ทันตกรรมรากเทียม (Dental Implant)
- tomoaijung ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: ศุกร์ 05 ส.ค. 2011 2:07 pm
ทันตกรรมรากเทียม (Dental Implant)
ทันตกรรมรากเทียม (Dental Implant)
ทันตกรรมรากเทียม (Dental Implant) คือการฝังวัสดุที่มีรูปร่างคล้ายรากฟันลงบนกระดูกขากรรไกร เพื่อช่วยให้ฟันปลอมภายในช่องปากสามารถยึดเกาะได้ ทำได้ทั้งชนิดให้ฟันปลอมติดแน่น และฟันปลอมถอดได้

- ผู้ที่มีการสูญเสียฟันซี่ใดซี่หนึ่งหรือหลายซี่
- ผู้ที่ไม่ต้องการใส่ฟันปลอมถอดได้หรือมีความกังวลเกี่ยวกับการสวมใส่ฟันปลอมชนิดถอดได้
- ผู้ที่มีปัญหาหรือจุดบกพร่องทางสุขภาพปาก อันเนื่องเกิดจากโรคการทำศัลยกรรมหรือได้รับบาดเจ็บทางปากและฟัน
รากเทียมประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญคือ
1. รากเทียม (Fixture) ซึ่งทำมาจากโลหะไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งมีลักษณะคล้ายรากฟัน และฝังอยู่ในกระดูกขากรรไกร สามารถยึดติดกับกระดูกขากรรไกร โดยไม่ทำให้เนื้อเยื่ออักเสบ และไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ
2. เดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) ทำเพื่อครอบฟันให้ยึดติดแน่นกับรากเทียมถ่ายทอดแรงบดเคี้ยวจากครอบฟันสู่รากเทียมและสู่กระดูกขากรรไกร
3. ครอบฟัน (crown) เป็นส่วนที่อยู่ด้านบนของเหงือก เป็นตัวรับแรงบดเคี้ยวอาหาร
ขั้นตอนในการทำรากเทียม
ขั้นแรก : ทันตแพทย์จะทำการ X-Ray เพื่อประเมินความหนาของกระดูกขากรรไกร ที่อยู่บนสันเหงือก จากนั้นก็ผ่าตัดเพื่อฝังรากเทียมลงไปในกระดูก และเย็บปิดแผล จากนั้น 7 วันจึงมาตัดไหมที่เย็บออก และให้เวลาการหายของแผล เพื่อให้ฝังรากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกรได้ดี ประมาณ 3-4 เดือน สำหรับฟันบน และ 2-3 เดือน สำหรับฟันล่าง
ขั้นที่สอง : ทันตแพทย์จะทำการต่อเดือยรองรับครอบฟัน (Abutment) เพื่อใช้เป็นที่รองรับครอบฟัน และจะทำการพิมพ์ปากเพื่อส่งให้ Lab ทำครอบฟัน
ขั้นที่สาม : หลังจากนั้นประมาณ 1-4 อาทิตย์ ทันตแพทย์จะนั้นใส่ครอบฟันให้ โดยครอบฟันนั้นทำมาจากวัสดุเซรามิค (porcelain) ซึ่งจะมีรูปร่างลักษณะและสีสวยงามเหมือนฟันธรรมชาติ หลังจากนั้นทันตแพทย์จะนัดเช็คอีก 1 เดือน, 2 เดือน และ 6 เดือน
วัสดุที่ใช้ทำรากเทียม
เป็นโลหะไททาเนียมเกรดที่ 4 (ชนิดที่ใช้ในทางการแพทย์) มีผลการวิจัยอย่างยาวนานรองรับว่า ไม่มีอันตราย และเข้ากันได้ดีต่อเนื้อเยื่อมนุษย์ ขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงคงทน รับแรงบดเคี้ยวและคงรูปได้ดี ในปัจจุบันได้รับความเชื่อถือทางการแพทย์ ว่ามีความปลอดภัยสูงสุด
การดูแลรักษา
หลังการปลูกรากฟันเทียม สามารถดูแลและรักษาสุขภาพของปากและฟันได้เหมือนการดูแลปกติทั่วไป และทำความสะอาดเป็นพิเศษบริเวณที่ทำการปลูกรากฟันเทียม และบริเวณเหงือกโดยรอบด้วยแปรงขัด ที่มีลักษณะพิเศษขนาดเล็ก นอกจากการดูแลที่บ้านแล้ว ควรเข้ารับการตรวจสภาพฟัน กับทันตแพทย์เป็นประจำอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงปีแรกหลังการเข้ารับการรักษา ควรพบทันตแพทย์ เพื่อตรวจสภาพโครงสร้าง โดยการตรวจในช่วงหนึ่งเดือนแรก เดือนที่สาม และเดือนที่หก หลังจากปีแรก ให้พบทันตแพทย์เป็นประจำปีละสองครั้ง
ข้อดีของทันตกรรมรากเทียม
- ยิ้มด้วยความมั่นใจ
- รับประทานอาหารได้ทุกชนิดที่คุณชื่นชอบ
- พูดจาชัดถ้อยชัคคำเป็นธรรมชาติ
- เพิ่มประสิทธิภาพในการบดเคี้ยว ทำให้อาหารย่อยได้ดีขึ้น
- บูรณะโครงสร้างของใบหน้าให้เกิดความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
- สร้างเสริมคุณภาพชีวิตให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น
- เชื่อมั่นในตนเองและทำให้มีบุคลิกภาพที่ดี
-ใช้แทนการทำสะพานฟัน โดยไม่ต้องเสียเนื้อฟันข้างเคียง
- ไม่ทำให้กระดูกในบริเวณที่สูญเสียฟัน ยุบบุบไป
- ใช้ได้ดี สะดวกและปลอดภัยกว่าฟันปลอมถอดได้
ด้วยทันตกรรมรากเทียม คุณจะสามารถมีฟันซี่ใหม่ที่สวยงาม ใช้งานได้ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติ ทำให้คุณสามารถ ส่งยิ้มให้กับคนรอบข้างได้อย่างสดใส และสามารถเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารได้อย่างเอร็ดอร่อย อย่างไรก็ตามคุณควรปรึกษากับทันตแพทย์เฉพาะทางรากเทียมอีกครั้ง เพื่อวางแผนและให้การรักษาได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ
ทันตกรรมรากเทียม (Dental Implant)
iBeauty Forums | เว็บบอร์ดความงาม เคล็ดลับความงาม เว็บบอร์ดเครื่องสำอาง ผิว แฟชั่น นวด สปา
iBeauty Forums | เว็บบอร์ดความงาม เคล็ดลับความงาม เว็บบอร์ดเครื่องสำอาง ผิว แฟชั่น นวด สปา
- ฝุ่น PM 2.5 ส่งผลกระทบต่อผิวหนังอย่างไร (80 views)
- รู้จัก 3 ประเภทหลักของหลุมสิว และแนวทางการรักษาหลุมสิว (222 views)
- วิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบเซรั่มสาหร่ายทะเลขนาดเล็ก “Phyceae Facial Serum” ยกระดับผิวแข็งแรงด้วยสารสกัดแคโรทีนอยด์ (125 views)
- ตาแห้ง สาเหตุ อาการ และวิธีดูแลรักษาที่ควรรู้ (20 views)
- การปกป้องผิวหนังจากแสงแดดในหน้าร้อน การใช้ครีมกันแดดให้ถูกหลัก (76 views)
- Ulthera SPT vs Ulthera Prime เปรียบเทียบตัวช่วยยกกระชับผิว (24 views)
- EndoliftX ที่ไหนดี? เลือกคลินิกอย่างไรให้ปลอดภัย เห็นผล และคุ้มค่า (139 views)
- หน้าไม่เท่ากัน แก้ยังไง? รวมวิธีปรับรูปหน้าให้สมดุล ดูเป็นธรรมชาติ (23 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
