แนะมาตรการ 3 เก็บ ?เก็บให้เกลี้ยง ไม่เลี้ยงยุงลาย? ป้องกันตนเอง ก่อนถูกยุงลายกัด
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แนะมาตรการ 3 เก็บ ?เก็บให้เกลี้ยง ไม่เลี้ยงยุงลาย? ป้องกันตนเอง ก่อนถูกยุงลายกัด
กรมควบคุมโรค แนะมาตรการ 3 เก็บ ?เก็บให้เกลี้ยง ไม่เลี้ยงยุงลาย? ป้องกันตนเอง ก่อนถูกยุงลายกัด
14 ส.ค.58 นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนนี้โรคที่ต้องเฝ้าระวังในทุกๆปี คือโรคไข้เลือดออก เนื่องจากฝนที่ตกมาทำให้เกิดแอ่งน้ำหรือมีน้ำขังอยู่ตามเศษวัสดุ ภาชนะต่างๆ จานรองกระถางต้นไม้ ยางรถยนต์เก่าที่ทิ้งไว้จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ จากข้อมูลเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 10 สิงหาคม 2558 พบผู้ป่วยทั่วประเทศ 48,358 ราย เสียชีวิต 37 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 15-24 ปี รองลงมาคือ 10-14 ปี และ 25-34 ปี ตามลำดับ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนถึง 45.8% โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรกคือ ระยอง เพชรบุรี ราชบุรี และตาก
สำหรับโรคไข้เลือดออกนั้น ยังไม่มีวัคซีนที่สำเร็จรูป และยังไม่มียารักษาเฉพาะ จะเป็นการรักษาตามอาการ คือ มีการให้ยาลดไข้ เช็ดตัว และการป้องกันภาวะหากมีไข้สูงเกิน 2 วัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดกระดูก คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หน้าแดง อาจพบจุดเลือดที่ผิวหนัง เจ็บชายโครงด้านขวา มักจะไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากการเป็นหวัดที่จะมีน้ำมูกร่วมด้วย เว้นแต่จะเป็นไข้ทั้งสองชนิดในเวลาเดียวกัน ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค และหากเป็นไข้เลือดออกแล้ว ช่วงที่ไข้ลดลงในวันที่ 3-4 แต่ผู้ป่วยซึมลงกินดื่มไม่ได้ มือเท้าเย็น เหงื่อออก ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้อง คือสัญญาณอันตรายของโรคนี้ ควรนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะผู้ป่วยอาจมีอาการช็อกและเสียชีวิตได้
ด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า ในการป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้ยุงลายกัด ขอแนะนำว่าประชาชนควรนอนในมุ้ง ติดมุ้งลวด ป้องกันยุงเข้าบ้าน ทายากันยุง หรือใช้สมุนไพรไล่ยุง และปฎิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ?เก็บให้เกลี้ยง ไม่เลี้ยงยุงลาย? เพื่อให้ทุกบ้านปรับพฤติกรรมการเก็บจนเป็นนิสัย ดังนี้ 1.เก็บขยะเศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 2.เก็บบ้านให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก และ 3.เก็บน้ำให้มิดชิดปิดไม่ให้ยุงลายวางไข่ และเสริมด้วยการขัดล้างไข่ยุงลายตามขอบภาชนะใส่น้ำด้วย ก็จะป้องกันการเกิดยุงลายและไข้เลือดออกได้เป็นอย่างดี โดยต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำในชุมชน ครู นักเรียน และประชาชนทั่วไป ร่วมมือกันทำกิจกรรมตามมาตรการ 3 เก็บในพื้นที่ 6 ร. ดังนี้ 1.โรงเรือน(บ้าน/ชุมชน) 2.โรงเรียน(สถานศึกษา/สถานเลี้ยงเด็กเล็ก) 3.โรงพยาบาล 4.โรงแรม/รีสอร์ท 5.โรงงาน/กลุ่มอุตสาหกรรม และ 6.โรงธรรม(วัด/มัสยิด/โบสถ์) หากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข่าว : กรมควบคุมโรค
14 ส.ค.58 นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝนนี้โรคที่ต้องเฝ้าระวังในทุกๆปี คือโรคไข้เลือดออก เนื่องจากฝนที่ตกมาทำให้เกิดแอ่งน้ำหรือมีน้ำขังอยู่ตามเศษวัสดุ ภาชนะต่างๆ จานรองกระถางต้นไม้ ยางรถยนต์เก่าที่ทิ้งไว้จะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายได้ จากข้อมูลเฝ้าระวังโรคของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 10 สิงหาคม 2558 พบผู้ป่วยทั่วประเทศ 48,358 ราย เสียชีวิต 37 ราย กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ 15-24 ปี รองลงมาคือ 10-14 ปี และ 25-34 ปี ตามลำดับ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักเรียนถึง 45.8% โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรกคือ ระยอง เพชรบุรี ราชบุรี และตาก
สำหรับโรคไข้เลือดออกนั้น ยังไม่มีวัคซีนที่สำเร็จรูป และยังไม่มียารักษาเฉพาะ จะเป็นการรักษาตามอาการ คือ มีการให้ยาลดไข้ เช็ดตัว และการป้องกันภาวะหากมีไข้สูงเกิน 2 วัน ปวดศีรษะ ปวดกระบอกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ ปวดกระดูก คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร หน้าแดง อาจพบจุดเลือดที่ผิวหนัง เจ็บชายโครงด้านขวา มักจะไม่ไอ ไม่มีน้ำมูก ซึ่งเป็นข้อแตกต่างจากการเป็นหวัดที่จะมีน้ำมูกร่วมด้วย เว้นแต่จะเป็นไข้ทั้งสองชนิดในเวลาเดียวกัน ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยโรค และหากเป็นไข้เลือดออกแล้ว ช่วงที่ไข้ลดลงในวันที่ 3-4 แต่ผู้ป่วยซึมลงกินดื่มไม่ได้ มือเท้าเย็น เหงื่อออก ชีพจรเต้นเร็ว ปวดท้อง คือสัญญาณอันตรายของโรคนี้ ควรนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันทีเพราะผู้ป่วยอาจมีอาการช็อกและเสียชีวิตได้
ด้านนายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเสริมว่า ในการป้องกันตนเองเพื่อไม่ให้ยุงลายกัด ขอแนะนำว่าประชาชนควรนอนในมุ้ง ติดมุ้งลวด ป้องกันยุงเข้าบ้าน ทายากันยุง หรือใช้สมุนไพรไล่ยุง และปฎิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ?เก็บให้เกลี้ยง ไม่เลี้ยงยุงลาย? เพื่อให้ทุกบ้านปรับพฤติกรรมการเก็บจนเป็นนิสัย ดังนี้ 1.เก็บขยะเศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย 2.เก็บบ้านให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก และ 3.เก็บน้ำให้มิดชิดปิดไม่ให้ยุงลายวางไข่ และเสริมด้วยการขัดล้างไข่ยุงลายตามขอบภาชนะใส่น้ำด้วย ก็จะป้องกันการเกิดยุงลายและไข้เลือดออกได้เป็นอย่างดี โดยต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำในชุมชน ครู นักเรียน และประชาชนทั่วไป ร่วมมือกันทำกิจกรรมตามมาตรการ 3 เก็บในพื้นที่ 6 ร. ดังนี้ 1.โรงเรือน(บ้าน/ชุมชน) 2.โรงเรียน(สถานศึกษา/สถานเลี้ยงเด็กเล็ก) 3.โรงพยาบาล 4.โรงแรม/รีสอร์ท 5.โรงงาน/กลุ่มอุตสาหกรรม และ 6.โรงธรรม(วัด/มัสยิด/โบสถ์) หากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข่าว : กรมควบคุมโรค
แนะมาตรการ 3 เก็บ ?เก็บให้เกลี้ยง ไม่เลี้ยงยุงลาย? ป้องกันตนเอง ก่อนถูกยุงลายกัด
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (165 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (165 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (168 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (190 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (229 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (229 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (203 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (200 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot, Google Adsense [Bot] และ บุคคลทั่วไป 8 ท่าน
