ภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
ภาวะการป่วยด้วยพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชนับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญอย่างหนี่งของประเทศไทย ซึ่งมีสาเหตุมาจากการใช้หรือสัมผัสสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนาน สถิติเกี่ยวกับการเจ็บป่วยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (ไม่นับกรณีทำร้ายตนเอง) ค่อนข้างไม่เป็นเอกภาพ และเป็นเพียงตัวเลขขั้นต่ำของจำนวนผู้ป่วยจริงในแต่ละปี การเก็บข้อมูลส่วนใหญ่มาจากระบบฐานข้อมูลการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล และแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเพราะสารเคมีกำจัดศัตรูพืช แต่ในความเป็นจริงมีผู้ป่วยที่ไม่เข้ารับการรักษาในระบบจำนวนมาก และความเชื่อมโยงของการป่วยและสารเคมีอาจไม่ชัดเจนในบางกรณี โดยเฉพาะในโรคเรื้อรังต่างๆ อย่างไรก็ตามมีการประเมินว่าจำนวนผู้ป่วยที่แท้จริงอาจอยู่ที่ระดับหลายแสนคนคนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับปริมาณการนำเข้าและใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในประเทศ
ทั้งนี้พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขี้นของการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจาก 110,000 ตัน (คิดเป็นมูลค่า 14,000 ล้านบาท) ในปี 2550 เพิ่มขึ้นเป็น 172,000 ตัน (คิดเป็นมูลค่า 24,000 ล้านบาท) ในปี 2556 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวพบว่ากลุ่มของสารกำจัดวัชพืชมีสัดส่วนของการนำเข้าสูงที่สุดในบรรดาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้งหมด (62 ? 79%) รองลงมา ได้แก่ กลุ่มของสารกำจัดแมลง (12 ? 23%) และกลุ่มของสารกำจัดเชื้อรา (5 ? 11%) โดยในแต่ละปีมีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่ในช่วง 49,000 ? 61,000 ราย (คิดเป็นอัตราป่วยอยู่ในช่วง 76.4 ? 96.6 ราย ต่อประชากรแสนคน) ในช่วงเวลา พ.ศ. 2550 ? 2556 ในแต่ละปีมีรายงานผู้ป่วยมากที่สุดจากภาคกลาง (31 ? 36%) รองลงมา คือ ภาคเหนือ (27 ? 31%) ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (18 ? 20%) และภาคใต้ (18 ? 19%) มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน ทั้งนี้พบผู้ป่วยตลอดปี แต่มีรายงานผู้ป่วยสูงขึ้น ในช่วงเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม ของทุกๆ ปี ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน เกษตรกรเริ่มมีการเพาะปลูกและมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มมากขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม รองลงมา คือ อาชีพรับจ้าง กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่ม อายุ 45 ? 54 ปี รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 55 ? 64 ปี และกลุ่ม 35 ? 44 ปี ทั้งพบว่าผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิง การจำแนกประเภทสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ได้รับ ได้แก่ กลุ่มออร์แกโนฟอสเฟต กลุ่มคาร์บาเมต และกลุ่มสารกำจัดวัชพืช ในขณะที่ส่วนใหญ่ (85 ? 90%) ไม่สามารถระบุชนิดหรือกลุ่มของสารเคมีที่เป็นสาเหตุได้
จากข้อมูลที่ปรากฏพอสรุปได้ว่าในแต่ละปีประเทศไทยมีการนำเข้าและใช้สารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของประชาชนในการได้รับพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมไปถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถประมาณการผลลัพธ์ที่แท้จริงได้อย่างแน่ชัด แม้ว่าปัญหาทางสุขภาพจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรที่ได้รับพิษเฉียบพลัน แต่ภัยมืดที่อันตรายกว่าคือพิษสะสมจากการสัมผัสหรือได้รับสารเคมีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ การอยู่ใกล้พื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้สารเคมีจำนวนมาก และการบริโภคอาหารที่มีสารเคมีตกค้าง ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง พาร์คินสัน หรือการพิการของทารกแรกเกิด เป็นต้น สถิติการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าสังคมไทยกำลังผจญกับความเสี่ยงด้านสารเคมีและมลพิษ ดังนั้นจึงควรมีการรณรงค์ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างจริงจัง ทบทวนและปรับปรุงกลไกการควบคุมสารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตและการบริโภคอาหาร ให้มีคุณภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยการส่งเสริมการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งการใช้สารชีวภาพทดแทนสารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช
ข่าว ? กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ทั้งนี้พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขี้นของการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจาก 110,000 ตัน (คิดเป็นมูลค่า 14,000 ล้านบาท) ในปี 2550 เพิ่มขึ้นเป็น 172,000 ตัน (คิดเป็นมูลค่า 24,000 ล้านบาท) ในปี 2556 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวพบว่ากลุ่มของสารกำจัดวัชพืชมีสัดส่วนของการนำเข้าสูงที่สุดในบรรดาสารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้งหมด (62 ? 79%) รองลงมา ได้แก่ กลุ่มของสารกำจัดแมลง (12 ? 23%) และกลุ่มของสารกำจัดเชื้อรา (5 ? 11%) โดยในแต่ละปีมีรายงานผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชอยู่ในช่วง 49,000 ? 61,000 ราย (คิดเป็นอัตราป่วยอยู่ในช่วง 76.4 ? 96.6 ราย ต่อประชากรแสนคน) ในช่วงเวลา พ.ศ. 2550 ? 2556 ในแต่ละปีมีรายงานผู้ป่วยมากที่สุดจากภาคกลาง (31 ? 36%) รองลงมา คือ ภาคเหนือ (27 ? 31%) ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (18 ? 20%) และภาคใต้ (18 ? 19%) มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน ทั้งนี้พบผู้ป่วยตลอดปี แต่มีรายงานผู้ป่วยสูงขึ้น ในช่วงเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม ของทุกๆ ปี ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝน เกษตรกรเริ่มมีการเพาะปลูกและมีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มมากขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม รองลงมา คือ อาชีพรับจ้าง กลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุด คือ กลุ่ม อายุ 45 ? 54 ปี รองลงมา คือ กลุ่มอายุ 55 ? 64 ปี และกลุ่ม 35 ? 44 ปี ทั้งพบว่าผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิง การจำแนกประเภทสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่ได้รับ ได้แก่ กลุ่มออร์แกโนฟอสเฟต กลุ่มคาร์บาเมต และกลุ่มสารกำจัดวัชพืช ในขณะที่ส่วนใหญ่ (85 ? 90%) ไม่สามารถระบุชนิดหรือกลุ่มของสารเคมีที่เป็นสาเหตุได้
จากข้อมูลที่ปรากฏพอสรุปได้ว่าในแต่ละปีประเทศไทยมีการนำเข้าและใช้สารเคมีกำจัดแมลงศัตรูพืชเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความเสี่ยงของประชาชนในการได้รับพิษจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมไปถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่สามารถประมาณการผลลัพธ์ที่แท้จริงได้อย่างแน่ชัด แม้ว่าปัญหาทางสุขภาพจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรที่ได้รับพิษเฉียบพลัน แต่ภัยมืดที่อันตรายกว่าคือพิษสะสมจากการสัมผัสหรือได้รับสารเคมีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้ การอยู่ใกล้พื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้สารเคมีจำนวนมาก และการบริโภคอาหารที่มีสารเคมีตกค้าง ซึ่งส่งผลให้เกิดโรคเรื้อรัง เช่น มะเร็ง พาร์คินสัน หรือการพิการของทารกแรกเกิด เป็นต้น สถิติการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าสังคมไทยกำลังผจญกับความเสี่ยงด้านสารเคมีและมลพิษ ดังนั้นจึงควรมีการรณรงค์ลดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างจริงจัง ทบทวนและปรับปรุงกลไกการควบคุมสารเคมีกำจัดศัตรูพืช รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตและการบริโภคอาหาร ให้มีคุณภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยการส่งเสริมการเพาะปลูกแบบเกษตรอินทรีย์ รวมทั้งการใช้สารชีวภาพทดแทนสารเคมีในการป้องกันกำจัดศัตรูพืช
ข่าว ? กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ภัยจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google [Bot] และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
