เผยความคืบหน้าแก้ปัญหาค่ารักษาแพง ให้รพ.คิดราคายาไม่เกินราคาป้ายฉลาก
- สุขภาพดี ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 18 มี.ค. 2011 9:10 am
เผยความคืบหน้าแก้ปัญหาค่ารักษาแพง ให้รพ.คิดราคายาไม่เกินราคาป้ายฉลาก
?หมอรัชตะ? เผยการแก้ปัญหาค่ารักษาแพงคืบหน้า ให้รพ.คิดราคายาไม่เกินราคาป้ายฉลาก
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยผลการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและคณะกรรมการดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาค่ารักษาพยาบาลแพง มีความคืบหน้าให้โรงพยาบาลเอกชนคิดราคายาไม่เกินราคาป้ายฉลากที่ติดจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และค่าบริหารจัดการด้านยาอื่นๆ โดยจะให้กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศ เพื่อใช้เร็วที่สุด พร้อมประกาศอัตราค่ารักษาของรพ.เอกชน 77รายการแรก เช่น การผ่าตัดหัวใจ ตาต้อกระจกทางเว็บไซต์ใน 1 เดือนนี้ ส่วนเรื่องการรักษาผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน คลอด 5 แนวทางปฏิบัติชัดเจนขึ้น ประชาชนไม่ต้องจ่าย พร้อมดำเนินการในอีก 2 เดือน
9 มิ.ย.58 ที่กระทรวงสาธารณสุข ศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมศักดิ์ ชุณรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาค่ารักษาพยาบาลราคาแพงของโรงพยาบาลเอกชน ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 814 /2558 แต่งตั้งเมื่อ วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน และคณะกรรมการดำเนินงาน ได้เสนอผลสรุปใน 3 เรื่องได้แก่ การคิดราคาค่ายา การรักษาผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน และระบบการตรวจสอบอัตราค่ารักษาพยาบาล และการให้ข้อมูลประชาชน
ศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะกล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสนใจเรื่องนี้ มีนโยบายสนับสนุนกลไกการตลาดการค้าเสรีแก่ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง และมีความห่วงหากราคาบริการของโรงพยาบาลเอกชนแพงเกินไป จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง รวมทั้งให้ความสำคัญการดูแลผู้ป่วยวิกฤติ
สำหรับเรื่อง ราคาค่ายา ที่ประชุมได้มีมติให้กำหนดอัตราเรียกเก็บที่เกี่ยวกับยา 2 รายการ คือ 1.ราคายาให้จำหน่ายได้ไม่เกินราคาที่ติดมาจากโรงงานผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายราคาเดียวกันทั่วประเทศ เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ของกระทรวงพาณิชย์ 2.ค่าบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับยา ซึ่งโรงพยาบาลแต่ละแห่งมีต้นทุนแตกต่างกัน เช่น การเตรียมยาเคมีบำบัด การเตรียมสารละลายหรือสารอาหารที่ให้ทางหลอดเลือดดำ การให้คำปรึกษาด้านยาในผู้ป่วยเฉพาะราย การให้การบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยใน การเพิ่มระบบงานในการเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยด้านยาแก่ผู้ป่วย เป็นต้น และได้เพิ่มทางเลือกแก่ประชาชน หากเห็นว่ายาในโรงพยาบาลมีราคาสูง สามารถนำใบสั่งยาไปซื้อที่ร้านขายยาได้ โดยกระทรวงสาธารณสุขจะร่วมกับสภาเภสัชกรรมดูแลมาตรฐานร้านขายยาทั่วประเทศ มีเภสัชกรเป็นผู้ควบคุมและจ่ายยา ทางกระทรวงสาธารณสุขจะส่งเรื่องการกำหนดราคายา ให้คณะกรรมการว่าด้วยสินค้าและบริการของกระทรวงพาณิชย์เพื่อออกประกาศใช้โดยเร็ว และให้เวลาผู้ผลิตหรือจำหน่ายยา ร้านยา โรงพยาบาลเอกชน พัฒนาความพร้อมเพื่อรองรับระบบใหม่โดยเร็วที่สุด
ประเด็นที่ 2 คือระบบการบริการการแพทย์ฉุกเฉินวิกฤตที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ที่ประชุมได้มีมติให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน บริหารจัดการระบบใน 5 แนวทาง ดังนี้ 1.มีระบบพิสูจน์และรับรองผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินจากโรงพยาบาลเอกชน ไม่เกิน 15 นาที 2.ปรับปรุงกลไกการจ่ายเงินค่าบริการการแพทย์ฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมงแรก ให้สมเหตุสมผล 3.พัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินที่พ้นภาวะวิกฤตหลังจาก 72 ชั่วโมงแรกกลับโรงพยาบาลต้นสังกัด 4.กรณีผู้ป่วยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ให้เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจาก พ.ร.บ.นี้ก่อน และ 5.กรณีมีประกันสุขภาพเอกชน ให้เป็นทางเลือกว่าจะใช้ระบบประกันสุขภาพเอกชนก่อน หรือเรียกเก็บจากระบบการแพทย์ฉุกเฉิน คาดว่าจะใช้เวลาปรับระบบประมาณ 2 เดือน เพื่อให้ระบบมีความสมบูรณ์ขึ้น ประชาชนไม่ต้องจ่ายเงิน
ส่วนระบบการตรวจสอบอัตราค่ารักษาพยาบาล และการให้ข้อมูลประชาชนนั้น ที่ประชุมให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จัดทำเว็บไซต์รวบรวมอัตราค่ารักษาพยาบาลในโรคที่ต้องมีการนัดผ่าตัดล่วงหน้า จำนวน 77 รายการ ที่ได้จากโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่ง เช่นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ผ่าตัดตาต้อกระจก เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบราคา ทราบข้อมูลล่วงหน้าก่อนไปรับบริการ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในอีก 1 เดือน โดยได้แจ้งให้โรงพยาบาลเอกชนติดป้ายให้ประชาชนสอบถามราคาค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และได้เปิดสายด่วนรับแจ้งปัญหาการรักษาพยาบาลทางหมายเลข 02 1937999 และสายด่วน 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง และสายด่วนคุ้มครองผู้บริโภค 1166 ในเวลาราชการ
ข่าว:สำนักสารนิเทศ สธ.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยผลการประชุมคณะกรรมการอำนวยการและคณะกรรมการดำเนินการแก้ไขปัญหาราคาค่ารักษาพยาบาลแพง มีความคืบหน้าให้โรงพยาบาลเอกชนคิดราคายาไม่เกินราคาป้ายฉลากที่ติดจากผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และค่าบริหารจัดการด้านยาอื่นๆ โดยจะให้กระทรวงพาณิชย์ออกประกาศ เพื่อใช้เร็วที่สุด พร้อมประกาศอัตราค่ารักษาของรพ.เอกชน 77รายการแรก เช่น การผ่าตัดหัวใจ ตาต้อกระจกทางเว็บไซต์ใน 1 เดือนนี้ ส่วนเรื่องการรักษาผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน คลอด 5 แนวทางปฏิบัติชัดเจนขึ้น ประชาชนไม่ต้องจ่าย พร้อมดำเนินการในอีก 2 เดือน
9 มิ.ย.58 ที่กระทรวงสาธารณสุข ศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายแพทย์สมศักดิ์ ชุณรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาค่ารักษาพยาบาลราคาแพงของโรงพยาบาลเอกชน ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้มีคำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 814 /2558 แต่งตั้งเมื่อ วันที่ 22 พฤษภาคม 2558 ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน และคณะกรรมการดำเนินงาน ได้เสนอผลสรุปใน 3 เรื่องได้แก่ การคิดราคาค่ายา การรักษาผู้ป่วยวิกฤติฉุกเฉิน และระบบการตรวจสอบอัตราค่ารักษาพยาบาล และการให้ข้อมูลประชาชน
ศาสตราจารย์นายแพทย์รัชตะกล่าวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสนใจเรื่องนี้ มีนโยบายสนับสนุนกลไกการตลาดการค้าเสรีแก่ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง และมีความห่วงหากราคาบริการของโรงพยาบาลเอกชนแพงเกินไป จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง รวมทั้งให้ความสำคัญการดูแลผู้ป่วยวิกฤติ
สำหรับเรื่อง ราคาค่ายา ที่ประชุมได้มีมติให้กำหนดอัตราเรียกเก็บที่เกี่ยวกับยา 2 รายการ คือ 1.ราคายาให้จำหน่ายได้ไม่เกินราคาที่ติดมาจากโรงงานผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายราคาเดียวกันทั่วประเทศ เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ของกระทรวงพาณิชย์ 2.ค่าบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับยา ซึ่งโรงพยาบาลแต่ละแห่งมีต้นทุนแตกต่างกัน เช่น การเตรียมยาเคมีบำบัด การเตรียมสารละลายหรือสารอาหารที่ให้ทางหลอดเลือดดำ การให้คำปรึกษาด้านยาในผู้ป่วยเฉพาะราย การให้การบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยใน การเพิ่มระบบงานในการเพิ่มคุณภาพและความปลอดภัยด้านยาแก่ผู้ป่วย เป็นต้น และได้เพิ่มทางเลือกแก่ประชาชน หากเห็นว่ายาในโรงพยาบาลมีราคาสูง สามารถนำใบสั่งยาไปซื้อที่ร้านขายยาได้ โดยกระทรวงสาธารณสุขจะร่วมกับสภาเภสัชกรรมดูแลมาตรฐานร้านขายยาทั่วประเทศ มีเภสัชกรเป็นผู้ควบคุมและจ่ายยา ทางกระทรวงสาธารณสุขจะส่งเรื่องการกำหนดราคายา ให้คณะกรรมการว่าด้วยสินค้าและบริการของกระทรวงพาณิชย์เพื่อออกประกาศใช้โดยเร็ว และให้เวลาผู้ผลิตหรือจำหน่ายยา ร้านยา โรงพยาบาลเอกชน พัฒนาความพร้อมเพื่อรองรับระบบใหม่โดยเร็วที่สุด
ประเด็นที่ 2 คือระบบการบริการการแพทย์ฉุกเฉินวิกฤตที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ที่ประชุมได้มีมติให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน บริหารจัดการระบบใน 5 แนวทาง ดังนี้ 1.มีระบบพิสูจน์และรับรองผู้ป่วยวิกฤตฉุกเฉินจากโรงพยาบาลเอกชน ไม่เกิน 15 นาที 2.ปรับปรุงกลไกการจ่ายเงินค่าบริการการแพทย์ฉุกเฉินภายใน 72 ชั่วโมงแรก ให้สมเหตุสมผล 3.พัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินที่พ้นภาวะวิกฤตหลังจาก 72 ชั่วโมงแรกกลับโรงพยาบาลต้นสังกัด 4.กรณีผู้ป่วยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ให้เรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจาก พ.ร.บ.นี้ก่อน และ 5.กรณีมีประกันสุขภาพเอกชน ให้เป็นทางเลือกว่าจะใช้ระบบประกันสุขภาพเอกชนก่อน หรือเรียกเก็บจากระบบการแพทย์ฉุกเฉิน คาดว่าจะใช้เวลาปรับระบบประมาณ 2 เดือน เพื่อให้ระบบมีความสมบูรณ์ขึ้น ประชาชนไม่ต้องจ่ายเงิน
ส่วนระบบการตรวจสอบอัตราค่ารักษาพยาบาล และการให้ข้อมูลประชาชนนั้น ที่ประชุมให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จัดทำเว็บไซต์รวบรวมอัตราค่ารักษาพยาบาลในโรคที่ต้องมีการนัดผ่าตัดล่วงหน้า จำนวน 77 รายการ ที่ได้จากโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่ง เช่นการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ผ่าตัดตาต้อกระจก เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบราคา ทราบข้อมูลล่วงหน้าก่อนไปรับบริการ คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในอีก 1 เดือน โดยได้แจ้งให้โรงพยาบาลเอกชนติดป้ายให้ประชาชนสอบถามราคาค่ารักษาพยาบาล ค่ายา และได้เปิดสายด่วนรับแจ้งปัญหาการรักษาพยาบาลทางหมายเลข 02 1937999 และสายด่วน 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง และสายด่วนคุ้มครองผู้บริโภค 1166 ในเวลาราชการ
ข่าว:สำนักสารนิเทศ สธ.
เผยความคืบหน้าแก้ปัญหาค่ารักษาแพง ให้รพ.คิดราคายาไม่เกินราคาป้ายฉลาก
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ชวนเยาวชนค้นหาจุดแข็ง เปลี่ยนพลังของตัวเองเป็นพลังช่วยชีวิต (0 views)
- Cosmoprof CBE ASEAN 2026 ปิดฉากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ (34 views)
- จากห้องเรียนสู่โรงงานจริง ดัํ๊บเบิ้ล เอ เปิดบ้านให้เยาวชนเรียนรู้วิทยาศาสตร์ผ่านกระบวนการผลิต และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้ม (13 views)
- เอิร์ธฯ ร่วมกับ PIM จัดโครงการ “Together Against Dengue เด็กไทยการ์ดไม่ตก” ปลอดโรคไข้เลือดออกอย่างมีประสิทธิภาพ (12 views)
- นักวิจัยธรรมศาสตร์เสนอ “Smart Regulation” ยกระดับกำกับดูแล Ride-Hailing ชูโมเดลดิจิทัลครบวงจร ปลดล็อกโอกาสทางเศรษฐกิจ ค (78 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ฉลองครบรอบ 34 ปี ชวนสายสปอร์ตเช็กความฟิตกับแพ็กเกจสุขภาพ ลดสูงสุดกว่า 60% (25 views)
- รู้จัก PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ที่ช่วยให้คนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น (73 views)
- อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) เปิดตัวแล้วในไทย ส่งมอบทางเลือกใหม่ของโปรตีนจากพืชสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ (42 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
