ภาคีเครือข่ายสาธารณสุขทุกภาคส่วน เดินเคาะประตูบ้าน รณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ภาคีเครือข่ายสาธารณสุขทุกภาคส่วน เดินเคาะประตูบ้าน รณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน
กรมควบคุมโรค ร่วมกับ กทม. นำภาคีเครือข่ายสาธารณสุขทุกภาคส่วน เดินเคาะประตูบ้าน รณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน
22 พ.ย.58 ที่ชุมชนในซอยรามอินทรา 69 กรุงเทพฯ นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อม ดร.นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ประธานคณะกรรมการการสาธารณสุข สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นางอุดมพร พัฒนโกวิท ผู้อำนวยการเขตคันนายาว และร้อยเอกสมภพ พงษ์คีรี ร.12 พัน 3 รอ. โรงเรียน อสส. ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งดารานักแสดงและสื่อมวลชน ร่วมรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน โดยจัดกิจกรรมเคาะประตูตามบ้านให้ความรู้กับประชาชน
นายแพทย์อำนวย กล่าวว่า กรมควบคุมโรค มีความห่วงใยประชาชนจึงได้เร่งสร้างความตระหนักเพื่อกระตุ้นเตือนในการ ป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยเน้นประชาชนในชุมชน ให้ร่วมมือกันดูแลรักษาความสะอาดสิ่งแวดล้อม กำจัดลูกน้ำและแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (วอร์รูม) สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 13 กรุงเทพฯ เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ ข่าวสาร และวิเคราะห์ข้อมูลรายงานแก่ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้การสนับสนุนทางวิชาการกับหน่วยงานต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ให้เน้นการประสานปฏิบัติการเชิงรุก และสนับสนุนการควบคุมโรคอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยให้ประชาชนลดอัตราป่วยตายและ ปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก
ซึ่งในปีนี้สถานการณ์โรคไข้เลือดออกมีการระบาดเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาจาก ข้อมูลเฝ้าระวังของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 มีผู้ป่วยไข้เลือดออกทั่วประเทศ 111,826 ราย เสียชีวิต 108 ราย เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ มีผู้ป่วย 14,961 ราย ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยเพิ่ม จำนวน 1,287 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ กลุ่มอายุ10-14 ปี รองลงมา คือกลุ่มอายุ20-24 ปี
กรมควบคุมโรคและกรุงเทพมหานคร ได้มีการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยจัดกิจกรรมเคาะประตูตามบ้าน ให้ความรู้กับประชาชน ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ณ บริเวณชุมชน ซอยรามอินทรา 69 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบที่มีความร่วมมือในการดำเนินงานป้องกันไข้เลือดออกจาก ทุกภาค เช่น สคร.13 กรุงเทพฯ สำนักอนามัย กทม. สำนักงานเขตคันนายาว ศูนย์บริการสาธารณสุข 56 ทับเจริญ ร.12 พัน 3 รอ. โรงเรียน อสส. ข้าราชการและประชาชน ทำให้มีอัตราป่วยน้อยที่สุดในกรุงเทพฯ เพียง 130 ต่อประชากรแสนคน และใน 4 เดือนที่ผ่านมาพบผู้ป่วยเพียง 22 ราย ทั้งนี้ ในกิจกรรมรณรงค์ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมอาสา ร่วมทีมแจกเอกสารความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงการป้องกันโรค แนะการมีส่วนร่วมในการควบคุมลูกน้ำยุงลาย รวมทั้งมีทีมเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติพ่นฆ่ายุงตามบ้านที่มีผู้ป่วยและรอบบ้าน ในรัศมี 100 เมตร
ซึ่งการลงเยี่ยมชุมชนและรณรงค์ในครั้งนี้ มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด โดยได้การพัฒนาเครือข่ายสื่อสารมวลชนร่วมออกรณรงค์เชิญชวนการเผยแพร่ข่าวสาร แก่ประชาชนในวงกว้างให้มีความตระหนักและมีส่วนร่วมในการป้องกันควบคุมโรค จึงขอแนะนำประชาชนให้ดูแลตนเองและบุตรหลานไม่ให้ถูกยุงลายกัด ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในครัวเรือนโดยเน้นหลัก 3 เก็บ ได้แก่ 1.เก็บบ้านให้สะอาด 2. เก็บน้ำและปิดฝาให้มิดชิด ไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่ และ 3.เก็บขยะเศษภาชนะรอบบ้านและในชุมชน เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่อง
สำหรับโรคไข้เลือดออกนั้น พบได้ทุกกลุ่มวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งอาการคือ มีไข้สูงและมักสูงลอยประมาณ 2-7 วัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตัว เบื่ออาหาร ปวดจุกแน่นท้อง อาจมีเลือดกำเดา มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง อาเจียนเป็นเลือด เป็นต้น ขอความร่วมมือประชาชนอย่าได้วางใจ หากมีไข้สูงตั้งแต่ 2 วันหรือมีอาการข้างต้น ต้องรีบไปพบแพทย์ อย่าซื้อยาแก้ไข้กินเอง เพราะยาบางชนิดอาจมีฤทธิ์ทำให้เลือดออกได้ง่าย เช่น แอสไพริน และไอบูโพรเฟน หรือหากเป็นไข้เลือดออกแล้ว ผู้ป่วยต้องทายากันยุง ป้องกันยุงกัดและไปแพร่เชื้อให้คนรอบข้าง ซึ่งช่วงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังสำหรับผู้ป่วยคือช่วงที่ไข้ลดลงในวันที่ 3-4 ถ้าผู้ป่วยซึมลงกินดื่มไม่ได้ มือเท้าเย็น เหงื่อออก ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้อง คือสัญญาณอันตรายของโรคนี้ ควรนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที เพราะผู้ป่วยอาจมีอาการช็อกและเสียชีวิตได้ ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข่าว ? กรมควบคุมโรค
22 พ.ย.58 ที่ชุมชนในซอยรามอินทรา 69 กรุงเทพฯ นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อม ดร.นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ ประธานคณะกรรมการการสาธารณสุข สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นางอุดมพร พัฒนโกวิท ผู้อำนวยการเขตคันนายาว และร้อยเอกสมภพ พงษ์คีรี ร.12 พัน 3 รอ. โรงเรียน อสส. ข้าราชการและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งดารานักแสดงและสื่อมวลชน ร่วมรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน โดยจัดกิจกรรมเคาะประตูตามบ้านให้ความรู้กับประชาชน
นายแพทย์อำนวย กล่าวว่า กรมควบคุมโรค มีความห่วงใยประชาชนจึงได้เร่งสร้างความตระหนักเพื่อกระตุ้นเตือนในการ ป้องกันควบคุมโรคไข้เลือดออก โดยเน้นประชาชนในชุมชน ให้ร่วมมือกันดูแลรักษาความสะอาดสิ่งแวดล้อม กำจัดลูกน้ำและแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (วอร์รูม) สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 13 กรุงเทพฯ เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ ข่าวสาร และวิเคราะห์ข้อมูลรายงานแก่ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้การสนับสนุนทางวิชาการกับหน่วยงานต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ให้เน้นการประสานปฏิบัติการเชิงรุก และสนับสนุนการควบคุมโรคอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยให้ประชาชนลดอัตราป่วยตายและ ปลอดภัยจากโรคไข้เลือดออก
ซึ่งในปีนี้สถานการณ์โรคไข้เลือดออกมีการระบาดเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาจาก ข้อมูลเฝ้าระวังของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 มีผู้ป่วยไข้เลือดออกทั่วประเทศ 111,826 ราย เสียชีวิต 108 ราย เฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ มีผู้ป่วย 14,961 ราย ในสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยเพิ่ม จำนวน 1,287 ราย โดยกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ กลุ่มอายุ10-14 ปี รองลงมา คือกลุ่มอายุ20-24 ปี
กรมควบคุมโรคและกรุงเทพมหานคร ได้มีการรณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออก โดยจัดกิจกรรมเคาะประตูตามบ้าน ให้ความรู้กับประชาชน ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ณ บริเวณชุมชน ซอยรามอินทรา 69 กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นชุมชนต้นแบบที่มีความร่วมมือในการดำเนินงานป้องกันไข้เลือดออกจาก ทุกภาค เช่น สคร.13 กรุงเทพฯ สำนักอนามัย กทม. สำนักงานเขตคันนายาว ศูนย์บริการสาธารณสุข 56 ทับเจริญ ร.12 พัน 3 รอ. โรงเรียน อสส. ข้าราชการและประชาชน ทำให้มีอัตราป่วยน้อยที่สุดในกรุงเทพฯ เพียง 130 ต่อประชากรแสนคน และใน 4 เดือนที่ผ่านมาพบผู้ป่วยเพียง 22 ราย ทั้งนี้ ในกิจกรรมรณรงค์ภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ร่วมอาสา ร่วมทีมแจกเอกสารความรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนประชาชนให้ตระหนักถึงการป้องกันโรค แนะการมีส่วนร่วมในการควบคุมลูกน้ำยุงลาย รวมทั้งมีทีมเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติพ่นฆ่ายุงตามบ้านที่มีผู้ป่วยและรอบบ้าน ในรัศมี 100 เมตร
ซึ่งการลงเยี่ยมชุมชนและรณรงค์ในครั้งนี้ มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด โดยได้การพัฒนาเครือข่ายสื่อสารมวลชนร่วมออกรณรงค์เชิญชวนการเผยแพร่ข่าวสาร แก่ประชาชนในวงกว้างให้มีความตระหนักและมีส่วนร่วมในการป้องกันควบคุมโรค จึงขอแนะนำประชาชนให้ดูแลตนเองและบุตรหลานไม่ให้ถูกยุงลายกัด ช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในครัวเรือนโดยเน้นหลัก 3 เก็บ ได้แก่ 1.เก็บบ้านให้สะอาด 2. เก็บน้ำและปิดฝาให้มิดชิด ไม่ให้ยุงลายลงไปวางไข่ และ 3.เก็บขยะเศษภาชนะรอบบ้านและในชุมชน เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายอย่างต่อเนื่อง
สำหรับโรคไข้เลือดออกนั้น พบได้ทุกกลุ่มวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งอาการคือ มีไข้สูงและมักสูงลอยประมาณ 2-7 วัน ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตัว เบื่ออาหาร ปวดจุกแน่นท้อง อาจมีเลือดกำเดา มีจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง อาเจียนเป็นเลือด เป็นต้น ขอความร่วมมือประชาชนอย่าได้วางใจ หากมีไข้สูงตั้งแต่ 2 วันหรือมีอาการข้างต้น ต้องรีบไปพบแพทย์ อย่าซื้อยาแก้ไข้กินเอง เพราะยาบางชนิดอาจมีฤทธิ์ทำให้เลือดออกได้ง่าย เช่น แอสไพริน และไอบูโพรเฟน หรือหากเป็นไข้เลือดออกแล้ว ผู้ป่วยต้องทายากันยุง ป้องกันยุงกัดและไปแพร่เชื้อให้คนรอบข้าง ซึ่งช่วงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังสำหรับผู้ป่วยคือช่วงที่ไข้ลดลงในวันที่ 3-4 ถ้าผู้ป่วยซึมลงกินดื่มไม่ได้ มือเท้าเย็น เหงื่อออก ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้อง คือสัญญาณอันตรายของโรคนี้ ควรนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที เพราะผู้ป่วยอาจมีอาการช็อกและเสียชีวิตได้ ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข่าว ? กรมควบคุมโรค
ภาคีเครือข่ายสาธารณสุขทุกภาคส่วน เดินเคาะประตูบ้าน รณรงค์ป้องกันโรคไข้เลือดออกในชุมชน
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (13 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
