควบคุมโรคในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและเมืองใหญ่ ภายใต้ 4 มาตรการหลักในการทำงาน คือ 1.จัดให้มีระบบการคัดกรอง ค้นหาผู้ป่วยและให้การรักษาผู้ป่วยวัณโรคอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ในชุมชน ถึงสถานพยาบาล 2.มีการพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารในการดูแลผู้ป่วยวัณโรครายบุคคลตั้งแต่ค้นให้พบและจบด้วยการรักษาให้หาย 3.มีการประเมินผลตามเป้าหมายที่วางไว้ และ 4.ให้พื้นที่ ชุมชน และประชาชน มีส่วนร่วมในการป้องกันควบคุมวัณโรคอย่างจริงจัง
?ในโอกาสนี้ ขอแนะนำประชาชนให้สังเกตอาการตนเองว่าเจ็บป่วยด้วยวัณโรคหรือไม่ โดยอาการจะเริ่มจากไอเรื้อรังนานเกิน 2 สัปดาห์ มีไข้ต่ำๆ ในช่วงบ่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด บางคนยังทำงานได้ปกติ จึงทำให้เชื้อโรคแพร่ไปสู่คนอื่นได้ หากพบผู้ที่มีอาการดังกล่าว ขอให้รีบพาไปพบแพทย์ในโรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาให้เร็วที่สุด เพราะวัณโรคหากพบเร็ว โอกาสรักษาหายสูงและไม่แพร่กระจายเชื้อ ประชาชนที่มีความสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักวัณโรค โทร 0-2212-2279 กด 4 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
กรมควบคุมโรค เตรียมเปิดตัว?บางโคล่ โมเดล? ต้นแบบป้องกันควบคุมวัณโรคในเมืองใหญ่
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (13 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Bing [Bot], ClaudeBot, GoogleOther และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
