ขอความร่วมมือผู้กลับจากประเทศเสี่ยง?เมอร์ส-โควี?ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
ขอความร่วมมือผู้กลับจากประเทศเสี่ยง?เมอร์ส-โควี?ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
สาธารณสุข ขอความร่วมมือผู้กลับจากประเทศเสี่ยง?เมอร์ส-โควี?ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
กระทรวงสาธารณสุข เผยประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางเข้า-ออกพื้นที่เสี่ยง กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอ-มิเรตส์ กาตาร์ ทั้งประกอบศาสนกิจ ท่องเที่ยว ทำงาน ศึกษา ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยมีระบบให้ความรู้ คำแนะนำ รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังผู้เดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลางเป็นเวลา 14 วัน
นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2012 หรือ ?เมอร์ส-โควี? ของประเทศไทย ว่า เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม เนื่องจากประชาชนมีการเดินทางไป-มา ประเทศแถบตะวันออกกลางอาทิ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่พบการระบาดของโรค เพื่อประกอบประกอบศาสนกิจ ท่องเที่ยว ทำงาน ศึกษา กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางระบบเฝ้าระวังและการคัดกรองผู้ป่วย การควบคุมป้องกันการติดเชื้อ และการแพร่กระจายของเชื้อ การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งการดูแลรักษาในโรงพยาบาล โดยมีการให้ความรู้ คำแนะนำประชาชน รวมทั้งระบบการติดตามเฝ้าระวัง ผู้เดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลางเป็นเวลา 14 วัน ทั้งนี้ หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หรือมีอาการไข้สูง หอบเหนื่อยหายใจลำบากขอให้ไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศด้วย หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่เว็บไซต์สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค (http://beid.ddc.moph.go.th)
นายแพทย์โสภณกล่าวว่า โรคนี้ พบในคนครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2555 ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศในแถบตะวันออกกลาง ติดต่อผ่านการแพร่กระจายผ่านละอองฝอยน้ำมูก น้ำลาย จากการไอ จาม ผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงหรือมีการระบาด ขณะนี้องค์การอนามัยโลกยังไม่มีข้อห้ามในการเดินทาง แต่ขอให้เคร่งครัด การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย หรือผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำ ควรระวังเป็นพิเศษ ควรปฏิบัติตัว ดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจหรือผู้ที่มีอาการไอหรือจาม 2.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ 3.หลีกเลี่ยงการเข้าไปสัมผัสกับฟาร์มสัตว์หรือสัตว์ป่าต่างๆ หรือดื่มนมอูฐดิบไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรังโรคได้ 4.ถ้ามีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หลีกเลี่ยงคลุกคลีกับบุคคลอื่น สวมหน้ากากป้องกันโรค ล้างมือให้สะอาด และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
รายงานองค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2558 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 จำนวน 1,172 ราย เสียชีวิต 442 ราย จาก 25 ประเทศ โดยในเอเชียปีนี้พบที่เกาหลีใต้และจีน สำหรับประเทศไทยขณะนี้ยังไม่พบรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคนี้
ที่มา:กรมควบคุมโรค
กระทรวงสาธารณสุข เผยประเทศไทยยังไม่มีรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 ขอความร่วมมือผู้ที่เดินทางเข้า-ออกพื้นที่เสี่ยง กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอ-มิเรตส์ กาตาร์ ทั้งประกอบศาสนกิจ ท่องเที่ยว ทำงาน ศึกษา ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด โดยมีระบบให้ความรู้ คำแนะนำ รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังผู้เดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลางเป็นเวลา 14 วัน
นายแพทย์โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการดำเนินงานเฝ้าระวัง ป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ 2012 หรือ ?เมอร์ส-โควี? ของประเทศไทย ว่า เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม เนื่องจากประชาชนมีการเดินทางไป-มา ประเทศแถบตะวันออกกลางอาทิ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ ซึ่งเป็นพื้นที่พบการระบาดของโรค เพื่อประกอบประกอบศาสนกิจ ท่องเที่ยว ทำงาน ศึกษา กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางระบบเฝ้าระวังและการคัดกรองผู้ป่วย การควบคุมป้องกันการติดเชื้อ และการแพร่กระจายของเชื้อ การตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งการดูแลรักษาในโรงพยาบาล โดยมีการให้ความรู้ คำแนะนำประชาชน รวมทั้งระบบการติดตามเฝ้าระวัง ผู้เดินทางกลับจากประเทศตะวันออกกลางเป็นเวลา 14 วัน ทั้งนี้ หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หรือมีอาการไข้สูง หอบเหนื่อยหายใจลำบากขอให้ไปพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทางไปต่างประเทศด้วย หรือโทรปรึกษาสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่เว็บไซต์สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค (http://beid.ddc.moph.go.th)
นายแพทย์โสภณกล่าวว่า โรคนี้ พบในคนครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ.2555 ส่วนใหญ่อยู่ในประเทศในแถบตะวันออกกลาง ติดต่อผ่านการแพร่กระจายผ่านละอองฝอยน้ำมูก น้ำลาย จากการไอ จาม ผู้ที่จะเดินทางไปยังประเทศที่มีความเสี่ยงหรือมีการระบาด ขณะนี้องค์การอนามัยโลกยังไม่มีข้อห้ามในการเดินทาง แต่ขอให้เคร่งครัด การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไตวาย หรือผู้ที่ภูมิต้านทานต่ำ ควรระวังเป็นพิเศษ ควรปฏิบัติตัว ดังนี้ 1.หลีกเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจหรือผู้ที่มีอาการไอหรือจาม 2.ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ 3.หลีกเลี่ยงการเข้าไปสัมผัสกับฟาร์มสัตว์หรือสัตว์ป่าต่างๆ หรือดื่มนมอูฐดิบไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ ซึ่งอาจเป็นแหล่งรังโรคได้ 4.ถ้ามีอาการไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หลีกเลี่ยงคลุกคลีกับบุคคลอื่น สวมหน้ากากป้องกันโรค ล้างมือให้สะอาด และรีบไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
รายงานองค์การอนามัยโลก เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2558 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ 2012 จำนวน 1,172 ราย เสียชีวิต 442 ราย จาก 25 ประเทศ โดยในเอเชียปีนี้พบที่เกาหลีใต้และจีน สำหรับประเทศไทยขณะนี้ยังไม่พบรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคนี้
ที่มา:กรมควบคุมโรค
ขอความร่วมมือผู้กลับจากประเทศเสี่ยง?เมอร์ส-โควี?ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
เว็บบอร์ดสุขภาพ ข่าวสารความรู้สุขภาพ กระทู้สุขภาพ เคล็ดลับสุขภาพ ถาม-ตอบปัญหาสุขภาพ
- รู้ทัน ป้องกัน "โรคหัวใจและหลอดเลือด" อาการเตือนและปัจจัยเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (5 views)
- เปิดรายชื่อ Premium Clinic ด้านทันตกรรม เพิ่มทางเลือกประชาชน เข้าถึงบริการทันตกรรมเฉพาะทางคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม (3 views)
- เปิด “คลินิกวัคซีนผู้ใหญ่ครบวงจร” One Stop Service เพิ่มทางเลือกดูแลสุขภาพก่อนป่วย ด้วยราคาประชาชนเข้าถึงได้ (2 views)
- กินยา 1 ช้อนชาเท่ากับกี่ซีซี cc - 1 ช้อนชา เท่ากับกี่ ml - 1 ช้อนโต๊ะ เท่ากับ กี่ ml กี่ cc หรือ กี่ช้อนชา กี่กรัม (651,287 views)
- ขยายการให้ "วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่" ในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยง (31 views)
- โรคติดต่อนำโดยแมลงที่พบในประเทศไทย รู้ทัน ป้องกันได้ (8 views)
- เตือนภัยน้ำท่วมอุทกภัย รู้ทัน เตรียมพร้อม ลดการสูญเสีย (10 views)
- "ไม่สูบบุหรี่" ก็เป็นมะเร็งปอดได้ แพทย์เตือนพบผู้ป่วยอายุน้อยตั้งแต่วัย 35 ปีเพิ่มขึ้น (15 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: Apple [Bot], ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน
