แนะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 4 โรคหลีกเลี่ยงขับรถคนเดียวโอกาสเสี่ยงวูบเกิดอุบัติเหตุ
- News ออฟไลน์
- โพสต์: 0
- ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ 13 มี.ค. 2011 12:19 pm
แนะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 4 โรคหลีกเลี่ยงขับรถคนเดียวโอกาสเสี่ยงวูบเกิดอุบัติเหตุ
โฆษก สธ. แนะผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง 4 โรค หลีกเลี่ยงขับรถคนเดียว โอกาสเสี่ยงวูบ เกิดอุบัติเหตุสูง
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง 4 โรค ได้แก่ โรคหัวใจ เบาหวาน ลมชัก และหลังผ่าตัดสมอง รวมทั้งผู้ที่อยู่ในภาวะเครียด ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์คนเดียว เพราะมีโอกาสเสี่ยงเกิดอาการวูบ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เสี่ยงเสียชีวิตได้สูง โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่โชเฟอร์หรือมีอาชีพขับรถรับจ้าง ควรตรวจสุขภาพทุกปี เพื่อรู้ความผิดปกติของตัวเอง และรักษาควบคุมอาการต่อเนื่อง
จากกรณีที่โชเฟอร์รถทัวร์สายกรุงเทพ-ท่าช้าง วัย 68 ปี วูบและเสียชีวิตคาพวงมาลัยขณะขับรถ บนถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ทำให้เกิดอุบัติเหตุเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2558) นั้น ในวันนี้ นายแพทย์สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า อุบัติเหตุดังกล่าว นับเป็นอุทธาหรณ์ของผู้ที่ต้องทำหน้าที่ขับรถหรือมีอาชีพขับรถรับจ้าง ทั้งผู้ที่อยู่วัยแรงงานและสูงอายุ ควรหันมาใส่ใจสุขภาพ เนื่องจากวัยนี้มักจะเกิดโรคเรื้อรังอย่างไม่รู้ตัวมาก่อน และทำให้เกิดอาการวูบขณะปฏิบัติงาน ซึ่งอาการดังกล่าวเกิดจากการขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง ร่างกายสูญเสียความรู้สึกตัวและแรงของกล้ามเนื้อชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถบังคับตัวเองได้ ที่พบบ่อยมี 4 โรค ได้แก่ โรคหัวใจ เบาหวาน ลมชัก และผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดสมองมาก่อน รวมทั้งผู้ที่อยู่ในภาวะเครียด ซึ่งจะมีอาการนอนไม่หลับ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์คนเดียว
สำหรับประชาชนอายุ 30 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี เพื่อให้รู้ความผิดปกติของตัวเอง และได้รับการรักษาควบคุมอาการอย่างต่อเนื่อง หากเป็นผู้ที่มีอาชีพขับรถหรือต้องทำงานกับเครื่องจักร ควรกินยาและปฏิบัติตามการรักษาของแพทย์อย่างใกล้ชิด บางคนเข้าใจผิดคิดว่าหายจากโรค ไม่มีอาการผิดปกติ จึงไม่กินยาและไปตรวจตามนัด ซึ่งเป็นอันตราย จะเพิ่มความเสี่ยงเกิดอาการโรคกำเริบมากขึ้น หากเกิดอาการขณะปฏิบัติงานหรือขับขี่รถ จะให้เกิดอุบัติเหตุได้
ด้านนายแพทย์อนุรักษ์ อมรเพชรสถาพร ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขฉุกเฉิน กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก และแพทยสภา เพิ่มความเข้มงวดการออกใบรับรองแพทย์ให้ผู้ขับขี่รถ โดยได้เสนอเพิ่มโรคที่มีความเสี่ยงเกิดอันตรายขณะขับรถเพิ่มอีก 4 โรค ได้แก่ ลมชักที่กินยาควบคุมอาการไม่ได้ โรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลิน อาจเกิดอาการวูบจากน้ำตาลในเลือดต่ำ ผู้ป่วยโรคหัวใจอาจเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างกะทันหัน และผู้ป่วยหลังผ่าตัดสมองบางรายที่อาจมีปัญหาเรื่องการควบคุมการทรงตัว และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และมีผลต่อการตัดสินใจในการควบคุมบังคับรถ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทั้งตนเองขณะขับขี่ ผู้ร่วมเดินทาง และผู้อื่นในท้องถนน ผู้ป่วยดังกล่าวควรได้รับการตรวจรักษาโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด หากสภาพร่างกายไม่พร้อม แพทย์จะแนะนำให้หยุดขับรถชั่วคราว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการออกเป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ต่อไป จากเดิมที่กฎหมายการจราจรขนส่งทางบกในการขอใบอนุญาตขับรถ กำหนดไว้ 5 โรค ได้แก่ โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง ติดยาเสพติด พิษสุราเรื้อรัง และวัณโรคระยะติดต่อ
สำหรับผู้ที่ต้องขับขี่รถ ควรมีการเตรียมสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อม โดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมง ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากขับรถระยะทางไกลควรพักทุก 4 ชั่วโมงหรือทุก 300 - 400 กิโลเมตร และควรมีคนขับสำรอง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ก่อนออกเดินทางควรศึกษาเส้นทาง และตรวจสอบความพร้อมของรถทุกครั้ง
ข่าว: กระทรวงสาธารณสุข
โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้ที่เป็นโรคเรื้อรัง 4 โรค ได้แก่ โรคหัวใจ เบาหวาน ลมชัก และหลังผ่าตัดสมอง รวมทั้งผู้ที่อยู่ในภาวะเครียด ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์คนเดียว เพราะมีโอกาสเสี่ยงเกิดอาการวูบ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เสี่ยงเสียชีวิตได้สูง โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่โชเฟอร์หรือมีอาชีพขับรถรับจ้าง ควรตรวจสุขภาพทุกปี เพื่อรู้ความผิดปกติของตัวเอง และรักษาควบคุมอาการต่อเนื่อง
จากกรณีที่โชเฟอร์รถทัวร์สายกรุงเทพ-ท่าช้าง วัย 68 ปี วูบและเสียชีวิตคาพวงมาลัยขณะขับรถ บนถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ทำให้เกิดอุบัติเหตุเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2558) นั้น ในวันนี้ นายแพทย์สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า อุบัติเหตุดังกล่าว นับเป็นอุทธาหรณ์ของผู้ที่ต้องทำหน้าที่ขับรถหรือมีอาชีพขับรถรับจ้าง ทั้งผู้ที่อยู่วัยแรงงานและสูงอายุ ควรหันมาใส่ใจสุขภาพ เนื่องจากวัยนี้มักจะเกิดโรคเรื้อรังอย่างไม่รู้ตัวมาก่อน และทำให้เกิดอาการวูบขณะปฏิบัติงาน ซึ่งอาการดังกล่าวเกิดจากการขาดเลือดไปเลี้ยงสมอง ร่างกายสูญเสียความรู้สึกตัวและแรงของกล้ามเนื้อชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถบังคับตัวเองได้ ที่พบบ่อยมี 4 โรค ได้แก่ โรคหัวใจ เบาหวาน ลมชัก และผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดสมองมาก่อน รวมทั้งผู้ที่อยู่ในภาวะเครียด ซึ่งจะมีอาการนอนไม่หลับ ทำให้พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ทั้งมอเตอร์ไซค์และรถยนต์คนเดียว
สำหรับประชาชนอายุ 30 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี เพื่อให้รู้ความผิดปกติของตัวเอง และได้รับการรักษาควบคุมอาการอย่างต่อเนื่อง หากเป็นผู้ที่มีอาชีพขับรถหรือต้องทำงานกับเครื่องจักร ควรกินยาและปฏิบัติตามการรักษาของแพทย์อย่างใกล้ชิด บางคนเข้าใจผิดคิดว่าหายจากโรค ไม่มีอาการผิดปกติ จึงไม่กินยาและไปตรวจตามนัด ซึ่งเป็นอันตราย จะเพิ่มความเสี่ยงเกิดอาการโรคกำเริบมากขึ้น หากเกิดอาการขณะปฏิบัติงานหรือขับขี่รถ จะให้เกิดอุบัติเหตุได้
ด้านนายแพทย์อนุรักษ์ อมรเพชรสถาพร ผู้อำนวยการสำนักสาธารณสุขฉุกเฉิน กล่าวว่า ขณะนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก และแพทยสภา เพิ่มความเข้มงวดการออกใบรับรองแพทย์ให้ผู้ขับขี่รถ โดยได้เสนอเพิ่มโรคที่มีความเสี่ยงเกิดอันตรายขณะขับรถเพิ่มอีก 4 โรค ได้แก่ ลมชักที่กินยาควบคุมอาการไม่ได้ โรคเบาหวานที่ต้องฉีดอินซูลิน อาจเกิดอาการวูบจากน้ำตาลในเลือดต่ำ ผู้ป่วยโรคหัวใจอาจเกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างกะทันหัน และผู้ป่วยหลังผ่าตัดสมองบางรายที่อาจมีปัญหาเรื่องการควบคุมการทรงตัว และการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ และมีผลต่อการตัดสินใจในการควบคุมบังคับรถ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทั้งตนเองขณะขับขี่ ผู้ร่วมเดินทาง และผู้อื่นในท้องถนน ผู้ป่วยดังกล่าวควรได้รับการตรวจรักษาโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด หากสภาพร่างกายไม่พร้อม แพทย์จะแนะนำให้หยุดขับรถชั่วคราว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการออกเป็นกฎหมายเพื่อบังคับใช้ต่อไป จากเดิมที่กฎหมายการจราจรขนส่งทางบกในการขอใบอนุญาตขับรถ กำหนดไว้ 5 โรค ได้แก่ โรคเรื้อน โรคเท้าช้าง ติดยาเสพติด พิษสุราเรื้อรัง และวัณโรคระยะติดต่อ
สำหรับผู้ที่ต้องขับขี่รถ ควรมีการเตรียมสภาพร่างกายและจิตใจให้พร้อม โดยนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 8 ชั่วโมง ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากขับรถระยะทางไกลควรพักทุก 4 ชั่วโมงหรือทุก 300 - 400 กิโลเมตร และควรมีคนขับสำรอง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ก่อนออกเดินทางควรศึกษาเส้นทาง และตรวจสอบความพร้อมของรถทุกครั้ง
ข่าว: กระทรวงสาธารณสุข
แนะผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 4 โรคหลีกเลี่ยงขับรถคนเดียวโอกาสเสี่ยงวูบเกิดอุบัติเหตุ
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
Press Center News Events Campaign Expo ข่าวสารประชาสัมพันธ์ งานแสดงสินค้า ประชุม การสัมนา ฝึกอบรม
- โปรแกรมตรวจสุขภาพรามา พาราไดซ์ พาร์ค เช็กราคา แพ็กเกจ (138 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ชวนรู้ทันโรคหลอดเลือดสมอง เรียนรู้สัญญาณเตือน การรักษา และการฟื้นฟูอย่างถูกวิธี (143 views)
- Johnson Health Tech ตอกย้ำผู้นำฟิตเนสระดับโลก รับเทรนด์ Personal Fitness ปี 2027 (150 views)
- โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมจัดงาน "RESET Forum" เปิดพื้นที่เรื่อง "ฮอร์โมน" ชวนผู้หญิงเข้าใจร่างกาย (168 views)
- โค้งสุดท้าย! เช็กสิทธิ์ส่วนลดค่าส่ง 9 บาทบน J&T App ก่อนหมดโปรเดือนกันยายน (210 views)
- กรมการแพทย์เตือน 8 โรคและอันตรายที่มากับน้ำท่วม แนะประชาชนป้องกันตนเอง ลดความเสี่ยงเจ็บป่วย (214 views)
- J&T Express App โฉมใหม่ ใช้งานง่ายแค่ไหน? พาส่องฟังก์ชันที่ช่วยให้การส่งพัสดุสะดวกขึ้น (190 views)
- Don’t Miss Out! Get THB 9 Off Shipping on the J&T App Before the September Promotion Ends (184 views)
ผู้ใช้งานขณะนี้
กำลังดูบอร์ดนี้: ClaudeBot และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน
