เตือนโรคสุกใสในฤดูหนาว หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและแยกผู้ป่วยป้องกันการแพร่เชื้อ
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
เตือนโรคสุกใสในฤดูหนาว หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและแยกผู้ป่วยป้องกันการแพร่เชื้อ
กรมควบคุมโรค เตือนโรคสุกใสในฤดูหนาว หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและแยกผู้ป่วยป้องกันการแพร่เชื้อ ปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 4.5 หมื่นราย
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนเฝ้าระวังโรคสุกใสในช่วงฤดูหนาว ข้อมูลปี 2558 พบผู้ป่วยโรคสุกใสแล้ว 4.5 หมื่นราย เสียชีวิต 1 ราย แนะควรหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรือที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก เรือนจำ และโรงงาน เป็นต้น หากพบผู้ป่วยควรแยกออกจากผู้อื่นโดยเร็ว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ สอบถามเพิ่มเติมโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
2 พ.ย.58 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคสุกใสเป็นโรคที่เกิดและมีการระบาดในช่วงฤดูหนาว จากข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ 1 มกราคม?25 ตุลาคม 2558 พบผู้ป่วยโรคสุกใสทั่วประเทศ 45,582 ราย เสียชีวิต 1 ราย ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ ภาคเหนือ รองลงมาคือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ตามลำดับ ส่วนกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ 15-24 ปี (16.25%) รองลงมาคืออายุ 10-14 ปี (15.03 %) และอายุ 7-9 ปี (14.30 %)
อาการของโรคสุกใส จะเริ่มด้วยด้วยไข้ต่ำๆ ต่อมามีผื่นขึ้นที่หนังศีรษะ หน้า ตามตัว โดยเริ่มเป็นผื่นแดง ตุ่มนูน แล้วเปลี่ยนเป็นตุ่มพองใสในวันที่ 2-3 นับตั้งแต่เริ่มมีไข้ หลังจากนั้นตุ่มจะเป็นหนอง แล้วเริ่มแห้งตกสะเก็ดในเวลา 5-20 วัน ผื่นอาจขึ้นในคอ ตา และในปากด้วย โดยทั่วไปโรคนี้มักไม่มีโรคแทรกซ้อน แต่ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการทางสมองและปอดบวมได้
ถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงในคนทั่วๆ ไป แต่ในคนบางกลุ่มถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนซึ่งอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ กลุ่มเสี่ยงดังกล่าว ได้แก่ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด ผู้ที่กินยากดภูมิต้านทาน ทารกแรกเกิด สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ควรจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
นายแพทย์อำนวย กล่าวต่อว่า การติดต่อของโรคสุกใสนั้น มีปัจจัยสำคัญคือ การหายใจเอาละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยเข้าไปเช่นเดียวกับไข้หวัด การใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย การคลุกคลีใกล้ชิด สัมผัสน้ำเหลืองจากตุ่มพองใสที่ผิวหนังของผู้ป่วย มักเกิดในสถานที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก เรือนจำ และโรงงาน เป็นต้น ดังนั้น วิธีป้องกันโรค ทำได้โดยล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล ใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้า ปิดปากปิดจมูกทุกครั้ง เวลา ไอ จาม หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรือที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ไม่คลุกคลีใกล้ชิด ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย และควรแยกผู้ป่วยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ด้วยการหยุดเรียน หยุดงาน จนกว่าแผลจะตกสะเก็ดและแห้งไป ทั้งนี้ ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข้อมูลจาก : สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เตือนประชาชนเฝ้าระวังโรคสุกใสในช่วงฤดูหนาว ข้อมูลปี 2558 พบผู้ป่วยโรคสุกใสแล้ว 4.5 หมื่นราย เสียชีวิต 1 ราย แนะควรหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรือที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก เรือนจำ และโรงงาน เป็นต้น หากพบผู้ป่วยควรแยกออกจากผู้อื่นโดยเร็ว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ สอบถามเพิ่มเติมโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422
2 พ.ย.58 นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคสุกใสเป็นโรคที่เกิดและมีการระบาดในช่วงฤดูหนาว จากข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่ 1 มกราคม?25 ตุลาคม 2558 พบผู้ป่วยโรคสุกใสทั่วประเทศ 45,582 ราย เสียชีวิต 1 ราย ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุดคือ ภาคเหนือ รองลงมาคือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ตามลำดับ ส่วนกลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ 15-24 ปี (16.25%) รองลงมาคืออายุ 10-14 ปี (15.03 %) และอายุ 7-9 ปี (14.30 %)
อาการของโรคสุกใส จะเริ่มด้วยด้วยไข้ต่ำๆ ต่อมามีผื่นขึ้นที่หนังศีรษะ หน้า ตามตัว โดยเริ่มเป็นผื่นแดง ตุ่มนูน แล้วเปลี่ยนเป็นตุ่มพองใสในวันที่ 2-3 นับตั้งแต่เริ่มมีไข้ หลังจากนั้นตุ่มจะเป็นหนอง แล้วเริ่มแห้งตกสะเก็ดในเวลา 5-20 วัน ผื่นอาจขึ้นในคอ ตา และในปากด้วย โดยทั่วไปโรคนี้มักไม่มีโรคแทรกซ้อน แต่ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการทางสมองและปอดบวมได้
ถึงแม้ว่าโรคนี้จะไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงในคนทั่วๆ ไป แต่ในคนบางกลุ่มถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนซึ่งอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ กลุ่มเสี่ยงดังกล่าว ได้แก่ ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด ผู้ที่กินยากดภูมิต้านทาน ทารกแรกเกิด สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคมะเร็ง ผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือรังสีรักษา ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ควรจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
นายแพทย์อำนวย กล่าวต่อว่า การติดต่อของโรคสุกใสนั้น มีปัจจัยสำคัญคือ การหายใจเอาละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยเข้าไปเช่นเดียวกับไข้หวัด การใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย การคลุกคลีใกล้ชิด สัมผัสน้ำเหลืองจากตุ่มพองใสที่ผิวหนังของผู้ป่วย มักเกิดในสถานที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก เรือนจำ และโรงงาน เป็นต้น ดังนั้น วิธีป้องกันโรค ทำได้โดยล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำและสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล ใช้กระดาษทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้า ปิดปากปิดจมูกทุกครั้ง เวลา ไอ จาม หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรือที่มีคนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ไม่คลุกคลีใกล้ชิด ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วย และควรแยกผู้ป่วยเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ด้วยการหยุดเรียน หยุดงาน จนกว่าแผลจะตกสะเก็ดและแห้งไป ทั้งนี้ ประชาชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข้อมูลจาก : สำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค
เตือนโรคสุกใสในฤดูหนาว หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและแยกผู้ป่วยป้องกันการแพร่เชื้อ
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (232 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (227 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (233 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (253 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (289 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (286 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (258 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (252 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, GoogleBot 66.249. และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
