ย้ำศูนย์เด็กเล็กตรวจคัดกรองเด็กทุกวัน ป้องกันโรคมือ เท้า ปาก
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ย้ำศูนย์เด็กเล็กตรวจคัดกรองเด็กทุกวัน ป้องกันโรคมือ เท้า ปาก
กรมควบคุมโรค ย้ำศูนย์เด็กเล็กตรวจคัดกรองเด็กทุกวัน ป้องกันโรคมือ เท้า ปาก หลังพบผู้ป่วยเกือบ 2 หมื่นรายแล้ว เกินครึ่งเป็นเด็ก 1-2 ปี
16 ก.ค.58 นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้โรคสำคัญที่ต้องระมัดระวังในเด็กเล็กคือ โรคมือ เท้า ปาก โดยเฉพาะกลุ่มอายุต่ำกว่า 5 ปี ในโรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือศูนย์เด็กเล็ก ที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 12 กรกฎาคม 2558 พบผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก จำนวน 17,462 ราย เสียชีวิต 1 ราย ในจำนวนนี้เกินครึ่งเป็นในเด็กอายุ 1-2 ปี (จำนวน 9,421 ราย) และพบว่าผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 1,975 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ น่าน พะเยา เชียงราย แม่ฮ่องสอน เลย ตามลำดับ
การป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ในโรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือศูนย์เด็กเล็ก ควรมีการดูแลรักษาสุขลักษณะของสถานที่ และอุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาด ดูแลสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม เพิ่มความถี่การทำความสะอาดสิ่งของที่เด็กสัมผัสเป็นประจำ เช่น ของเล่น หนังสือ หรือบริเวณพื้นห้อง โดยต้องทำความสะอาดด้วยน้ำยาอย่างน้อยวันละครั้ง รวมทั้งเปิดประตูหน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก แสงแดดส่องถึงได้
นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับการเฝ้าระวังโรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก ที่สำคัญที่สุดคือคุณครูควรคัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าห้องเรียน หากเด็กมีอาการป่วย มีไข้ หรือมีผื่นตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า ให้แยกเด็กป่วยอยู่ห้องพยาบาล จากนั้นติดต่อให้ผู้ปกครองพากลับบ้านและไปพบแพทย์ทันที ในกรณีที่เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดหากพบตุ่มในปากโดยยังไม่มีอาการอื่นให้เด็กหยุดเรียนอยู่บ้านได้เลย หากมีเด็กป่วยจำนวนมาก ควรพิจารณาปิดห้องเรียนที่มีเด็กป่วย หรือปิดโรงเรียนระดับชั้นเด็กเล็ก โดยปกติโรคมือ เท้า ปาก จะติดต่อจากการได้รับเชื้อทางปากโดยตรง ซึ่งเชื้อไวรัสจะติดมากับมือ หรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วยและอาจเกิดการ ไอ จาม รดกัน
อาการโรคมือ เท้า ปาก จะเริ่มด้วยอาการไข้ อ่อนเพลีย เจ็บปากและเบื่ออาหารมีแผลอักเสบ ที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม อาจเกิดตุ่มผื่นแดง ไม่คันที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ก้น หรือหัวเข่า แต่เวลากดจะเจ็บ ต่อมาจะแตกออกเป็นหลุมตื้นๆ โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นและสามารถหายเป็นปกติได้ภายใน 7-10 วัน แต่หากเด็กมีอาการแทรกซ้อนเช่น ไข้สูง ซึม อาเจียน หอบ ต้องรีบนำเด็กกลับไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที ทั้งนี้โรคมือ เท้า ปาก ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาชาแก้เจ็บแผลในปาก หากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข่าว: กรมควบคุมโรค
16 ก.ค.58 นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้โรคสำคัญที่ต้องระมัดระวังในเด็กเล็กคือ โรคมือ เท้า ปาก โดยเฉพาะกลุ่มอายุต่ำกว่า 5 ปี ในโรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือศูนย์เด็กเล็ก ที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 12 กรกฎาคม 2558 พบผู้ป่วยโรคมือ เท้า ปาก จำนวน 17,462 ราย เสียชีวิต 1 ราย ในจำนวนนี้เกินครึ่งเป็นในเด็กอายุ 1-2 ปี (จำนวน 9,421 ราย) และพบว่าผู้ป่วยเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว 1,975 ราย จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ น่าน พะเยา เชียงราย แม่ฮ่องสอน เลย ตามลำดับ
การป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ในโรงเรียนอนุบาล สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือศูนย์เด็กเล็ก ควรมีการดูแลรักษาสุขลักษณะของสถานที่ และอุปกรณ์เครื่องใช้ให้สะอาด ดูแลสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม เพิ่มความถี่การทำความสะอาดสิ่งของที่เด็กสัมผัสเป็นประจำ เช่น ของเล่น หนังสือ หรือบริเวณพื้นห้อง โดยต้องทำความสะอาดด้วยน้ำยาอย่างน้อยวันละครั้ง รวมทั้งเปิดประตูหน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก แสงแดดส่องถึงได้
นพ.โสภณ กล่าวต่อว่า สำหรับการเฝ้าระวังโรคมือ เท้า ปาก ในเด็ก ที่สำคัญที่สุดคือคุณครูควรคัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าห้องเรียน หากเด็กมีอาการป่วย มีไข้ หรือมีผื่นตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า ให้แยกเด็กป่วยอยู่ห้องพยาบาล จากนั้นติดต่อให้ผู้ปกครองพากลับบ้านและไปพบแพทย์ทันที ในกรณีที่เป็นพื้นที่ที่มีการระบาดหากพบตุ่มในปากโดยยังไม่มีอาการอื่นให้เด็กหยุดเรียนอยู่บ้านได้เลย หากมีเด็กป่วยจำนวนมาก ควรพิจารณาปิดห้องเรียนที่มีเด็กป่วย หรือปิดโรงเรียนระดับชั้นเด็กเล็ก โดยปกติโรคมือ เท้า ปาก จะติดต่อจากการได้รับเชื้อทางปากโดยตรง ซึ่งเชื้อไวรัสจะติดมากับมือ หรือของเล่นที่เปื้อนน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วยและอาจเกิดการ ไอ จาม รดกัน
อาการโรคมือ เท้า ปาก จะเริ่มด้วยอาการไข้ อ่อนเพลีย เจ็บปากและเบื่ออาหารมีแผลอักเสบ ที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม อาจเกิดตุ่มผื่นแดง ไม่คันที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ก้น หรือหัวเข่า แต่เวลากดจะเจ็บ ต่อมาจะแตกออกเป็นหลุมตื้นๆ โดยทั่วไปอาการจะดีขึ้นและสามารถหายเป็นปกติได้ภายใน 7-10 วัน แต่หากเด็กมีอาการแทรกซ้อนเช่น ไข้สูง ซึม อาเจียน หอบ ต้องรีบนำเด็กกลับไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที ทั้งนี้โรคมือ เท้า ปาก ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน แพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาชาแก้เจ็บแผลในปาก หากมีข้อสงสัยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
ข่าว: กรมควบคุมโรค
ย้ำศูนย์เด็กเล็กตรวจคัดกรองเด็กทุกวัน ป้องกันโรคมือ เท้า ปาก
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (14 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (14 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (26 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
